Herothailand.com รับสั่งหนังสือต่างประเทศ สินค้าต่างประเทศ โทรศัพท์ 08-5464-1644
Vintage Sunglasses for Men Women
แว่นตาแนวย้อนยุค ราคาเบา ๆ ใส่ทิ้งใส่ขว้าง ทำหายไมเ่สียดาย

Gallup and Pew ได้ทำการสำรวจประชากรวัยผู้ใหญ่ของสหรัฐฯ ว่ามีจำนวนผู้ที่ไม่ได้อ่านหนังสือเลยสักเล่มในช่วงระยะเวลา 1 ปี มีจำนวนเท่าไหร่

สถิติจากการสำรวจในปี 1978 มีผู้ที่ไม่ได้อ่านหนังสือเลยสักเล่มในช่วงระยะเวลาหนึ่งปีอยู่ที่ 8% แต่ที่น่าแปลกคือจำนวนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 23-27% ในช่วงสองสามปีมานี้

จำนวนคนอ่านหนังสือลดลง

ทำไมตัวเลขดังกล่าวถึงไม่สัมพันธ์กับแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ ในขณะเดียวกัน บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ นักเขียนรวมทั้งคนดังในแวดวงสิ่งพิมพ์หลายคน พากันตีความว่าเป็นการมาถึงจุดอิ่มตัวของ ebook แต่ไม่ได้คิดไปถึงว่ามันเป็นแนวโน้มที่คนพากันอ่านหนังสือน้อยลง ?

สิ่งที่เราเข้าใจมาตลอดก็คือว่า การอ่านหนังสือตัวเล่มที่ลดลงอย่างต่อเนื่องนั้นเพราะว่าเป็นการมาถึงของยุคดิจิตอล ยุคอินเตอร์เน็ต ก่อให้เกิดสิ่งบรรเทิงเริงใจเป็นทางเลือกอีกมากมายนอกจากหนังสือดังเช่นแต่ก่อน คนหันไปใช้เวลาส่วนใหญ่กับเนื้อหาบนอินเตอร์เน็ต อย่างเช่น เลือกดูหนังจาก Netflix เล่น Facebook ดูบอลสดแบบเรียลไทม์

และสิ่งที่เดียวที่หนังสือจะสามารถสอดแทรกเข้าไปแย่งพื้นที่หน้าจอของผู้คนได้นั่นก็คือแปลงตัวเองให้เป็นหนังสือดิจิตอล หรือ ebook เข้าไปอยู่ในหน้าจอสมาร์ทโฟน หน้าจอแท็บเล็ต

บางที ณ ตอนนี้ คุณอาจเปลี่ยนแปลงบางอย่างได้บ้าง แต่คนรุ่นใหม่ในอนาคตใครกันที่ยังต้องการอยู่ในอุตสาหรรมหนังสือที่ง่อนแง่นนี้อีก

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราจะเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมการต่อเรือด้วยไม้ในสมัยก่อนที่ไม่มีใครขยับไปทำเป็นการต่อเรือด้วยโลหะ หรืออย่างโกดักที่ภูมิใจในการเป็นผู้ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยของสมาคมช่างภาพการตลาด แต่กลับเพิกเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมถ่ายภาพในระดับโลก

ตามงานวิจัยของ AAP อุตสาหกรรมการถ่ายภาพไม่ได้ให้ความสนใจผู้กับผู้เล่นหน้าใหม่และการเติบโตของตลาดที่เกิดขึ้นภายนอกอาณาบริเวณการแข่งขันดังเช่นที่เคยเป็นมา

………….. …………….

เรายังเห็นอะไรได้จากการมองเรื่องผลทางการเงินของสำนักพิมพ์ ที่ยอมทิ้งเม็ดเงินที่หาได้ง่าย ๆ จากการเพิกเฉย ebook และจ่อมจมอยู่กับหนังสือตัวเล่มเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หนทางเดียวที่หน่วยธุรกิจสำนักพิมพ์แบบเดิมอยู่รอดปลอดภัยมาได้ก็ด้วยการควบรวมกิจการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ทำได้เพียงแต่การออกหนังสือหลายหัวมากขึ้นแต่พิมพ์ต่อครั้งน้อยลงเพื่อให้อยู่รอดได้ ส่วนหนังสือที่หลากหลายหัวเรื่องกลับกลายเป็นว่ามาจากสำนักพิมพ์ไม่กี่แห่งที่มีพนักงานไม่กี่คนซึ่งมันส่งผลเสียมากกว่าผลดีต่อหนังสือรวมทั้งตัวนักเขียนเองด้วยไม่ว่าจะเป็นคุณภาพหนังสือ จำนวนที่พิมพ์และการแข่งขันแย่งชิงพื้นที่บนชั้นหนังสือในร้าน

การออกจากการจมจ่อมติดอยู่ในอดีตซึ่งเป็นสัดส่วนที่ทำรายได้ในปัจจุบันให้มากที่สุดไปยังสิ่งใหม่ล่าสุดนั้นเกือบจะเป็นไปไม่ได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมการแข่งขันเกือบทั้งหมดมักจะมาจากภายนอก จากผู้เล่นหน้าใหม่ที่จะไม่ลงทุนในแนวทางเดิม ๆ จึงมีอิสระที่จะไขว่คว้าโอกาสใหม่ ๆ ได้มากกว่า

ในขณะที่ผู้เล่นหน้าเดิมก็กำลังยุ่งอยู่กับการรักษาสมดุลในเกมส์ เราคงเคยมีประสบการณ์คล้ายกันนี้ครั้งแรกกับอุตสาหกรรมฟิล์ม 35 มิลลิเมตร ที่มีการลงทุนอย่างมหาศาลไปกับเทคโนโลยีและเครื่องไม้เครื่องมือที่ล้าสมัย ในขณะที่ต้องการการลงทุนในยุคดิจิตอลใหม่ๆ ไปพร้อมกันด้วย ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจที่ไม่ยังยืนและเป็นภาระให้กับบริษัทอย่าง Sony , Konica , Kodak และ Polaroid เผชิญอยู่

อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์สมัยใหม่ดูเหมือนจะกระโจนเข้าไปในยุคดิจิตอลมากกว่าที่เคยเป็น ไม่มีใครในอุตสาหกรรมนี้สามารถตอบคำถามสำคัญนี้ได้

คำถามก็คือ “คุณทราบหรือไม่ว่ายอดขายหนังสือตัวเล่มของคุณหายไปเท่าไหร่กันเมื่อคุณขึ้นราคา ebook ให้เท่ากันกับราคาตัวเล่ม ?”

 

จำนวนคนอ่านหนังสือลดลง

ถ้าหากคุณประยุกต์ใช้กลยุทธ์การแบ่งลูกค้าออกเป็นกลุ่ม เช่น กลุ่มที่คาดว่าจะเป็นลูกค้าแน่ ๆ กลุ่มที่อาจจะเป็นลูกค้าและกลุ่มที่ไม่คิดว่าจะเป็นลูกค้า โดยเราอาจจะคาดว่า กลุ่มที่คาดว่าจะเป็นลูกค้าหลายคนจะซื้อหนังสือตัวเล่มน้อยลงเมื่อปรับราคาขายทั้งสองแบบให้เท่ากัน แน่นอนว่ากลุ่มที่เป็นลูกค้าเหนียวแน่น ก็จะยังคงซื้อหนังสือไม่ว่าจะราคาเท่าไหร่พวกเขาจะยังคงซื้อหนังสือตัวเล่มอยู่แบบเดิม

แต่สิ่งที่เราต้องเจองานยากขึ้นก็คือการแย่งชิงพื้นที่หน้าจอกับเนื้อหาบันเทิงอื่น ๆ ของกลุ่มลูกค้าที่เหนียวแน่นของเราเอง เราจะยื้อตรงนี้ได้นานสักเท่าไหร่กัน

ทางออกที่ดีที่สุด ณ ตอนนี้เห็นทีจะเป็นการออกหนังสือปกแข็งที่สำนักพิมพ์ต่างๆ คาดหวังไว้ว่าจะออกมาเพื่อจับกลุ่มลูกค้าผู้เหนียวแน่นและรอไปอีกสักปีค่อยออก ebook หรือหนังสือปกอ่อนตามมาพร้อม ๆ กันสำหรับเก็บเม็ดเงินจากกลุ่มลูกค้ารองลงมา

โดยราคา ebook อาจตั้งไว้ที่ 9.95 เหรียญฯ ไว้เพื่อจับกลุ่มลูกค้าที่กำลังตัดสินใจ ส่วนราคา 16-20 เหรียญฯ สำหรับหนังสือปกอ่อนนั้นก็จะไม่ได้รับผลกระทบมากเท่าไหร่สำหรับคนที่อยากจะจับตัวเล่มนั่งอ่านและยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มอีก 10 เหรียญฯ นั่นหมายความว่ารายรับรวมของสำนักพิมพ์ก็จะเพิ่มตามไปด้วย โดยที่ไม่มีการทำคืนหนังสือจากร้านหนังสือรวมทั้งลดจำนวนหนังสือที่พิมพ์ออกมามากเกินไป

….. ….. …………..

 

นักเขียนหลายและผู้คร่ำหวอดในวงการหลายคนได้ตำหนิ Amazon ว่าตั้งราคาขายหนังสือต่ำเกินไป ส่งผลให้ตัดกำไรคนอื่น ๆ ไปด้วยในตัว แบบเดียวกันกับที่เคยว่าให้ Barnes & Noble ในปี 1986 โดยพวกเขาอ้างว่าสิ่งนี้เองที่ทำให้ Barnes & Noble ติดกับดักเนื่องจากพวกเขาติดอยู่ตรงกลาง คือใหญ่เกินไปที่จะแข่งกับร้านหนังสืออิสระแล้วก็เล็กเกินไปที่จะแข่งกับ Amazon

ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ Amazon หรือเรื่องการตั้งราคาหนังสือไว้ค่อนข้างต่ำแต่มันคือการที่ตลาดสำหรับการอ่านหนังสือนั้นหดตัวลงต่างหาก นี่คือความท้าทายในเรื่องที่ผู้คนสนใจให้เวลากับสิ่งไหนต่างหากไม่ได้เกี่ยวกับส่วนแบ่งการตลาดที่ลดลงอันเนื่องมาจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

……… ……… …………

สำหรับ ebook แล้วเป็นตัวกรุยทางสู่อนาคตก็จริงในฐานะการแข่งขันรูปแบบใหม่ท่ามกลางกระแสดิจิตอลเอ็นเตอร์เทนเมนท์อันมากหน้าหลายตา แต่การตั้งราคา ebook ไว้ที่ 19.5 เหรียญฯ นั้น แทบไม่ได้ดึงดูดใจผู้อ่านหน้าใหม่เลยแม้แต่น้อย กลยุทธ์ที่ใช้เวลาเจอเหตุการณ์เลวร้ายครั้งใหญ่โดยการมุดหาที่กำบังแล้วค่อยโผล่ออกมาตอนที่ทุกอย่างสงบแล้วนั้นไม่ได้เป็นกลยุทธ์ระยะยาวที่จะนำชัยชนะมาให้ได้อีกต่อไป คุณไม่สามารถกลับมาหลบที่บ้านหรือที่กำบังได้อีกครั้ง มีแค่สองทางเลือกต่อจากนี้ เจริญก้าวหน้าหรือว่าถอยหลังเข้าคลองเท่านั้นเอง

มันก็เหมือนกับคำถามเดิม ๆ ที่ว่า คุณคิดว่าดิจิตอลเป็นภัยคุกคามหรือมองว่าเป็นโอกาส ? คือมันก็สามารถเป็นจริงได้ทั้งสองด้าน ดังนั้นแล้วพึงอย่าลืมเรื่องของโอกาส

Comments

comments

Herothailand.com รับสั่งหนังสือต่างประเทศ สินค้าต่างประเทศ โทรศัพท์ 08-5464-1644

NO COMMENTS

Leave a Reply

กรุณาระบุผลลัพธ์ * Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.