Herothailand.com รับสั่งหนังสือต่างประเทศ สินค้าต่างประเทศ โทรศัพท์ 08-5464-1644

ทราบหรือไม่ว่าภาพยนตร์ที่มีเค้าโครงเรื่องมาจากหนังสือ พูดง่ายๆ ว่า เอาหนังสือมาทำเป็นหนังนั่นแหละ คิดเป็นสัดส่วนถึง 44% ของภาพยนตร์ทำเงินในอังกฤษและหากมองภาพรวมตลาดโลกคิดเป็นสัดส่วนถึง 53%  มากกว่าพล็อตเรื่องที่สร้างขึ้นมาเป็นภาพยนตร์โดยตรงเสียอีก

ผลการวิจัยจาก PA ( Publishers Association ) ที่ตีพิมพ์ออกมาเมื่อวันที่ 11 กรกฏาคม 2018  จำนวน 21 หน้า ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยใดที่มีผลให้หนังสือเล่มหนึ่งถูกเลือกนำไปทำเป็นบทภาพยนตร์หรือบทโทรทัศน์ แล้วประสบความสำเร็จทั้งทางด้านความนิยมและตัวเงิน

โดยได้เก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ กรณีตัวอย่าง ข้อมูลสาธารณะ ข้อมูลที่ได้จากคนในแวดวงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ อย่างสถาบันภาพยนตร์อังกฤษ British Film Institute (BFI) สำนักข่าว BBC  , UK Theatre  และข้อมูลจาก Nielsen BookScan

เศรษฐกิจสร้างสรรค์จากจอเงินสู่จอแก้ว

การวิจัยเผยให้เห็นว่าภาพยนตร์ที่นำเค้าโครงมาจากหนังสือทำรายได้คิดเป็น 44% หรือราว 238 ล้านบาทของรายได้ทั้งหมดในกลุ่มภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในอังกฤษรวมทั้งทำรายได้คิดเป็น 53% หรือราว 3,095 ล้านบาทจากรายได้รวมของภาพยนตร์ทำเงินทั่วโลก

ในขณะที่รายได้รวม 20 อันดับภาพยนตร์ทำเงินในอังกฤษ ช่วงปี 2007 ถึงปี 2016  พบว่า 43% เป็นโครงเรื่องจากหนังสือ โดยมาจากหนังสือการ์ตูนถึง 9%

ในช่วง 10 ปีให้หลังมานี้ ภาพยนตร์ที่สร้างจากหนังสือติดอันดับภาพยนตร์ทำเงินในอังกฤษคิดเป็น 52% และคาดว่าจะมีส่วนแบ่งรายได้เพิ่มสูงขึ้นอีกไปแตะที่ราว ๆ  61% ของอันดับภาพยนตร์ทำเงินในอังกฤษและเพิ่มเป็น 65% ของอันดับหนังทำเงินทั่วโลก

สรุปก็คือโครงเรื่องจากหนังสือทำเงินได้มากกว่าโครงเรื่องที่เขียนขึ้นเพื่อทำเป็นบทภาพยนตร์โดยตรง

…. …… ……

9780349009858-My Cousin Rachel-Film Tie Inการศึกษาในเชิงลึก พบว่าการที่ฮอลลีวูดนำเอาหนังสือ My Cousin Rachel มาปรับเป็นบทภาพยนตร์ ส่งผลให้ยอดขายงานเขียนนวนิยายสยองขวัญของ Daphne Du Maurier พุ่งกระฉูด  โดยสถิติในปี 2017 เฉพาะยอดขายหนังสืออย่างเดียวในช่วงไตรมาศเดียวคิดเป็น 23% ของยอดขายหนังสือดังกล่าวที่มีวางจำหน่ายมานับแต่ปี 1992 (ก่อนหน้านี้เคยมีวางขายในปี 1985 แต่นั่นก็นานเกินไปที่จะเอามาคิด)

 

 

โดยผู้ทำรายงานงานยังได้ประเมินว่าภาพยนตร์ที่นำเค้าโครงมาจากหนังสือนั้นมีแนวโน้มจะดียิ่งขึ้นไปอีก เนื่องจากภาพยนตร์สามารถยกระดับความนิยมของหนังสือขายดีหรือหนังสือที่ได้รับความนิยมอยู่แล้วยิ่งขึ้นไปอีกผ่านกลุ่มผู้ติดตามหนังสือ นอกจากนี้การนำเนื้อหาในหนังสือมาทำบทภาพยนตร์ก็ดูจะต้องเพิ่มความซับซ้อน เพิ่มอรรถรสยิ่งขึ้นไปให้น่าติดตามมากขึ้นไปอีก

ในแง่ของการนำเค้าโครงเรื่องจากหนังสือมาใช้กับรายการโทรทัศน์ พบว่าเกือบหนึ่งในสี่ของละครโทรทัศน์มาจากการดัดแปลงเนื้อหาในหนังสือมาทำเป็นบทโทรทัศน์ซึ่งประสบความสำเร็จโดยดึงยอดผู้ชมไปถึง 56% มากกว่าละครที่อาศัยจากบทโทรทัศน์โดยตรงตามข้อมูลจากรายการในช่องฟรีทีวี 4 แห่งที่แพร่ภาพในอังกฤษระหว่างปี 2013 ถึง 2017

เมื่อดูจำนวนซีรี่ส์ที่ผลิตในอังกฤษช่วงระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนกันยายนปี 2017 พบว่า 14 เรื่องจากทั้งหมด 35 เรื่องนั้นสร้างจากเค้าโครงในหนังสือ

ลองยกเรื่อง “The Night Manager” ที่ออกอากาศทางช่อง BBC ในปี 2016 หนังสือของ John le Carre นั้น วางจำหน่ายมาแล้วกว่า 25 ปี และหนังสือคิดเป็นจำนวน 82% ของทั้งหมดที่ขายได้นั้น เกิดขึ้นในช่วงปี 2016 ถึง 2017 และหลังจากที่ละครดังกล่าวจบไปแล้วนั้น หนังสือปกอ่อนของนิยายดังกล่าว แบบที่ไม่ต้องมีเนื้อหาในละครแทรกเข้าไป(Tie-in) คือเป็นปกอ่อนแบบเดิมที่ไม่มีอะไรในละครเข้ามาเกี่ยวข้องกับตัวเล่ม ก็ยังทำยอดขายได้ดี โดยยอดขายในปี 2017 สูงกว่ายอดขายหนังสือเล่มดังกล่าวในปี 2015 ก่อนที่ละครดังกล่าวจะแพร่ภาพเกือบ 10 เท่า

โดยสรุปก็คือมันมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างการจัดพิมพ์หนังสือบวกกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่สร้างโอกาสมากกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกิดกับอุตสาหกรรมโทรทัศน์และภาพยนตร์ ซึ่งนอกจากจะส่งผลดีให้ยอดขายหนังสือแล้วนั้น ยังทำให้นักเขียนมีแรงใจที่จะเขียนผลงานดี ๆ ออกมาอีกและอาจจะถูกเลือกใช้ไปทำเป็นพล็อตเรื่องที่ทำเป็นบทโทรทัศน์หรือบทภาพยนตร์ต่อไปอีก

Comments

comments

Herothailand.com รับสั่งหนังสือต่างประเทศ สินค้าต่างประเทศ โทรศัพท์ 08-5464-1644

NO COMMENTS

Leave a Reply

กรุณาระบุผลลัพธ์ * Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.