Tag Archive | "HP"

Amazon Tablet Plan

Tags: , , , , , ,

Amazon ออกแท็บเล็ตของตัวเองโดยใช้ Android

Posted on 02 September 2011 by admin

 ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com

Amazon Tablet PlanAmazon ตั้งเป้าว่าจะเปิดตัวแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ของตัวเองก่อนคริสมาสต์นี้ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะทำให้การแข่งขันกับ iPad จาก Apple นั้นดุเดือดยิ่งขึ้น ซึ่ง iPad ครองส่วนแบ่งการตลาดแท็็บเล็ตเหนือคู่แข่งรายอื่นมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2010

แม้ว่าเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Amazon ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในเรื่องนี้ แต่นักวิเคราะห์และผู้สังเกตการณ์ในธุรกิจนี้จำนวนมากต่างก็เห็นพ้องกันว่า Amazon กำลังเตรียมการที่จะเข้าสู่ตลาดแท็บเล็ตที่มีการแข่งขันสูงเพื่อเพิ่มอิทธิพลของอุปกรณ์พกพาสำหรับอ่าน e-book ของตนเองที่เรียกว่า Kindle

แต่ในขณะเดียวกันทาง Apple ได้เปิดให้ทดลองใช้บริการใหม่ ซึ่งก็คือ iCloud  ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดเพลงและฟังเพลงแบบไร้สายด้วย iPhone และ iPad ได้โดยใช้ผ่านบริการ iTune Match ซึ่งจะทำให้ Apple เข้ามาเป็นคู่แข่งคนสำคัญกับบริการ Music Locker ของ Amazon  ที่เปิดตัวในสหรัฐฯ ไปเมื่อช่วงต้นปีนี้

Sarah Rotman จาก Forrester ให้ความเห็นเรื่องแท็บเล็ตจาก Amazon ว่า  ” ถ้าหาก Jeff Bezos  ตั้งราคาเครื่องไว้ต่ำกว่า 300 เหรียญฯ และเปิดตัวในเดือนตุลาคมนี้แล้ว เราอาจเห็น Amazon ขายแท็บเล็ตได้ราวสามล้านถึงห้าล้านเครื่องจนถึงสิ้นปีและอาจทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงกับสภาพตลาดแบบเดิม” อย่างไรก็ตาม เธอเห็นว่า Apple เองก็พยายามเร่งสร้างอิทธิพลเพื่อครองตลาดส่วนนี้อย่างต่อเนื่องซึ่ง Apple ครองตลาดคิดคร่าว ๆ  ราวสามในสี่ส่วน โดยในไตรมาศสุดป้ายของปีที่แล้วเพียงไตรมาศเดียว Apple ขาย iPad ไปทั้งหมดจำนวนเจ็ดล้านสามแสนเครื่อง

” แม้ว่าสิ่งที่ Amazon ท้าทาย Apple นั้น เป็นสิ่งเล็กน้อยมากเทียบได้กับ David  ท้าทายยักษ์โกไลแอท เมื่อดูจากมูลค่าบริษัทในตลาด กำไรและเงินสดของทั้งสองบริษัท  ความกล้าที่จะขายแท็บเล็ตของ Amazon บวกกับความแข็งแกร่งของแบรนด์ทำให้พอจะเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกับ iPad ในตลาด”

ตั้งแต่เปิดตัว iPad นั้น Apple สามารถขาย iPad ได้กว่า 28 ล้านเครื่อง โดยจากรายงานผลประกอบการเมื่อเร็ว ๆ นี้ระบุว่าภายในระยะเวลาสามเดือนนับจากเดือนเมษายนจนถึงเดือนมิถุนายนนั้นสามารถขาย iPad ได้ 9.2 ล้านเครื่อง แม้ว่าทางฝั่ง Amazon ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับยอดขาย Kindle แต่นักวิเคราะห์จาก  IDC เชื่อว่าในช่วงไตรมาศสุดท้ายของปี 2010 น่าจะอยู่ที่ราว 3  ล้านเครื่องจากที่มีผู้ใช้อยู่ก่อนหน้านั้นแล้วหลายล้านเครื่อง เนื่องจากการทำรุ่นราคาต่ำออกมา ทาง IDC ได้ประเมินว่าในปี 2010  ยอดขาย Kindle น่าจะอยู่ราว ๆ 6  ล้านเครื่อง

นักวิเคราะห์คาดว่าแท็บเล็ตที่กำลังจะเปิดตัวของ Amazon นั้นจะใช้ระบบปฏิบัติการ Android  mobile  ซึ่งกลายเป็นระบบปฏิบัติการที่นิยมในตลาดสมาร์ทโฟนซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Nokia บริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือสัญชาติฟินแลนด์ แต่ทั้งนี้คงมีผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อ iPad ส่วนหนึ่งก็เนื่องมาจากการที่ยังไม่มีเนื้อหาและ app รองรับมากมายอย่างของ iPad

แต่  Amazon เอง ก็ได้เตรียมทำ  app market สำหรับ Android ของตนเองมาได้สักระยะหนึ่งแล้วและยังมี app ของ Kindle เองที่ใช้กับ Android อยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้สามารถสร้างตลาดขนาดใหญ่สำหรับ e-book ได้เป็นอย่างดี

Rotman บอกว่า “หนึ่งปีจากนี้ไป  Amazon จะรวมเป็นสิ่งเดียวกันกับ Android บนอุปกรณ์แท็บเล็ต กลายเป็นรองเพียงแต่ iPad  เท่านั้น”

แต่จากประสบการณ์ของผู้ผลิตแท็บเล็ตรายอื่นในการพยายามที่จะเข้ามาช่วงชิงตลาดกับ iPadนั้น ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเป็นเรื่องยาก ตัวอย่างเช่น HP ที่เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดของโลกรายหนึ่ง ได้ยุติการผลิต Touchpad ของตัวเองหลังจากที่เพิ่งออกวางจำหน่ายได้เพียง 48 วันเท่านั้น ด้วยเหตุผลว่า พวกเขาเชื่อว่าต้องแบกรับภาระต้นทุนหลายล้านเหรียญเมื่อตัดราคาขายลงมาราว  ๆ 100 ปอนด์หรือประมาณ 5,000 บาท ส่วนทางด้าน RIM ผู้ผลิต Blackberry ที่ออกผลิตภัณฑ์ของตัวเองชื่อ Playbook และใช้ซอฟท์แวร์ของตัวเองที่ชื่อว่า QNX ก็มียอดขายต่ำมากตั้งแต่ตอนเปิดตัวซึ่งจากรายงานล่าสุดขายได้เพียง 500,000 เครื่องในช่วงสามเดือนแรกจนถึงเดือนพฤษภาคม

อ้างอิงข้อมูลจาก  thenextweb.com

Comments (0)

RIM

Tags: , , , , ,

ธุรกิจทางด้านเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนไป

Posted on 22 August 2011 by admin

อ้างอิงจากบทความของ Ben Benjarin  หัวหน้าฝ่ายวิจัยและวิเคราะห์เทคโนโลยีผู้บริโภค บริษัท  Creative Strategies, Inc.

 ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com

Dellธุรกิจทางด้านเทคโนโลยีกำลังอยู่ภายใต้การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ การที่ Google ซื้อ Motorola และ HP ได้ล้มเลิกการพัฒนาแท็บเล็ตของพวกเขารวมทั้งตัดส่วนธุรกิจเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลออกไปนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจนี้และเป็นการหยุดชะงัก

นักวิเคราะห์ได้สังเกตรวมทั้งทำการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานทางการตลาดหลายตัวที่มีการปรับขึ้น และมีสองสิ่งที่ผมต้องการจะเน้น

อย่างแรกเลยก็คือแนวโน้มที่เป็นการตลาดเชิงลึก

การที่ Google ซื้อ Motorola  เป็นการขยายตลาดเชิงลึก

คุณสามารถแบ่งกลุ่มของธุรกิจเทคโนโลยีได้เป็นสามกลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่ ฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์และบริการ บริษัทส่วนใหญ่ต่างก็เน้นการทำธุรกิจเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือในบางกรณีอาจมากขึ้นเป็นสองกลุ่ม

ยกตัวอย่างเช่น Apple  เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจในทั้งสามกลุ่มนี้ โดย Apple ได้ทำการตลาดเชิงลึกด้วย หมายความว่าพวกเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครอื่น แต่ขึ้นอยู่กับตัวเองในการจัดส่งฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์และบริการที่เหมาะสม ซึ่ง Apple ได้ควบคุมทุกส่วนสำคัญอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การผลิตจนถึงประสบการณ์การใช้งานผลิตภัณฑ์เพื่อที่จะรักษาประสบการณ์ที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นความต้องการของลูกค้า

หากมองโดยผิวเผิน การที่ Google ซื้อกิจการของ Motorola คงเป็นเพราะเรื่องของสิทธิบัตรเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่า Google จะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของธุรกิจฮาร์ดแวร์ด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากพวกเขาเข้าใจดีว่า การทำการตลาดเชิงลึกนั้นทำให้มีโอกาสอันดีที่จะใช้สู้กับ Apple ในระยะยาว

ในการรวมธุรกิจของ Motorola เข้าไว้ใน Google นั้น ก็เหมือนกันกับที่ Apple สามารถควบคุมทั้ง ฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์และการบริการให้สัมพันธ์กับแผนงานของพวกเขา นี่ทำให้พวกเขาสามารถควบคุมชะตากรรมของตัวเองได้มากขึ้นรวมทั้งสามารถมีนวัตกรรมใหม่ ๆ กับผลิตภัณฑ์ได้อย่างทั่วถึง

แต่ก็ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่ายุทธศาสตร์นี้จะประสบความสำเร็จตลอด ตัวอย่าง  เช่น RIM ผู้ผลิต Blackberry  ซึ่งก็ได้ทำการตลาดเชิงลึกด้วยเช่นกันแต่กลับมีส่วนแบ่งการตลาดลดลง

การทำการตลาดเชิงลึกนี้จะให้ผลกำไรตอบแทนดีหากทำถูกที่ถูกเวลาแต่ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้เป็นหายนะได้เหมือนกันหากทำได้ไม่ดีพอ

HPเมื่อตอนที่ HP ซื้อกิจการ Palm และ WebOS  เป็นการส่งสัญญาณถึงความตั้งใจที่จะทำการตลาดเชิงลึก คำกล่าวจากผู้บริหารได้เน้นถึงจุดสำคัญว่า HP เชื่อว่าพวกเขาต้องการควบคุมชะตากรรมของตัวเองและพวกเขาต้องการเป็นเจ้าของซอฟท์แวร์ของตนเองจริง ๆ เพื่อเข้าถึงการตลาดเชิงลึก

อย่างไรก็ตาม ดังที่ผมได้บอกไปแล้วนั้น การตลาดเชิงลึกเป็นหายนะถ้าหากเราทำมันได้ไม่ดีพอ และตอนนี้ HP  ได้ตัดสินใจที่จะออกจากธุรกิจฮาร์ดแวร์อย่างสิ้นเชิง ที่เห็นได้ชัดเลยก็คือการที่ HP ประกาศเลิกธุรกิจผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถขยับตัวได้ทันกับความเร็วของนวัตกรรมที่คู่แข่งมี พวกเขาไม่สามาถแข่งต้นทุนกับ Acer หรือ Asus  ได้ พวกเขาไม่สามารถขายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่มีราคาแพงกับกลุ่มลูกค้าระดับบนได้เพราะ Apple  ทั้งหมดนี้นำไปสู่แนวโน้มธุรกิจหลักในอนาคต

 

อย่างที่สองก็คือเน้นทางด้านซอฟท์แวร์และบริการ

กลุ่มของซอฟท์แวร์และบริการในธุรกิจนี้เป็นส่ิงที่ทำกำไรได้มากที่สุด  กำไรต่อหน่วยเฉลี่ยอยู่ที่ 50% ถึง 80% แต่ในทางกลับกัน กลุ่มฮาร์ดแวร์น้อยมากที่จะให้กำไรต่อหน่วยมากกว่า 10% หากไม่ใช่ Apple

สำหรับใครหลายคนที่พอรู้เรื่องประวัติศาสตร์ธุรกิจเทคโนโลยีมาบ้าง พวกเขารู้ว่าการคิดแบบนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ IBM ออกจากธุรกิจฮาร์ดแวร์และมุ่งความสนใจไปที่ซอฟท์แวร์และบริการแทน โดยในปี 2005  IBM ได้ขายธุรกิจของพวกเขาทั้งหมดให้กับ Lenovo

ซึ่งมันเป็นยุทธศาสตร์ที่ผมคาดหวังเต็มเปี่ยมว่ามีบริษัทอื่นจำนวนหนึ่งเริ่มต้นใช้มันแล้ว ดังเช่นที่ Apple ได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขาได้ทำการตลาดเชิงลึกเป็นกุญไปสู่ความสำเร็จ

ยกตัวอย่างเช่น Dell  ค่อย ๆ ถอยห่างจากธุรกิจคอนซูเมอร์ของพวกเขา โดยขยับจากตลาดคอนซูเมอร์เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลไปเป็นลูกค้ากลุ่มบริษัทและไอที

Dell เองก็เหมือน HP  ที่จุดแข็งของบริษัทเน้นที่กลุ่มการให้บริการและซอฟท์แวร์  ผมไม่ประหลาดใจเลยสักนิดถ้าหากว่าเมื่อถึงจุดหนึ่ง Dell ก็ต้องออกจากธุรกิจคอนซูมเมอร์เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เนื่องจากพวกเขาได้ค้นพบสิ่งเดียวกันกับที่ HP เจอ การทำธุรกิจในตลาดคอนซูเมอร์ คุณต้องลงทุนและเป็นเจ้าของระบบแวดล้อมทั้งหมดเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้

นั่นหมายความว่าผู้เล่นหนัาใหม่มีโอกาสเพิ่มขึ้น บริษัทอย่าง Acer , Lenovo, Asus และ Samsung  มีโอกาสเปิดกว้างในการเพ่ิมส่วนแบ่งการตลาดเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั่วโลก แต่การทำเช่นนั้น พวกเขาต้องให้ความใส่ใจอย่างมากในการจัดหาการแก้ปัญหาแบบครบวงจรรวมทั้งระบบแวดล้อมสำหรับลูกค้า

RIMนี่กลายเป็นข่าวดีสำหรับ Apple ด้วย จากความวุ่นวายในโลกของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดว์ซึ่งได้นำลูกค้ามาสู่ Apple มากขึ้น

สิ่งสำคัญก็คือว่าหลายบริษัทกำลังเผชิญกับความจริงนี้ในยุคหลังคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในแนวทางที่แตกต่างกัน และในยุคหลังเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลนี้เพ่ิงเริ่มต้นอย่างจริงจัง

หลายบริษัทที่คิดว่าพวกเขาสามารถทำสิ่งที่เคยทำได้ในยุคนี้ และยังสามารถทำมันต่อไปได้นั้นจะต้องเจอกับความท้าทายทางการตลาดที่ยากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เป็นที่ชัดเจนว่าเรากำลังเข้าสู่เขตแดนที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนและบริษัทเหล่านี้ล้วนต้องการนวัตกรรมและการคำนวณความเสี่ยงถ้าหากพวกเขาหวังที่จะอยู่แบบเดิม และเช่นเดียวกับ Apple ถ้าหากพวกเขาต้องการแข่งขันและคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าต้องการและเต็มใจซื้อ พวกเขาอาจต้องใช้การตลาดเชิงลึกเพื่อเข้าถึงตลาดด้วย

Comments (0)

RELATED SITES

บทความล่าสุด