Tag Archive | "borders"

Nook

Tags: , , , , , , , , , , ,

บริษัท 4 แห่งนี้ ใครจะล้มละลายก่อนกัน ?

Posted on 25 January 2012 by admin

เมื่อบริษัทที่มีฐานะอ่อนแออย่าง  Borders และ NewPage ต้องพบเจอเหมือนกันนั่นก็คือ การเข้าสู่กฎหมายฟื้นฟูกิจการตาม Chapter 11 เมื่อปีที่แล้วนั้น  แต่ทว่าตอนนี้การพูดคุยกันถึงเรื่องล้มละลายได้กระจายไปยังบริษัทที่เกี่ยวข้องกับสื่อสิ่งพิมพ์ที่ครั้งหนึ่งเคยดูเหมือนว่าจะครองความยิ่งใหญ่ไปตราบนานเท่านาน บริษัทที่พูดถึงก็คือ U.S. Postal Service, Barnes & Noble, Quad/Graphics และ Verso Paper

ดูเหมือนทุกอย่างจะเลวร้ายสำหรับธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ บริษัทที่เราพูดถึงต่างเคยเป็นผู้ชนะในสงครามการแข่งขันมาก่อนทว่าในตอนนี้พวกเขากำลังกลายเป็นเหยื่อ ?  ข้อมูลจาก Dead Tree Edition นั้นยังไม่ฟันธง จึงอยากจะให้ผู้อ่านช่วยกันทำให้มันกระจ่างขึ้น

เราได้เริ่มทำโพลสำรวจว่าบริษัทใดในสี่แห่งนี้ที่จะไปสิ้นสุดลงที่ศาลล้มละลายในปี 2012 นี้  หากใครได้  ในช่วงต้นของการโหวต มีผู้โหวตเพียง 30% ที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งในสี่แห่งนี้ต้องล้มละลายในปีนี้ ในขณะที่ Verso และ USPS กำลังมีลุ้นว่าใครจะเป็นคนไปก่อนเพื่อน

ทีนี้เราลองมาดูบทสรุปของแต่ละบริษัทกันก่อน

 

 

 

USPS : บริษัทไปรษณีย์สหรัฐฯ

เมื่อไม่กี่ปีมานี้ จากการที่ปริมาณการส่งจดหมายลดลงและสภาครองเกรสไม่สามารถตัดสินใจได้นั้น ทำให้บริษัทจากที่เคยเป็นตัวทำรายได้ให้กับรัฐบาลเปลี่ยนไปเป็นบริษัทที่มีผลขาดทุนหลายพันล้านเหรียญฯ  โดย Gene Del Polito ประธานสมาคมธุรกิจไปรษณีย์ ได้สรุปสถานการณ์ในสัปดาห์นี้ว่า

“ความท้าทายอย่างหนึ่งที่มีนัยสำคัญก็คือ การพบว่าบริษัทไปรษณีย์สหรัฐฯ ยังแยกแยะอะไรได้ไม่ชัดเจน นั่นก็คือบริษัทมีความสามารถในการเพิ่มต้นทุนได้ดีกว่าความสามารถในการสร้างรายรับจากการให้บริการไปรษณีย์อย่างมีนัยสำคัญ  ที่นี้ลองใช้เหตุผลตัดสินว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น แต่ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอะไรก็ตาม ผลของมันก็ยังคงเป็นเช่นเดิม นั้นก็คือ มีรายรับไม่เพียงพอกับรายจ่ายอันมากมาย”

โดยตัวแทนบริษัทได้เข้าพบกับผู้ให้คำปรึกษาเรื่องการปรับโครงสร้างองค์กร (AKA bankruptcy) เมื่อปีที่แล้ว จากนั้นคำว่า “ล้มละลาย” ก็พบได้ทั่วไปตามรายงานข่าว

แต่อะไรล่ะที่เป็นความหมายที่แท้จริงของคำว่า “ล้มละลาย” สำหรับการให้บริการไปรษณีย์ โดยรัฐบาลกลางซึ่งเป็นเจ้าหนี้นั้น รัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องจัดหาให้มีบริการไปรณีย์ หากรัฐบาลกลางตัดสินใจปิดกิจการของ USPS แล้วใครจะมาทำหน้าที่ตรงนี้ ? อย่าบอกนะว่า FedEx และ UPS

 

 

 

Barnes & Noble : ร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ 

กลุ่มร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ อาจเคยดีใจที่เห็นคู่แข่งอย่าง Borders ล้มครืนลง และเนื่องจากว่าพวกเขาขยับตัวเข้าสู่ความเป็นร้านหนังสือออนไลน์ได้เร็วกว่า นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เครื่องอ่าน e-book ของตัวเองในนาม Nook  ออกสู่ตลาดอีกด้วย  แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้หน่วยงานวิจัยแห่งหนึ่ง ได้จัดให้พวกเขาอยู่ในรายชื่อกลุ่มบริษัทที่มีแนวโน้มจะมีปัญหาทางด้านการเงิน

การเปิดเผยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า พวกเขาอาจตัดงบลงทุนในส่วนของ Nook ออกไปซึ่งค่อนข้างเป็นงบก้อนโตและอาจส่งผลให้บริษัทตกอยู่ในภาวะย่ำแย่  โดยมีสมมติฐานหนึ่งชี้ให้เห็นว่าหากแยกส่วนธุรกิจของ Nook ออกไปแล้ว ตัว Barnes & Noble เองอาจต้องเข้าสู่กฎหมายฟื้นฟูกิจการ Chapter 11 แต่ผู้ถือพันธบัตรจะยอมให้แยกส่วนธุรกิจ  Nook ออกไปหรือไม่ ในเมื่อหากแยกส่วนนี้ออกไปแล้วอาจทำให้บริษัทแม่อยู่ในภาวะลำบากยิ่งกว่าเดิม

โดยส่วนตัวผมคิดว่า เป็นไปได้ที่การแยกส่วนของ Nook ออกไปนั้น น่าจะเกี่ยวกับกับการใช้ประโยชน์ของเงินลงทุนจำนวนมากสำหรับแผนกของ Nook เพื่อรักษาความเร็วให้เท่ากับคู่แข่งอย่าง Amazon และ Apple

 

 

 

 

Quad/Graphics

การที่ Quad ทำกำไรได้ค่อนข้างสูงทำให้สามารถกลืนคู่แข่งที่ใหญ่กว่ามากอย่าง Worldcolor ได้เมื่อ 18 เดือนที่ผ่านมา และด้วยการลงทุนในการฝึกอบรมและเทคโนโลยีใหม่ การมีพนักงานที่มีคุณภาพและทักษะสูงและด้วยวัฒนธรรมที่เชื่ออย่างปราศจากข้อสงสัย Quad  เป็นบริษัทชั้นนำด้านการจัดการที่ได้รับความนิยมมานานหลายปี

แต่ Quad  ปรากฏอยู่ในรายชื่อบริษัทที่มีความเสี่ยงสูงต่อท้าย Barnes & Noble จากการเข้าซื้อกิจการของ Worldcolor ทำให้บริษัทมีภาระดอกเบี้ยเงินกู้จำนวนมาก มากเกินกว่าความสามารถที่จะจัดการได้ นอกจากนี้ยังมีปัญหาปวดหัวอีกเต็มไปหมด

จากการที่สื่อดิจิตอลได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และความไม่แน่นอนในโชคชะตาของการให้บริการไปรษณีย์ที่สุ่มเสี่ยงขึ้นทุกวัน  การเป็นที่หนึ่งหรือที่สองในแวดวงนิตยสาร หนังสือ สมุดหน้าเหลืองและแคตตาล็อกสินค้า ดูเหมือนจะไม่ใช่ตำแหน่งที่น่าประทับใจสักเท่าไหร่  และทั้ง ๆ ที่โรงงานจำนวนมากถูกปิดไปตั้งแต่การเข้าซื้อกิจการ Quad ยังคงค้นพบว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับการผลิตส่วนเกินและราคาที่ลดต่ำลงในตลาดส่วนต่าง ๆ ของตน

 

 

 

Verso Paper

Verso แยกตัวออกมาจาก International Paper  อันแข็งแกร่งและกลายเป็นบริษัทที่มีอิทธิพลในธุรกิจกระดาษและสิ่งตีพิมพ์ในอเมริกาเหนือนับตั้งแต่นั้น  เช่นเดียวกับคู่แข่งตัวหลักอย่าง NewPage ที่ต่อมาก็ถูกซื้อกิจการไปโดยกองทุนเฮดจ์ฟันด์ แต่การที่บริษัทหลีกเลี่ยงการปลดพนักงาน ความสัมพันธ์กับลูกค้าที่ไม่สู้ดี รวมทั้งภาวะหนี้สินจึงทำให้ NewPage ต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการตาม Chapter 11 เมื่อสี่เดือนที่แล้ว

แต่ความล้มเหลวของ NewPage ก็ไม่ได้ส่งผลดีให้กับ Verso แต่อย่างใด  NewPage ยังคงอยู่ในธุรกิจและมีเพียงเครื่องจักรราคาถูก ตราบเท่าที่บริษัทยังอยู่ในขั้นตอนการล้มละลาย ก็ยังสามารถเดินเครื่องจักรเหล่านั้นให้เกิดสภาพคล่องระยะสั้นได้สูงสุดโดยเพิกเฉยต่อการกำกับดูแลของตลาด

Verle Sutton  นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมกระดาษ ได้เขียนไว้ใน  The Reel Time Report  เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยเขาได้สรุป ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของ Verso ในแนวทางดังนี้

“มีรายงานมากมายที่แสดงให้เห็นว่า Verso จะต้องเจอช่วงเวลาที่ยากลำบากมากขึ้นกับปัญหาการล้มละลายในช่วงระหว่างสองปีนับจากนี้ บริษัทมองโลกในแง่ดีมากเกินไป แต่โอกาสที่เป็นไปได้คือการต่อสู้เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะล้มละลาย  การลดจำนวนการผลิตในการพยายามที่จะรักษาสมดุลระหว่างดีมานด์กับซัพพลายนั้นอาจเป็นผลเสียสำหรับ Verso และจะทำให้บริษัทพุ่งเข้าสู่ภาวะล้มละลายในไม่ช้า”

 

อ้างอิงข้อมูลจาก http://deadtreeedition.blogspot.com/

 

Comments (0)

Barnes & Noble e-book NOOK

Tags: , , , , , ,

Barnes & Noble กับการแข่งขันครั้งใหม่จาก e-book

Posted on 15 September 2011 by admin

 ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com

ร้านหนังสือ Barnes & Nobleในภาพยนต์เรื่อง “You’ve Got Mail”  Tom Hanks แสดงเป็น Joe Fox เจ้าของร้านหนังสือขนาดใหญ่ชื่อ Fox & son  Books ที่แข่งขันไล่บี้ให้ร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่ชื่อ The Shop Around The Corner  ซึ่งเจ้าของร้านแสดงโดย  Meg Ryan จนต้องปิดกิจการลงในที่สุด

สำหรับ Barnes & Noble ต้องเจอกับการแข่งขันครั้งใหม่จาก e-book ที่ได้ส่งผลกระทบทำให้กำไรและจำนวนคนที่เข้าร้านหนังสือลดลง

12 ปีต่อมา อาจเป็นไปได้ว่า Joe Fox ต้องกลับมาเป็นกังวลอีกครั้ง เมื่อผู้อ่านได้ผละจากร้านหนังสือเล็ก  ๆ เพื่อเจอกับความประหลาดใจว่า จริง  ๆ แล้ว พวกเขาต้องการร้านหนังสือกันหรือเปล่า  คนส่วนใหญ่กำลังสั่งซื้อหนังสือทางออนไลน์หรือดึงมันออกมาจากลังหนังสือขายดีในร้าน Wal-Mart

แต่การคุกคามที่น่ากลัวสำหรับธุรกิจนี้และนักอ่านบางคนก็คือการเติบโตของ e-book

ในช่วงห้าเดือนแรกของปี 2009  ยอดขาย e-book คิดเป็น 2.9% ของยอดขายตัวเล่ม และในช่วงเวลาเดียวกันนี้ของปี 2010  ยอดขาย e-book ซึ่งโดยทั่วไปมีราคาถูกกว่าหนังสือปกแข็งนั้น เติบโตเป็น 8.5% ของยอดขายตัวเล่ม ตามรายงานจากสมาคมสำนักพิมพ์อเมริกัน โดยได้รับอานิสงฆ์มาจากยอดขายของ Amazon Kindle และ Apple iPad

สำหรับ Barnes & Noble ซึ่งเป็นร้านหนังสือที่ครองความยิ่งใหญ่มานานในอเมริกา การแข่งขันครั้งใหม่นี้ได้นำไปสู่ผลกำไรและจำนวนคนเข้าร้านที่เริ่มลดลง หลังจากที่ทางบริษัทได้ประกาศขายกิจการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ทาง Leonard Riggio  ประธานกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Barnes & Noble  ผู้ที่ได้ประกาศความเชื่อมั่นของเขาในอนาคตของบริษัท ได้กล่าวเป็นนัยว่า เขาอาจจะซื้อบริษัทนี้ด้วยตัวเขาเองและเอามันออกจากตลาดหุ้น

สำหรับผู้อ่านแล้ว e-book ไม่เพียงแต่หมายความถึงการเปลี่ยนรูปแบบของประสบการณ์ในการอ่านเท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนรูปแบบการซื้อหนังสือจากเดิมที่เป็นการเดินทอดน่องไปตามชั้นหนังสือ  อ่านดูปกและหากชอบใจก็หยิบเล่มนั้นออกมา

สำนักพิมพ์หลายแห่งต้องแปลกใจที่เห็นความนิยมในตัว  e-book เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายหนังสือตัวเล่มที่พวกเขาเป็นตัวแทนจำหน่ายอยู่ ถ้าหากจำนวนร้านหนังสือลดลง บรรดาสำนักพิมพ์เกรงว่ายอดขายก็จะลดลงตามไปด้ว ย บ้างก็กังวลว่าร้านหนังสือขนาดใหญ่จะเป็นเหมือนกับร้านขายเทปและซีดีเพลงที่ต้องปิดตัวลงเมื่อธุรกิจเพลงเข้าสู่รูปแบบดิจิตอล

Laurence J. Kirshbaum  ตัวแทนนักเขียน กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงจากหนังสือตัวเล่มไปเป็นหนังสือดิจิตอลนั้น สามารถทำให้ระบบเศรษฐกิจบางส่วนชะลอตัวได้ แต่ไม่สามารถช่วยเยียวยาความสูญเสียที่เกิดขึ้น เราต้องการให้คนไปที่ร้านและมองหาหนังสือสักเล่มที่พวกเขาไม่รู้ว่ามันมีอยู่และซื้อมันมาอ่าน”

Barnes & Noble e-book NOOKทางด้าน Carolyn Reidy ซีอีโอของ Simon & Schuster กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า “ในปัจจุบัน e-book ทำรายได้ให้กับบริษัทหนังสือราว 8% ของรายได้ทั้งหมด” เธอทำนายว่า ยอดขาย e-book จะสูงขึ้นถึง 40% ภายในสามถึงห้าปีต่อจากนี้

ส่วน Mike Shatzkin ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Idea Logical Company ซึ่งให้คำปรึกษาแก่สำนักพิมพ์ต่าง ๆ ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงดิจิตอลนี้ กล่าวว่า “e-book เคลื่อนไปข้างหน้าเร็วขึ้นทุกทีตลอดเวลาซึ่งทำให้หลายสิ่งดูไม่เข้าข้างร้านหนังสือตามสถานที่ต่าง  ๆ ”

Iris Reeves  รองผู้จัดการของ East Texas วัย 53 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่ไปร้านหนังสือ เกือบทุกสุดสัปดาห์ เธอและสามีจะขับรถเป็นระยะทางราว 60 ไมล์ ไปยังร้านหนังสือ Barnes &  Noble ที่ใกล้ที่สุด เพื่อใช้ช่วงเวลาอันยาวนานในการเลือกซื้อหนังสือ  เธอซื้อหนังสือปกอ่อนหลายเล่ม (เรื่องสยองขวัญ,นวนิยายวิทยาศาสตร์, นวนิยายแนวเหนือจริง ) ส่วนสามีจะซื้อหนังสือพวกวรรณกรรมทั่วไปและนิตยสารเกี่ยวกับยานยนต์สองสามฉบับ

เธอเห็นสัญญาณเตือนจากร้านหนังสือราวหนึ่งโหล ทั้งที่เป็นร้านหนังสืออิสระและร้านหนังสือที่มีสาขาอย่างเช่น Crown Books  ค่อย ๆ หายไป นอกจาก Barnes & Noble และ Borders แล้ว มีเพียงร้านหนังสืออื่น ๆ แถบใกล้เคียงเท่านั้นที่ขายหนังสือใหม่ซึ่งทั้งหมดเป็นร้านหนังสือเกี่ยวกับศาสนา

Reeves บอกว่า ” ฉันไม่ต้องการเสียทางเลือกของการเข้าไปในร้านหนังสือและหยิบจับหนังสือสักเล่มจริง ๆ  ฉันชอบที่จะเดินไปมาในทางเดินระหว่างชั้นหนังสือ ดูว่ามีอะไรตรงนั้น ถ้าหากฉันมีสิทธิเลือก ต้องเป็นหนังสือกระดาษทั้งหมด !!

ใครก็ตามที่มาลงเอยในร้านสาขาของ Barnes & Noble จำนวน 720 สาขาเหล่านี้ จะต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในอุตสาหกรรมและถ้าหากการเปลี่ยนแปลงไปสู่ e-book  เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่องเช่นนี้ จะเป็นเครืื่องพิสูจน์ว่า Barnes & Noble สามารถประสบความสำเร็จในฝั่งของการขายหนังสือดิจิตอลได้เช่นเดียวกับที่เคยประสบความสำเร็จในแบบของตัวเล่มหรือไม่

William Lynch ซีอีโอของ Barnes & Noble กล่าวในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า “ร้านสาขาต่าง ๆ ได้ถูกดัดแปลงใหม่ให้สามารถดึงดูดคนเข้าร้านได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มสินค้าอย่างเช่นเกมส์และของเล่นที่เสริมสร้างทักษะความรู้ และเน้นการทำตลาดเครื่องอ่าน e-book ของเรา ซึ่งก็คือ Nook.

Lynch บอกว่า ” เราคิดว่าเรามียุทธศาสตร์ที่มาถูกทาง การเติบโตในส่วนของ e-book  ของเรานั้นรุดหน้ากว่าแผนที่ตั้งไว้ไปถึง 9 เดือน”

มันเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในเรื่องความไม่แน่นอนสำหรับบริษัท   ในยุค 90 ที่เป็นยุครุ่งเรืองของร้านหนังสือขนาดใหญ่นั้น Barnes & Noble เคยครองความยิ่งใหญ่ มีการกระจายตัวเข้าถึงลูกค้าอย่างรวดเร็วและน่าอัศจรรย์ใจด้วยการที่มีหนังสือให้เลือกมากมายหลากหลายแขนงพร้อมทั้งส่วนลดอย่างมากมายแบบที่ร้านหนังสือที่เล็กกว่าหรือร้านหนังสืออิสระไม่สามารถสู้ได้เลย ทำให้ Riggio  ได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลสูงสุดในธุรกิจหนังสือ

David Steinberger ซีอีโอของ Perseus Book Group กล่าวว่า ”เมื่อตอนที่ Barnes & Noble เติบโตนั้น มีหลายสิ่งที่ดีมาก ๆ สำหรับสำนักพิมพ์ต่าง ๆ และนักเขียน พวกเขามีพลัง มีความมั่นใจสูง พวกเขาจัดงานร่วมกับนักเขียนได้อย่างยอดเยี่ยมและพวกเขายังมีหนังสือให้เลือกมากมาย”

แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ Barnes & Noble  ต้องแข่งขันกับ Amazon.com ซึ่งเป็นผู้นำตลาด e-book และมีหนังสือตัวเล่มให้เลือกมากมายบนโลกออนไลน์ การมาของ iPad ในเดือนเมษายนเป็นเพียงการเพิ่มความสนใจในตัว e-book เท่านั้น

Peter Osnos ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการพิเศษของ PublicAffairs ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์อิสระ กล่าวว่า ” บริษัทแห่งนี้กำลังก้าวผ่านการต่อสู้ขั้นพื้นฐานอย่างแท้จริง สิ่งที่คุณมีก็คือการก่อตัวของปัจจัยการเปลี่ยนแปลงของทิศทางการซื้อหนังสือที่กำลังเกิดขึ้น ในภาวะเศรษฐกิจซบเซาโดยทั่วไป ”

เมื่อมีการขยายร้าน Barnes & Noble ที่ Union Square ใน Manhattan  นั้น การเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่กำลังครอบคลุมบริษัทและธุรกิจนี้ได้แสดงบทบาทอย่างเต็มที่ ชั้นหนังสือถูกทำให้ว่างเปล่าเพื่อที่จะทำให้เป็นห้องสำหรับของเล่นและเกมส์ มีสัญลักษณ์ห้อยลงมากจากเพดานเพื่อแสดงออกถึงความรู้สึกสดชื่นร่าเริง

Reidy จาก Simon & Schuster บอกว่า “ผมชอบทุกสิ่งที่ทำให้คนเข้ามาที่ร้าน ถ้าหากของเด็กเล่นหรือเกมส์นำครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งเข้ามาในร้านหนังสือ ผมก็พอใจแล้ว”

นอกจากนี้บริษัทกำลังอยู่ในช่วงก้าวสำคัญในการจับตลาดดิจิตอล  ในเดือนกันยายนทาง Barnes & Noble จะเริ่มสร้างร้านขายเครื่องอ่าน e-book  Nook ของตัวเองบนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางฟุต

Samantha Robinson นักศึกษาวัย 24 ปี หยุดอยู่ตรงด้านนอกของร้านที่ Union Square  เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในมือของมือมี Nook ที่เพิ่งซื้อมาใหม่ เธอบอกว่า “ฉันกำลังจะซื้อหนังสือให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ด้วยเครื่องอ่่าน e-book นี้ เพราะว่ามันราคาถูกมาก” และถ้าหากว่าเธอหยุดการซื้อหนังสือแบบตัวเล่มไปจริง ๆ “ฉันคงไม่คิดถึงมันเลย” เธอกล่าวทิ้งท้าย

อ้างอิงจาก  www.nytimes.com

Comments (0)

RELATED SITES

บทความล่าสุด