Tag Archive | "ลายเซ็นดิจิตอล"

bb124s2650-300×225

Tags: , , ,

การเข้ารหัสเงินเปลี่ยนการจ่ายเงินของเราได้อย่างไร (2)

Posted on 13 January 2012 by admin

 ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com


สัญลักษณ์ดิจิตอลหรือลายเซ็นดิจิตอล

 

สำหรับลายเซ็นดิจิตอลนั้น ทำให้เจ้าของงานสามารถปกป้องผลงานของตนได้ง่ายขึ้นและให้ใครก็ตามสามารถยืนยันตัวตนของพวกเขาเพื่อการเข้าถึงเนื้อหาเหล่านั้น ยากต่อการปลอมแปลง  ถ้าหากเราเห็นลายเซ็นดิจิตอลเราสามารถรู้ได้ทันทีว่าเนื้อหาดังกล่าวต้องมาจากเจ้าของผลงานอย่างแน่นอนเป็นใครอื่นไม่ได้  ตัวอย่างเช่น หากเราเขียนจดหมายถึงคุณ และลงลายเซ็นดิจิตอลไว้ คุณรู้ได้ว่ามีเราเท่านั้นที่ทำแบบนี้ได้ โดยเนื้อหาในอีเมล์สามารถเป็นได้ทั้งแบบเนื้อหาที่สามารถอ่านได้หรือเข้ารหัสก็ได้

ลายเซ็นดิจิตอลนั้นถูกสร้างขึ้นจากการเข้ารหัสแบบไม่สมมาตรหรือการเข้ารหัสและถอดรหัสแบบใช้กุญแจรหัสคนละตัวกัน  โดยที่การส่งจะมีกุญแจรหัสตัวหนึ่งในการเข้ารหัส และผู้รับก็จะมีกุญแจรหัสอีกตัวหนึ่งเพื่อใช้ในการถอดรหัส ผู้ใช้รายหนึ่งๆจึงมีกุญแจรหัส 2 ค่าเสมอคือ กุญแจสาธารณะ (public key) และ กุญแจส่วนตัว (private key) ผู้ใช้จะประกาศให้ผู้อื่นทราบถึงกุญแจสาธารณะของตนเองเพื่อให้นำไปใช้ในการเข้ารหัสและส่งข้อมูลที่เข้ารหัสแล้วมาให้ ข้อมูลที่เข้ารหัสดังกล่าวจะถูกถอดออกได้โดยกุญแจส่วนตัวเท่านั้น ( อ่านเพิ่มเติมจาก การเข้ารหัสข้อมูล ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ) อย่าง RSA

Asymmetric Cryptography (Public key) ภาพจาก http://www.ku.ac.th/e-magazine/august44/it/encryp.html

การสร้างลายเซ็นดิจิตอลสำหรับไฟล์หรือข้อความนั้น  คุณต้องทำให้ข้อมูลหรือเนื้อหาของไฟล์นั้นให้กลายเป็นส่วนเล็ก ๆ ด้วยฟังก์ชันที่เรียกว่า Hash อย่าง  SHA-256 แล้วเข้ารหัสผลลัพท์ที่ได้ด้วยกุญแจส่วนตัว (private key) ซึ่งจะได้เป็นลายเซ็นดิจิตอลสำหรับไฟล์นั้น ๆ ทางผู้รับสามารถยืนยันลายเซ็นดิจิตอลของไฟล์ได้โดยการถอดรหัสด้วยกุญแจสาธารณะ (public key) ซึ่งถ้าค่า Hash ที่ได้ตรงกัน คุณสามารถเข้าถึงเนื้อหาดังกล่าวได้ แต่ถ้าหากค่า Hash ที่ได้ไม่ตรงกันคุณก็จะไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหาดังกล่าวได้

การทำ private key หรือ public key  ดูเป็นไอเดียจากตรงนี้   >>>>  How to create public key

รูปภาพจาก http://th.wikipedia.org

 

จากการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวนี้ ทำให้เราคิดได้ว่าเราจะประยุกต์ใช้กับเหรียญดิจิตอลได้อย่างไร ???

สมมติว่า เรามีธนาคารกลางอยู่แห่งหนึ่งที่คอยแจกจ่ายตัวเลขอย่างเช่นตัวเลขบนธนบัตร ( โดยธนบัตรเหล่านี้มีความแตกต่างกันเนื่องจากแต่ละใบนั้นมีเลขเฉพาะระบุอยู่) ธนาคารได้ทำการ Hash ตัวเลขเฉพาะบนธนบัตรจากนั้นก็ได้ทำการเข้ารหัสธนบัตรแต่ละใบด้วยกุญแจส่วนตัว (private key) เป็นการสร้างลายเซ็นดิจิตอลให้ธนบัตรเหล่านั้น เราจะเรียกว่าเป็นการรวมกันของตัวเลขเฉพาะกับลายเซ็นดิจิตอลของเหรียญกษาปณ์

และแล้วเราก็มีเหรียญดิจิตอลใช้ ซึ่งมีเพียงแค่ธนาคารเท่านั้นที่สามารถทำมันขึ้นมาได้ แต่เราอาจยังคงต้องเจอกับปัญหาการปลอมแปลงอยู่ เราสามารถปลอมแปลงเหรียญดิจิตอลพวกนี้ได้ทั้งวัน และถึงแม้่ว่าเราสามารถตรวจสอบได้ว่าเหรียญดิจิตอลนี้ใช้ได้หรือไม่แต่เราก็ไม่มีทางพิสูจน์ได้ว่าอันไหนของแท้หรือของปลอม

ดังนั้นธนาคารจำเป็นต้องติดตามว่าเหรียญดิจิตอลแต่ละเหรียญเหล่านี้ไปอยู่ที่ไหน นั่นก็คือ การรู้ว่าใครเป็นเจ้าของเหรียญอยู่ในตอนนี้ ถ้าหากเราใช้เหรียญดิจิตอลในการซื้อบางอย่างจากคุณ เราจำเป็นต้องบอกให้ธนาคารรู้ว่าเราได้ทำอะไรไปและตอนนี้คุณเป็นเจ้าของเหรียญนั่นแล้วรวมทั้งการซื้อขายในครั้งนั้นได้ถูกบันทึกไว้ในธนาคารกลางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ชัดเจนว่า เราไม่สามารถใช้เหรียญเดียวกันนี้ซื้อของจากน้องเปิ้ลและต่อจากนั้นค่อยเอาไปซื้อกับพี่เหิมได้ ซึ่งธนาคารสามารถแจ้งเราได้ในกรณีที่เรากำลังใช้เหรียญดิจิตอลอันเดิมที่เราไม่ได้เป็นเจ้าของแล้วในการซื้อสินค้าอื่นซึ่งตรงนี้เราสามารถขอยกเลิกการซื้อขายครั้งนั้นได้

เนื่องจากเรากังวลว่าอาจมีใครสักคนที่สามารถโกงระบบได้ ดังนั้นบันทึกการซื้อขายหรือการชำระเงินที่เราได้ลงทะเบียนไว้กับธนาคารนั้นจะต้องมีลายเซ็นดิจิตอลของเราไว้ ซึ่งหากเป็นการชำระเงินที่ไม่มีลายเซ็นดิจิตอลกำกับแล้ว คุณสามารถแจ้งธนาคารได้ว่าเป็นการชำระเงินหลอกลวงที่อ้างว่ามาจากเราและสามารถโอนเงินทั้งหมดที่มาจากเหรียญดิจิตอลนั้นคืนกลับไปให้คุณ  จะเห็นได้ว่าไม่ใช่มีแต่เพียงเหรียญดิจิตอลเท่านั้นที่จำเป็นต้องมีลายเซ็นดิจิตอลกำกับแต่การซื้อขายหรือการชำระเงินที่เกี่ยวข้องกับเหรียญดิจิตอลนั้นก็ต้องมีลายเซ็นต์ดิจิตอลของผู้ซื้อกำกับด้วย

นั่นหมายความว่า ทุกคนที่ใช้เหรียญดิจิตอลต้องลงทะเบียนกับทางธนาคารเพื่อที่ทางธนาคารจะได้จะได้ให้กุญแจสาธารณะ (public key)  เนื่องจากในการยืนยันการชำระเงินนั้น ธนาคารต้องถอดรหัสลายเซ็นดิจิตอลของผู้ซื้อด้วย

 

การเข้ารหัสข้อมูล อ่านเพิ่มเติมได้จาก http://www.ku.ac.th/e-magazine/august44/it/encryp.html

 

การถอดรหัสข้อมูล อ่านเพิ่มเติมได้จาก http://www.ku.ac.th/e-magazine/august44/it/encryp.html

 

อ้างอิงข้อมูลบางส่วนและรูปภาพจาก  www.ku.ac.th/e-magazine/august44/it/encryp.html

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำนักบริการคอมพิวเตอร์, กรกฎาคม 2544

 

Comments (0)

cash money

Tags: , , , ,

การเข้ารหัสเงินเปลี่ยนการจ่ายเงินของเราได้อย่างไร (1)

Posted on 10 January 2012 by admin

 ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com

การใช้เงินโดยไม่ต้องพกธนบัตรและเหรียญกษาปณ์

บทความช้ินนี้อ้างอิงจากงานเขียนของ Julian Bucknall
ถึงแม้ว่าเราต่างก็รู้จักเงินสดกันเป็นอย่างดี ลองมองมันในอีกมุมหนึ่งกันดีไหม ???

ประการแรกเลย เงินสดเป็นสิ่งที่จับต้องได้ไม่ว่าจะเป็นธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์

หากคุณซื้อของบางอย่าง คุณยื่นเงินสดให้กับผู้ขาย ผู้ขายก็จะยื่นของให้คุณแล้วก็รับเงินไป เงินสดที่คุณมีในตอนแรกมูลค่าก็จะลดลงเพราะถูกหักออกไปด้วยราคาของสินค้า

ประการที่สอง มันค่อนข้างยากหากคุณต้องการเลียนแบบเงินสด

มันอาจจะดีหากว่าคุณสามารถถ่ายเอกสารธนบัตรไว้ อย่างน้อยมันอาจจะอยู่จนทุกคนเริ่มทำมันและเศรษฐกิจโลกได้เกิดล้มละลายในสองสามวินาทีต่อจากนั้น หรือคุณสามารถปั๊มเหรียญกษาปณ์เองให้มีต้นทุนการทำถูกกว่าที่คุณสามารถซื้อมัน แต่มันมีการป้องกันที่หลากหลายเพื่อให้แน่ใจว่าวิธีการนี้ไม่ได้ผลและมีต้นทุนสูง

การพิมพ์ธนบัตรนั้นจำเป็นต้องใช้กระดาษเฉพาะหาซื้อได้ยากและถูกออกแบบให้ยากต่อการปลอมแปลงหรือถ่ายเอกสาร (ในสหรัฐฯ กระดาษสำหรับพิมพ์ธนบัตรมีส่วนผสมหลักจากฝ้ายและสามารถทนต่อการถูกซักในเครื่องซักผ้าได้ )

เหรียญกษาปณ์ที่ระบุค่าเงินนั้นถูกออกแบบมาให้ยากต่อการประทับตราด้วยเครื่องจักรอย่างง่าย ไม่ว่าจะเป็นการมีตัวอักษรอยู่บนขอบที่หยักหรือเป็นร่องอย่างสม่ำเสมอรวมทั้งการที่เหรียญกษาปณ์นี้ถูกทำขึ้นจากโลหะสองชนิดที่มีสีแตกต่างกัน ดังนั้นเหรียญกษาปณ์ที่มีมูลค่าน้อย ๆ จึงไม่คุ้มค่าแก่การปลอมแปลงเนื่องจากไม่คุ้มกับต้นทุนและการทำงานที่เสียไป

ผลที่ตามมาก็คือว่า เงินสดสามารถมาจากบรรดาผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ทำมันขึ้นมาเท่านั้น ซึ่งก็คือ “รัฐบาล”  โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบหน้าที่นี้ก็คือ “โรงกษาปณ์” ที่ต้องคอยผลิตธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ออกมาทดแทนของเดิมที่ถูกทำลายไป ( อย่างเช่น ธนบัตรที่ยับยู่ยี่จากการถูกปั่นในเครื่องซักผ้า ธนบัตรที่ฉีกขาดหรือเหรียญกษาปณ์ที่ถูกใช้จนเก่าและสูญเสียลักษณะเฉพาะที่ป้องกันการปลอมแปลงแล้ว )

ประการที่สาม  มันเป็นสิ่งที่ไม่มีอะไรต้องจดจำ

ไม่จำเป็นต้องมีสถิติว่าเงินถูกเปลี่ยนมือมาแล้วกี่คนกี่ครั้ง และมีคนเพียงไม่กี่คนที่อยากจะรู้เกี่ยวกับการดำเนินการในครั้งนั้นซึ่งก็ควรจะเป็นผู้ซื้อและผู้ขายนั่นเอง ในไม่ช้าบางส่ิงก็เข้ามามีบทบาทเป็นตัวแทนของเงินสด สิ่งนั้นก็คือเช็คและเครดิตการ์ดโดยมีการบันทึกและเก็บสถิติการดำเนินการไว้ ซึ่งธนาคารจะเข้ามาเกี่ยวข้องในฐานะของผู้โอนเงินจำนวนนี้จากบัญชีของผู้ซื้อไปยังบัญชีของผู้ขายและการดำเนินการในครั้งนี้จะต้องเป็นที่รับรู้โดยทั่วกัน

เมื่อก้าวเข้าสู่ความเป็นดิจิตอล

 

หากเราเป็นผู้ออกแบบเงินดิจิตอล เราอาจต้องทำสามปัจจัยหลักของเงินสดที่ได้กล่าวมาข้างต้นซ้ำ  ๆ  ซึ่งได้แก่ ความสามารถในการส่งเงินอย่างโปร่งใสจากผู้ซื้อไปยังผู้ขายแม้ว่ามันจะไม่ใช่วัตถุที่จับต้องได้ก็ตาม  ต่อมาคือ ไม่สามารถปลอมแปลงได้ ( และจำกัดการสร้างจากผู้ที่ได้รับอนุญาตหรือทำหน้าที่นี้ด้วย ) และประการสุดท้าย  คงความเป็นสิ่งที่ไม่มีลักษณะเฉพาะหรือไม่มีอะไรต้องจดจำ

จากทั้งหมดที่กล่าวมา คุณอาจคิดว่าปัญหาหลักที่ต้องเจอก็คือเรื่องของการปลอมแปลง เราทุกคนล้วนตระหนักดีว่าการปลอมแปลงหรือทำสำเนาสิ่งที่เป็นดิจิตอลนั้นง่ายดายเพียงใด  ไล่ตั้งแต่เอกสารเวิร์ดไปจนถึง MP3 และภาพยนต์ ถึงแม้ว่าเอกลักษณ์ทางดิจิตอลนั้นมีการปกป้องไว้ด้วย DRM แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินกว่าที่ใครบางคนจะหาวิธีการหลีกเลี่ยงมัน ตัวอย่างเช่น เรารู้ว่ามันมีวิธีที่จะเล่นแผ่น DVD ที่เราซื้อมาจากอังกฤษ (region 2) ในสหรัฐฯ ซึ่งกำหนดโซนเป็น region 1  ซึ่งถ้าหากว่ามันง่ายดายที่จะสำเนาดิจิตอลและหลบหลีกจากการป้องกันเอกลักษณ์ทางดิจิตอลได้แล้วนั้น เราจะสามารถสร้างเงินดิจิตอลได้หรือไม่ล่ะ ??

อย่างไรก็ตาม ลองตั้งข้อสังเกตดังนี้  เอกลักษณ์ทางด้านดิจิตอลที่เราพูดถึงนั้นมีเนื้อหาที่ต้องการจะถ่ายทอด เราสนใจตรงสิ่งที่ต้องการจะสื่อไม่ได้สนใจว่าเนื้อหาเหล่านี้เป็นอะไร ยกตัวอย่างเช่น เอกสาร Excel  ไม่ได้น่าสนใจเท่ากับไฟล์นามสกุล XLS ที่คุณสามารถส่งเวียนต่อไปได้ มันน่าสนใจเพราะว่า มันเป็นไฟล์ที่มีข้อมูลและการคำนวณ ซึ่งอาจเป็นข้อมูลที่เรายังไม่เคยมี  หรือไฟล์ MP3 มีความน่าสนใจก็เพียงเพราะว่ามันได้บันทึกเพลงที่เราชอบและอยากฟังมัน

แต่สำหรับเหรียญดิจิตอลไม่ได้เป็นแบบนี้  เนื่องจากมันไม่มีเนื้อหา มันเป็นวัตถุดิจิตอลที่น่าสนใจก็เพราะสิ่งที่มันเป็น และลองเดาต่อว่าเราต่างก็รู้เกี่ยวกับวัตถุดิจิตอลที่ได้รับการป้องกันอย่างสมบูรณ์แบบ -และสิ่งที่น่าสนใจ-ก็คือส่ิงที่เรียกว่า “สัญลักษณ์ดิจิตอลหรือลายเซ็นดิจิตอล

 

โปรดติดตามตอนต่อไป ในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้

Comments (0)

RELATED SITES

บทความล่าสุด