<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Herothailand.com BLOG!</title>
	<atom:link href="http://www.herothailand.com/blog/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.herothailand.com/blog</link>
	<description>เว็บไซต์ร้านขายหนังสือออนไลน์ เราดูแลการจัดส่งหนังสือจากทั่วโลกจนถึงมือคุณ</description>
	<lastBuildDate>Sat, 28 Jan 2012 16:14:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>Amazon กำลังทำลายธุรกิจหนังสือหรือไม่ ?</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/amazon-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/amazon-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Jan 2012 08:56:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[amazon]]></category>
		<category><![CDATA[Barnes & Noble]]></category>
		<category><![CDATA[Bloomberg Businessweek]]></category>
		<category><![CDATA[Jeff Bezos]]></category>
		<category><![CDATA[Larry Kirshbaum]]></category>
		<category><![CDATA[Nancy Pearl]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=3189</guid>
		<description><![CDATA[บนหน้าปกของ Bloomberg Businessweek ฉบับเดือนมกราคม  มีข้อความเขียนไว้ว่า   "Amazon ต้องการเผาทำลายธุรกิจหนังสือในบัดดล" รวมทั้งบทสัมภาษณ์  Larry Kirshbaum ผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการสิ่งพิมพ์ โดยเขาทำหน้าที่เป็นประธานบริหารสำนักพิมพ์ Amazon Publishing ที่มีสำนักงานตั้งอยู่ใน New York

Mike Shatzkin ที่ปรึกษาทางธุรกิจ กล่าวว่า "Larry Kirshbaum  ได้เปลี่ยนจากคนที่น่ารักคนหนึ่งในธุรกิจสิ่งพิมพ์ไปเป็นคนที่ถูกใส่ร้ายป้ายสีมากที่สุด"]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><em><img class="alignleft" style="border-style: initial; border-color: initial; border-image: initial; border-width: 0px; margin: 10px;" title="Bloomberg Business Week" src="http://images.businessweek.com/mz/covers/1205_current_147x207.jpg" alt="" width="147" height="207" /></em></p>
<p>บนหน้าปกของ Bloomberg Businessweek ฉบับเดือนมกราคม  มีข้อความเขียนไว้ว่า   &#8220;<noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.amazon.com/?_encoding=UTF8&amp;tag=alltimeseller-20&amp;linkCode=ur2&amp;camp=1789&amp;creative=390957" title="ซื้อหนังสือต่างประเทศ Amazon"  target="_blank" rel="external nofollow">Amazon</a></noindex> ต้องการเผาทำลายธุรกิจหนังสือในบัดดล&#8221; รวมทั้งบทสัมภาษณ์  Larry Kirshbaum ผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการสิ่งพิมพ์ โดยเขาทำหน้าที่เป็นประธานบริหารสำนักพิมพ์ Amazon Publishing ที่มีสำนักงานตั้งอยู่ใน New York</p>
<p>Mike Shatzkin ที่ปรึกษาทางธุรกิจ กล่าวว่า &#8220;Larry Kirshbaum  ได้เปลี่ยนจากคนที่น่ารักคนหนึ่งในธุรกิจสิ่งพิมพ์ไปเป็นคนที่ถูกใส่ร้ายป้ายสีมากที่สุด&#8221;</p>
<p>บทความดังกล่าว เขีียนโดย Brad Stone ซึ่งกำลังจะมีหนังสือของตัวเองในชื่อเรื่องเดียวกับที่เขียนนี้ออกวางแผงในปีหน้า  เขาได้ติดตามดูประวัติของการที่ Amazon เข้าสู่โลกธุรกิจสิ่งพิมพ์ และถึงแม้ว่าจะเป็นสำนักพิมพ์ที่อาจรู้สึกชิงชัง <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.amazon.com/?_encoding=UTF8&amp;tag=alltimeseller-20&amp;linkCode=ur2&amp;camp=1789&amp;creative=390957" title="สั่งหนังสือต่างประเทศจาก Amazon"  target="_blank" rel="external nofollow">Amazon</a></noindex>  แต่ก็ไม่มีใครที่เต็มใจจะพูดออกสื่อในเรื่องนี้ว่า การมาเป็น Amazon ได้เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจไม่น้อย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="alignleft" style="border-style: initial; border-color: initial; border-image: initial; border-width: 0px; margin: 10px;" title="Jeff Bezos" src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/7/7a/Jeff_Bezos_2005.jpg/220px-Jeff_Bezos_2005.jpg" alt="" width="154" height="157" /></p>
<p>บทความชิ้นนี้พูดถึงความเข้าใจบางอย่างในทิศทางที่ <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.amazon.com/?_encoding=UTF8&amp;tag=alltimeseller-20&amp;linkCode=ur2&amp;camp=1789&amp;creative=390957" title="รับสั่งหนังสือต่างประเทศจาก AMAZON"  target="_blank" rel="external nofollow">Amazon</a></noindex> เข้าใจธุรกิจส่ิงพิมพ์ของตน อย่างเช่น</p>
<p>- <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://en.wikipedia.org/wiki/Jeff_Bezos" title="Jeff Bezos"  target="_blank" rel="external nofollow">Jeff Bezos</a></noindex> ได้ให้สัมภาษณ์กับ Businessweek ในปี 1999  ว่า &#8221; เราไปได้สวยทีเดียว ที่ดีมากเลยอยู่อย่างหนึ่งก็คือ การช่วยให้ลูกค้าได้พบกับสินค้าที่พวกเขาอาจต้องการซื้อผ่านออนไลน์ และนั่นก็เพียงพอแล้ว&#8221;</p>
<p>- Jeff Belle รองประธานของ Amazon และเป็นหัวหน้าของ Larry Kirshbaum กล่าวว่า &#8221; ส่ิงที่เรากำลังสร้างเป็นเหมือนกับห้องทดลองในบริษัทที่ซึ่งนักเขียน บรรณาธิการและนักการตลาดสามารถทดลองความคิดใหม่ ๆ ได้  ความหมายของความสำเร็จสำหรับเราหมายถึงการได้ทำงานกับนักเขียนที่ต้องการหาหนทางใหม่ ๆ เพื่อสื่อสารกับผู้อ่าน&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="alignleft" style="border-style: initial; border-color: initial; border-image: initial; border-width: 0px; margin: 10px;" title="Amazon.com" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2012/01/Screen-Shot-2555-01-26-at-11.03.19-PM.png" alt="" width="184" height="55" />- Larry Kirshbaum  มักพูดอยู่เสมอว่า ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะต้องเป็นเหมือนกันหมด &#8220;ผมมีข้อความที่ผมยึดถือ นั่นก็คือเรากำลังพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงในทุก  ๆ ทางที่เราสามารถช่วยทุกคนได้  เรากำลังพยายามที่จะสร้างกระแสน้ำที่จะช่วยยกเรือของเราทุกลำ&#8221;</p>
<p>ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่าง Amazon กับ Barnes &amp; Noble  ในเรื่องที่เกี่ยวกับการที่ Barnes &amp; Noble จะวางขายหนังสือของ Amazon Publishing หรือไม่ถ้าหาก Amazon ไม่ยอมให้ลิขสิทธิ์การขาย e-book ของหนังสือนั้น ๆ ด้วย   ทางด้านผู้บริหารของ Amazon กล่าวว่า &#8220;พวกเราพร้อมที่คุยกันประนีประนอมกันในเรื่องนี้กับทาง Barnes &amp; Noble แต่ว่าพวกเขาไม่สนใจ</p>
<p>ผมอยากรู้แทบตายว่า อะไรคือ &#8220;การประนีประนอม&#8221;  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ Amazon บรรลุข้อตกลงกับ Houghton Mifflin Harcourt ในสัปดาห์นี้  โดยมอบให้ HMH  เป็นผู้รับผิดชอบการตีพิมพ์และจัดจำหน่ายหนังสือของ Amazon สำหรับรายชื่อที่จะจำหน่ายในแถบ New York</p>
<p><img class="alignleft" style="margin: 10px;" title="Barnes &amp; Noble" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2012/01/Screen-Shot-2555-01-26-at-10.56.49-PM.png" alt="" width="179" height="34" />หากการประนีประนอมที่พูดถึงคือการที่ Barnes &amp; Noble  ตกลงที่จะสต็อกหนังสือตัวเล่มของ Amazon โดยที่ไม่สามารถขาย e-book ของหนังสือเล่มดังกล่าวใน Nook Store ของตนได้เนื่องจากโดยทางเทคนิคแล้วเป็นการพิมพ์จาก Houghton Mifflin Harcourt ไม่ใช่ Amazon งั้นหรือ? หรือ B&amp;N จะได้รายได้จากส่วนแบ่งยอดขาย e-book  ด้วย ?</p>
<p>- ในเดือนเมษายน ปี 2011 มีอีเมล์และโทรศัพท์จากผู้สรรหาพนักงานใหม่ของ Amazon ส่งไปยัง &#8220;บรรณาธิการหลายคนของสำนักพิมพ์ชื่อดังต่าง ๆ&#8221;   โดยมีใจความว่า &#8220;เปิดตัวสำนักพิมพ์แห่งใหม่ใน New York&#8221;  &#8221;สำนักพิมพ์นี้จะได้รับเงินทุนสนับสนุนจำนวนมาก และความสำเร็จของสำนักพิมพ์นี้จะมีผลโดยตรงกับความสำเร็จในธุรกิจทั้งหมดของ Amazon&#8221;</p>
<p>สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า Amazon มองเห็นการมีสำนักพิมพ์ของตนเองเป็นพื้นฐานที่จำเป็นอย่างหนึ่งของบริษัท</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>- <img class="alignleft" style="border-style: initial; border-color: initial; border-image: initial; border-width: 0px; margin: 10px; v-align: middle;" title="Nancy Pearl" src="http://www.nancypearl.com/wp-content/themes/PearlTheme/img/nancypearl_bio.jpg" alt="" width="104" height="130" /><noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.nancypearl.com/" title="Nancy Pearl"  target="_blank" rel="external nofollow">Nancy Pearl</a></noindex> บรรณารักษ์ที่เพิ่งเซ็นสัญญากับทาง Amazon กล่าวว่า</p>
<p>&#8221; ฉันสงสัยว่าผู้คนอาจไม่ค่อยชอบนักกับสิ่งนี้แต่ฉันไม่ได้คาดหวังคำวิจารณ์อย่างรุนแรง &#8220;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/amazon-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Amazon Publishing กับกลยุทธ์การตลาด</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/amazon-publishing-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/amazon-publishing-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Jan 2012 16:07:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[amazon]]></category>
		<category><![CDATA[Amazon Publishing]]></category>
		<category><![CDATA[Deepak Chopra]]></category>
		<category><![CDATA[Houghton Mifflin Harcourt]]></category>
		<category><![CDATA[Mariner Imprint]]></category>
		<category><![CDATA[Marshall Cavendish]]></category>
		<category><![CDATA[Penny Marshall]]></category>
		<category><![CDATA[The Hangman’s Daughter]]></category>
		<category><![CDATA[Tim Ferriss]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=3145</guid>
		<description><![CDATA[ร้านขายหนังสือคงไม่ได้คาดหวังให้บรรดาตัวแทนขายหนังสือของ Amazon แวะมาเยี่ยมที่ร้านในช่วงใกล้ ๆ นี้  ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ สำนักพิมพ์ Houghton Mifflin Harcourt ได้บรรลุข้อตกลงกับทาง Amazon ในการตีพิมพ์หนังสือในแบบตัวเล่มทั้งหมดในกลุ่มหนังสือวรรณกรรม นวนิยาย เรื่องสั้นของสำนักพิมพ์ Amazon ที่มีสำนักงานนี้ตั้งอยู่ที่ New York  และบริหารงานโดยผู้คร่ำหวอดในวงการสิ่งพิมพ์อย่าง Larry Kirshbaum  นอกจากนี้ทาง Houghton Mifflin Harcourt ยังจะทำหน้าที่เป็นสายส่งให้ด้วยในแถบอเมริกาเหนือ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" style="border-style: initial; border-color: initial; border-image: initial; border-width: 0px; margin: 10px;" title="Larry Kirshbaum" src="http://profile.ak.fbcdn.net/hprofile-ak-snc4/48973_679947863_2815_n.jpg" alt="" width="200" height="139" /><br />
ร้านขายหนังสือคงไม่ได้คาดหวังให้บรรดาตัวแทนขายหนังสือของ Amazon แวะมาเยี่ยมที่ร้านในช่วงใกล้ ๆ นี้  ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ สำนักพิมพ์ <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.hmhco.com/" title="Houghton Mifflin Harcourt"  rel="external nofollow">Houghton Mifflin Harcourt</a></noindex> ได้บรรลุข้อตกลงกับทาง Amazon ในการตีพิมพ์หนังสือในแบบตัวเล่มทั้งหมดในกลุ่มหนังสือวรรณกรรม นวนิยาย เรื่องสั้นของสำนักพิมพ์ Amazon ที่มีสำนักงานนี้ตั้งอยู่ที่ New York  และบริหารงานโดยผู้คร่ำหวอดในวงการสิ่งพิมพ์อย่าง Larry Kirshbaum  นอกจากนี้ทาง Houghton Mifflin Harcourt ยังจะทำหน้าที่เป็นสายส่งให้ด้วยในแถบอเมริกาเหนือ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="alignleft size-full wp-image-3147" style="margin: 10px;" title="Houghton Mifflin Harcourt" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2012/01/Screen-Shot-2555-01-26-at-6.19.08-PM.png" alt="" width="266" height="97" /></p>
<p>ในส่วนสำนักพิมพ์ลูกของ ของ Houghton Mifflin Harcourt ที่ชื่อ <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://en.wikipedia.org/wiki/Mariner_Books" title="Mariner Imprint"  target="_blank" rel="external nofollow">Mariner</a></noindex> นั้น เพิ่งตีพิมพ์หนังสือของสำนักพิมพ์ Amazon ราวสิบสองชื่อเรื่อง อย่างเช่น <em>The Hangman’s Daughter  </em>โดยทาง Houghton Mifflin Harcourt กำลังจะสร้างสำนักพิมพ์ใหม่ขึ้นอีกแห่ง โดยใช้ชื่อว่า New Harvest เพื่อรับผิดชอบในการจัดพิมพ์หนังสือของ Amazon ที่เป็นรายชื่อหนังสือที่กำหนดวางขายในแถบ East Coast ของนักเขียนอย่าง  <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://paidcontent.org/article/419-amazon-author-tim-ferriss-giving-away-50-kindle-fires-fire-only-app/" title="Tim Ferriss"  rel="external nofollow">Tim Ferriss</a></noindex>, <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://paidcontent.org/article/419-the-amazon-publishing-premium-100000/" title="Penny Marshall"  rel="external nofollow">Penny Marshall</a></noindex>, Deepak Chopra และนักเขียนรายล่าสุดคือ James Franco</p>
<p>Larry Kirshbaum กล่าวว่า &#8220;เป้าหมายของเราที่ทำมาตลอดและยังคงทำอยู่ ก็คือการนำเสนอนักเขียนของเราให้กับผู้อ่านให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ข้อตกลงอันใหม่ที่ทำกับทาง Houghton Mifflin Harcourt ทำให้เราสามารถจัดจำหน่ายสินค้าได้กว้างขึ้นและทำให้หนังสือของเราไปอยู่ในมือผู้อ่านได้มากขึ้น&#8221;</p>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/amazon-publishing-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94/screen-shot-2555-01-26-at-7-02-43-pm/"  rel="attachment wp-att-3150"><img class="alignleft size-full wp-image-3150" style="border-style: initial; border-color: initial; border-image: initial; border-width: 0px; margin: 10px;" title="Marshall  Cavendish" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2012/01/Screen-Shot-2555-01-26-at-7.02.43-PM.png" alt="" width="272" height="61" /></a>เมื่อเร็ว ๆ นี้ Amazon เพิ่งซื้อลิขสิทธิ์วรรณกรรมเยาวชนกว่า 400 ชื่อเรื่องจากสำนักพิมพ์ <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.marshallcavendish.com/" title="Marshall Cavendish"  target="_blank" rel="external nofollow">Marshall Cavendish</a></noindex> และถึงแม้ว่ารายชื่อหนังสือเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งในแผนกของ  Larry Kirshbaum แต่ไม่ได้ถูกรวมเข้าไว้ในข้อตกลงกับทาง Houghton Mifflin Harcourt</p>
<p>Houghton Mifflin Harcourt  มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ Boston และก็ยังมีอีกแห่งใน New York  ไม่ได้เป็นหนึ่งในสำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่ 6  แห่งที่เรา ๆ รู้จักกันดี และได้ตีพิมพ์หนังสือทั้งของเด็กและผู้ใหญ่รวมทั้งหนังสือที่เกี่ยวกับการศึกษารวมกันเพียงไม่กี่ร้อยชื่อเรื่อง  บริษัทนี้เพ่ิงรอดพ้นจากการล้มละลายโดยอาศัยการปรับโครงสร้างหนี้  ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2011 บริษัทได้ประกาศว่าอาจปรับลดพนักงานลง 10% ตามรายงานจาก Financial Time</p>
<p>สำหรับแผนกของ Larry Kirshbaum ตรง East Coast นั้น ค่อนข้างต้องการอยากใช้ชื่ออื่นที่ดีกว่า “Amazon Publishing’s East Coast Group,”  โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือบุคคลทั่วไปและหวังว่าร้านหนังสือต่าง ๆ ยังคงเป็นสถานที่หลักในการค้นหาหนังสือเล่มใหม่ ๆ</p>
<p>การที่ Amazon ได้บรรลุข้อตกลงกับ Houghton Mifflin Harcourt นั้นเป็นเหมือนกับการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่าง Amazon กับ  Barnes &amp; Noble ไปได้อีกสักระยะ</p>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/amazon-publishing-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94/screen-shot-2555-01-26-at-10-56-49-pm/"  rel="attachment wp-att-3159"><img class="alignleft size-full wp-image-3159" title="Barnes &amp; Noble" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2012/01/Screen-Shot-2555-01-26-at-10.56.49-PM.png" alt="" width="179" height="34" /></a>ส่วนทางด้าน Barnes &amp; Noble  กล่าวว่า <span style="color: #ff6600;">&#8220;<span style="text-decoration: underline;"><strong>จะไม่วางขายหนังสือที่ไม่มีรูปแบบ e-book ด้วย ในร้านของตน</strong></span>&#8220;</span></p>
<p>ถ้าหาก Amazon จัดจำหน่ายรายการหนังสือของพวกเขาด้วยตนเองและไม่ยอมทำตามความต้องการของทาง Barnes &amp; Noble แล้วนั้น อาจไม่มีหนังสืออย่าง <em>My Mother Is Nuts </em>ของ Penny Marshall วางขายในร้านสาขาต่าง ๆ ของ Barnes &amp; Noble ในช่วงเร็ว ๆ นี้ ถึงแม้ว่าผู้ซื้อหนังสือตัวแบบตัวเล่มมีแนวโน้มว่าจะซื้อหนังสือเล่มนี้กันมาก</p>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/amazon-publishing-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94/screen-shot-2555-01-26-at-11-03-19-pm/"  rel="attachment wp-att-3160"><img class="alignleft size-full wp-image-3160" title="Amazon.com" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2012/01/Screen-Shot-2555-01-26-at-11.03.19-PM.png" alt="" width="184" height="55" /></a>เนื่องจากว่า Houghton Mifflin Harcourt จะเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ในรายชื่อหนังสือของทาง East Coast และทาง Amazon ก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า  &#8221;นี่เป็นข้อตกลงให้อนุญาตสำหรับตีพิมพ์&#8221; มันสามารถนำไปวางขายในร้านของ Barnes &amp; Noble  ได้ โดยที่ Amazon และ Barnes &amp; Noble ไม่ต้องทำข้อตกลงอันใหม่ ( แม้ว่า Barnes &amp; Noble สามารถปฏิเสธที่จะวางขายรายชื่อหนังสือเหล่านี้ก็ตามหรือแม้แต่รายชื่อหนังสือจากสำหรับพิมพ์อื่น ๆ  ) ส่วน Amazon สามารถวางขาย e-book ได้เพียงเจ้าเดียวต่อไปเพื่อรักษายอดขายดิจิตอลของบริษัท</p>
<p>โดยภาพรวมการเคลื่อนไหวของ Amazon ในครั้งนี้ ทำให้บรรดาสำนักพิมพ์และผู้ขายหนังสือต่างก็รู้สึกไม่ค่อยดีสักเท่าใดนัก ( แม้ว่าพวกเขาอาจจะอิจฉา Houghton Mifflin Harcourt ที่คว้าโอกาสนี้ไปได้ ) แต่ Amazon ดูจะไม่แยแสนัก ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่มีกับ Barnes &amp; Noble ในขณะที่ยังคงทำรายรับจาก e-book ให้กับบริษัทได้เพ่ิมขึ้นไปในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ยังทำให้  Amazon สามารถหลบเลี่ยงต้นทุนค่าฝึกสอนตัวแทนขายและการที่ต้องส่งพวกเขาไปยังร้านหนังสือต่าง ๆ ทั่วประเทศได้อีกด้วย</p>
<p>ความไม่ลงรอยที่เป็นไปได้ก็คือ Barnes &amp; Noble อาจปฏิเสธที่จะวางขายหนังสือที่พิมพ์โดย Amazon Publishing และร้านหนังสืออื่น ๆ อาจทำตามได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม Barnes &amp; Noble ยังคงวางขายหนังสือตัวเล่ม <em>The Hangman’s Daughter </em>และหนังสือชื่อเรื่องอื่น ๆ ของ Amazon ที่ให้ Houghton Mifflin Harcourt เป็นผู้จัดจำหน่าย</p>
<p>สำหรับร้านหนังสืออื่น ๆ  สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือว่า หากลูกค้าของพวกเขาต้องการหนังสือที่ตีพิมพ์โดย Amazon Publishing พวกเขาก็จะสต็อกหนังสือเหล่านั้นไว้ถึงแม้ไม่ค่อยเต็มใจนักก็ตาม</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.herothailand.com/blog/amazon-publishing-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94/screen-shot-2555-01-26-at-11-09-35-pm/"  rel="attachment wp-att-3161"><img class="aligncenter  wp-image-3161" title="Amazon Publishing" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2012/01/Screen-Shot-2555-01-26-at-11.09.35-PM.png" alt="" width="675" height="266" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/amazon-publishing-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บริษัท 4 แห่งนี้ ใครจะล้มละลายก่อนกัน ?</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97-4-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97-4-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 Jan 2012 18:31:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[amazon]]></category>
		<category><![CDATA[Apple]]></category>
		<category><![CDATA[barnes&noble]]></category>
		<category><![CDATA[borders]]></category>
		<category><![CDATA[FedEx]]></category>
		<category><![CDATA[graphic]]></category>
		<category><![CDATA[NewPage]]></category>
		<category><![CDATA[quad]]></category>
		<category><![CDATA[UPS]]></category>
		<category><![CDATA[USPS]]></category>
		<category><![CDATA[Verso]]></category>
		<category><![CDATA[worldcolor]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=3117</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อบริษัทที่มีฐานะอ่อนแออย่าง  Borders และ NewPage ต้องพบเจอเหมือนกันนั่นก็คือ การเข้าสู่กฎหมายฟื้นฟูกิจการตาม Chapter 11 เมื่อปีที่แล้วนั้น  แต่ทว่าตอนนี้การพูดคุยกันถึงเรื่องล้มละลายได้กระจายไปยังบริษัทที่เกี่ยวข้องกับสื่อสิ่งพิมพ์ที่ครั้งหนึ่งเคยดูเหมือนว่าจะครองความยิ่งใหญ่ไปตราบนานเท่านาน บริษัทที่พูดถึงก็คือ U.S. Postal Service, Barnes &#038; Noble, Quad/Graphics และ Verso Paper

ดูเหมือนทุกอย่างจะเลวร้ายสำหรับธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ บริษัทที่เราพูดถึงต่างเคยเป็นผู้ชนะในสงครามการแข่งขันมาก่อนทว่าในตอนนี้พวกเขากำลังกลายเป็นเหยื่อ ?  ข้อมูลจาก Dead Tree Edition นั้นยังไม่ฟันธง จึงอยากจะให้ผู้อ่านช่วยกันทำให้มันกระจ่างขึ้น]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" style="border-style: initial; border-color: initial; border-image: initial; border-width: 0px; margin: 10px;" title="Chapter 11" src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/en/thumb/7/75/United_States_Bankruptcy_Court_Seal.png/100px-United_States_Bankruptcy_Court_Seal.png" alt="" width="100" height="100" />เมื่อบริษัทที่มีฐานะอ่อนแออย่าง  <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://en.wikipedia.org/wiki/Borders_Group" title="Borders"  target="_blank" rel="external nofollow">Borders</a></noindex> และ <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.newpagecorp.com/wps/portal/corporate/home/!ut/p/c5/04_SB8K8xLLM9MSSzPy8xBz9CP0os3ifAG8jD28TI3cLY0djA08zPx8T_5BQYwN3Q_1wkA6zeFd3Mz9fH1NDA_dQHzMDz2CDUNNA3zBDC2MTiLwBDuBooO_nkZ-bql-QnZ3m6KioCAAzqV6s/dl3/d3/L2dBISEvZ0FBIS9nQSEh/" title="NewPage"  target="_blank" rel="external nofollow">NewPage</a></noindex> ต้องพบเจอเหมือนกันนั่นก็คือ การเข้าสู่กฎหมายฟื้นฟูกิจการตาม <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://en.wikipedia.org/wiki/Chapter_11,_Title_11,_United_States_Code" title="Chapter 11"  target="_blank" rel="external nofollow">Chapter 11</a></noindex> เมื่อปีที่แล้วนั้น  แต่ทว่าตอนนี้การพูดคุยกันถึงเรื่องล้มละลายได้กระจายไปยังบริษัทที่เกี่ยวข้องกับสื่อสิ่งพิมพ์ที่ครั้งหนึ่งเคยดูเหมือนว่าจะครองความยิ่งใหญ่ไปตราบนานเท่านาน บริษัทที่พูดถึงก็คือ U.S. Postal Service, Barnes &amp; Noble, Quad/Graphics และ Verso Paper</p>
<p>ดูเหมือนทุกอย่างจะเลวร้ายสำหรับธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ บริษัทที่เราพูดถึงต่างเคยเป็นผู้ชนะในสงครามการแข่งขันมาก่อนทว่าในตอนนี้พวกเขากำลังกลายเป็นเหยื่อ ?  ข้อมูลจาก <em>Dead Tree Edition</em> นั้นยังไม่ฟันธง จึงอยากจะให้ผู้อ่านช่วยกันทำให้มันกระจ่างขึ้น</p>
<div>
<p>เราได้เริ่มทำโพลสำรวจว่าบริษัทใดในสี่แห่งนี้ที่จะไปสิ้นสุดลงที่ศาลล้มละลายในปี 2012 นี้  หากใครได้  ในช่วงต้นของการโหวต มีผู้โหวตเพียง 30% ที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งในสี่แห่งนี้ต้องล้มละลายในปีนี้ ในขณะที่ Verso และ USPS กำลังมีลุ้นว่าใครจะเป็นคนไปก่อนเพื่อน</p>
<p>ทีนี้เราลองมาดูบทสรุปของแต่ละบริษัทกันก่อน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="alignleft" title="USPS" src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/en/thumb/3/37/United_States_Postal_Service_Logo.svg/200px-United_States_Postal_Service_Logo.svg.png" alt="" width="200" height="33" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>USPS : บริษัทไปรษณีย์สหรัฐฯ</strong></p>
<p>เมื่อไม่กี่ปีมานี้ จากการที่ปริมาณการส่งจดหมายลดลงและสภาครองเกรสไม่สามารถตัดสินใจได้นั้น ทำให้บริษัทจากที่เคยเป็นตัวทำรายได้ให้กับรัฐบาลเปลี่ยนไปเป็นบริษัทที่มีผลขาดทุนหลายพันล้านเหรียญฯ  โดย <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://postcom.org/public/articles/2012articles/grip.on.reality.htm"  rel="external nofollow">Gene Del Polito</a></noindex> ประธานสมาคมธุรกิจไปรษณีย์ ได้สรุปสถานการณ์ในสัปดาห์นี้ว่า</p>
<p>&#8220;ความท้าทายอย่างหนึ่งที่มีนัยสำคัญก็คือ การพบว่าบริษัทไปรษณีย์สหรัฐฯ ยังแยกแยะอะไรได้ไม่ชัดเจน นั่นก็คือบริษัทมีความสามารถในการเพิ่มต้นทุนได้ดีกว่าความสามารถในการสร้างรายรับจากการให้บริการไปรษณีย์อย่างมีนัยสำคัญ  ที่นี้ลองใช้เหตุผลตัดสินว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น แต่ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอะไรก็ตาม ผลของมันก็ยังคงเป็นเช่นเดิม นั้นก็คือ มีรายรับไม่เพียงพอกับรายจ่ายอันมากมาย&#8221;</p>
<p>โดยตัวแทนบริษัทได้เข้าพบกับผู้ให้คำปรึกษาเรื่องการปรับโครงสร้างองค์กร (AKA bankruptcy) เมื่อปีที่แล้ว จากนั้นคำว่า &#8220;ล้มละลาย&#8221; ก็พบได้ทั่วไปตามรายงานข่าว</p>
<p>แต่อะไรล่ะที่เป็นความหมายที่แท้จริงของคำว่า &#8220;ล้มละลาย&#8221; สำหรับการให้บริการไปรษณีย์ โดยรัฐบาลกลางซึ่งเป็นเจ้าหนี้นั้น <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://en.wikipedia.org/wiki/Postal_Clause" title="Postal Clause"  target="_blank" rel="external nofollow">รัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องจัดหาให้มีบริการไปรณีย์</a></noindex> หากรัฐบาลกลางตัดสินใจปิดกิจการของ USPS แล้วใครจะมาทำหน้าที่ตรงนี้ ? อย่าบอกนะว่า FedEx และ UPS</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97-4-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1/screen-shot-2555-01-25-at-12-40-00-am/"  rel="attachment wp-att-3121"><img class="alignleft size-full wp-image-3121" title="Barnes &amp; Noble" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2012/01/Screen-Shot-2555-01-25-at-12.40.00-AM.png" alt="" width="173" height="33" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>Barnes &amp; Noble : ร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ </strong></p>
<p>กลุ่มร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ อาจเคยดีใจที่เห็นคู่แข่งอย่าง Borders ล้มครืนลง และเนื่องจากว่าพวกเขาขยับตัวเข้าสู่ความเป็นร้านหนังสือออนไลน์ได้เร็วกว่า นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เครื่องอ่าน e-book ของตัวเองในนาม Nook  ออกสู่ตลาดอีกด้วย  แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้หน่วยงานวิจัยแห่งหนึ่ง ได้จัดให้พวกเขาอยู่ในรายชื่อกลุ่มบริษัทที่มีแนวโน้มจะมีปัญหาทางด้านการเงิน</p>
<p>การเปิดเผยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า พวกเขาอาจตัดงบลงทุนในส่วนของ Nook ออกไปซึ่งค่อนข้างเป็นงบก้อนโตและอาจส่งผลให้บริษัทตกอยู่ในภาวะย่ำแย่  โดยมีสมมติฐานหนึ่งชี้ให้เห็นว่าหากแยกส่วนธุรกิจของ Nook ออกไปแล้ว ตัว Barnes &amp; Noble เองอาจต้องเข้าสู่กฎหมายฟื้นฟูกิจการ <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://en.wikipedia.org/wiki/Chapter_11,_Title_11,_United_States_Code" title="Chapter 11"  target="_blank" rel="external nofollow">Chapter 11</a></noindex> แต่ผู้ถือพันธบัตรจะยอมให้แยกส่วนธุรกิจ  Nook ออกไปหรือไม่ ในเมื่อหากแยกส่วนนี้ออกไปแล้วอาจทำให้บริษัทแม่อยู่ในภาวะลำบากยิ่งกว่าเดิม</p>
<p>โดยส่วนตัวผมคิดว่า เป็นไปได้ที่การแยกส่วนของ Nook ออกไปนั้น น่าจะเกี่ยวกับกับการใช้ประโยชน์ของเงินลงทุนจำนวนมากสำหรับแผนกของ Nook เพื่อรักษาความเร็วให้เท่ากับคู่แข่งอย่าง Amazon และ Apple</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97-4-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1/screen-shot-2555-01-25-at-12-41-56-am/"  rel="attachment wp-att-3124"><img class="alignleft size-full wp-image-3124" title="Quad/Graphics" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2012/01/Screen-Shot-2555-01-25-at-12.41.56-AM.png" alt="" width="263" height="82" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>Quad/Graphics</strong></p>
<p>การที่ <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.qg.com/" title="quad graphic"  target="_blank" rel="external nofollow">Quad</a></noindex> ทำกำไรได้ค่อนข้างสูงทำให้สามารถกลืนคู่แข่งที่ใหญ่กว่ามากอย่าง <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://en.wikipedia.org/wiki/Worldcolor" title="worldcolor"  target="_blank" rel="external nofollow">Worldcolor</a></noindex> ได้เมื่อ 18 เดือนที่ผ่านมา และด้วยการลงทุนในการฝึกอบรมและเทคโนโลยีใหม่ การมีพนักงานที่มีคุณภาพและทักษะสูงและด้วยวัฒนธรรมที่เชื่ออย่างปราศจากข้อสงสัย Quad  เป็นบริษัทชั้นนำด้านการจัดการที่ได้รับความนิยมมานานหลายปี</p>
<p>แต่ Quad  ปรากฏอยู่ในรายชื่อบริษัทที่มีความเสี่ยงสูงต่อท้าย Barnes &amp; Noble จากการเข้าซื้อกิจการของ Worldcolor ทำให้บริษัทมีภาระดอกเบี้ยเงินกู้จำนวนมาก มากเกินกว่าความสามารถที่จะจัดการได้ นอกจากนี้ยังมีปัญหาปวดหัวอีกเต็มไปหมด</p>
<p>จากการที่สื่อดิจิตอลได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และความไม่แน่นอนในโชคชะตาของการให้บริการไปรษณีย์ที่สุ่มเสี่ยงขึ้นทุกวัน  การเป็นที่หนึ่งหรือที่สองในแวดวงนิตยสาร หนังสือ สมุดหน้าเหลืองและแคตตาล็อกสินค้า ดูเหมือนจะไม่ใช่ตำแหน่งที่น่าประทับใจสักเท่าไหร่  และทั้ง ๆ ที่โรงงานจำนวนมากถูกปิดไปตั้งแต่การเข้าซื้อกิจการ Quad ยังคงค้นพบว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับการผลิตส่วนเกินและราคาที่ลดต่ำลงในตลาดส่วนต่าง ๆ ของตน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97-4-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1/screen-shot-2555-01-25-at-1-05-11-am/"  rel="attachment wp-att-3127"><img class="alignleft size-full wp-image-3127" title="Verso" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2012/01/Screen-Shot-2555-01-25-at-1.05.11-AM.png" alt="" width="170" height="71" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>Verso Paper</strong></p>
<p>Verso แยกตัวออกมาจาก International Paper  อันแข็งแกร่งและกลายเป็นบริษัทที่มีอิทธิพลในธุรกิจกระดาษและสิ่งตีพิมพ์ในอเมริกาเหนือนับตั้งแต่นั้น  เช่นเดียวกับคู่แข่งตัวหลักอย่าง NewPage ที่ต่อมาก็ถูกซื้อกิจการไปโดยกองทุนเฮดจ์ฟันด์ แต่การที่บริษัทหลีกเลี่ยงการปลดพนักงาน ความสัมพันธ์กับลูกค้าที่ไม่สู้ดี รวมทั้งภาวะหนี้สินจึงทำให้ NewPage ต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการตาม Chapter 11 เมื่อสี่เดือนที่แล้ว</p>
<p>แต่ความล้มเหลวของ NewPage ก็ไม่ได้ส่งผลดีให้กับ Verso แต่อย่างใด  NewPage ยังคงอยู่ในธุรกิจและมีเพียงเครื่องจักรราคาถูก ตราบเท่าที่บริษัทยังอยู่ในขั้นตอนการล้มละลาย ก็ยังสามารถเดินเครื่องจักรเหล่านั้นให้เกิดสภาพคล่องระยะสั้นได้สูงสุดโดยเพิกเฉยต่อการกำกับดูแลของตลาด</p>
<p>Verle Sutton  นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมกระดาษ ได้เขียนไว้ใน  <em><noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://dl.dropbox.com/u/4565701/RTbrochure.pdf"  rel="external nofollow">The Reel Time Report</a></noindex>  </em>เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยเขาได้สรุป ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของ Verso ในแนวทางดังนี้</p>
<p>&#8220;มีรายงานมากมายที่แสดงให้เห็นว่า Verso จะต้องเจอช่วงเวลาที่ยากลำบากมากขึ้นกับปัญหาการล้มละลายในช่วงระหว่างสองปีนับจากนี้ บริษัทมองโลกในแง่ดีมากเกินไป แต่โอกาสที่เป็นไปได้คือการต่อสู้เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะล้มละลาย  การลดจำนวนการผลิตในการพยายามที่จะรักษาสมดุลระหว่างดีมานด์กับซัพพลายนั้นอาจเป็นผลเสียสำหรับ Verso และจะทำให้บริษัทพุ่งเข้าสู่ภาวะล้มละลายในไม่ช้า&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อ้างอิงข้อมูลจาก http://deadtreeedition.blogspot.com/</p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97-4-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นิตยสารและหนังสือพิมพ์ต้องทำ app ให้ดีกว่านี้</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Jan 2012 18:29:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Adobe]]></category>
		<category><![CDATA[App]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=3044</guid>
		<description><![CDATA[แม้ว่านี่จะยังคงเป็นช่วงแรกของกระบวนการเปลี่ยนผ่าน แต่ iPad และอุปกรณ์แท็บเล็ตอื่นๆ ได้ทำให้เห็นว่าอุปกรณ์เหล่านี้ดีมากสำหรับธุรกิจสิ่งพิมพ์ สำนักพิมพ์สามารถทำเงินได้จากเนื้อหาของพวกเขาโดยลดต้นทุนในส่วนของการตีพิมพ์และจัดจำหน่ายที่เกี่ยวข้องแบบเดิมลงไป  และยังได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับผู้บริโภค ด้วยการให้ความสะดวกสบายและพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก โดยที่ยังไม่ต้องกล่าวถึงความสามารถสำหรับการอ่านในที่มืด]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>บทความนี้ อ้างอิงจากงานเขียนของ Rebecca McPheters ซีอีโอ ของ McPheters &amp; Co.</p>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c/11413g548mkoof3/"  rel="attachment wp-att-3110"><img class="alignleft size-medium wp-image-3110" style="border-style: initial; border-color: initial; border-image: initial; border-width: 0px; margin: 10px;" title="Newspaper app" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2012/01/11413g548mkoof3-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a>แม้ว่านี่จะยังคงเป็นช่วงแรกของกระบวนการเปลี่ยนผ่าน แต่ iPad และอุปกรณ์แท็บเล็ตอื่นๆ ได้ทำให้เห็นว่าอุปกรณ์เหล่านี้ดีมากสำหรับธุรกิจสิ่งพิมพ์ สำนักพิมพ์สามารถทำเงินได้จากเนื้อหาของพวกเขาโดยลดต้นทุนในส่วนของการตีพิมพ์และจัดจำหน่ายที่เกี่ยวข้องแบบเดิมลงไป  และยังได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับผู้บริโภค ด้วยการให้ความสะดวกสบายและพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก โดยที่ยังไม่ต้องกล่าวถึงความสามารถสำหรับการอ่านในที่มืด</p>
<p>สำหรับ app ที่ดีที่สุดนั้นสามารถขยายการบริการให้กับนักอ่านของพวกเขา ทำให้ง่ายต่อการแบ่งปันเนื้อหาหรือว่าบทความผ่านทางอีเมล์หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ สามารถค้นหา เลือกซื้อสินค้าที่ต้องการได้ง่าย รวมทั้งอำนวยความสะดวกต่อผู้ทุพลภาพไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการปรับเปลี่ยนขนาดตัวอักษรหรือเสียง</p>
<p>แต่ก็ยังมีปัญหาใหญ่ที่คอยรบกวนตัดโอกาสสำนักพิมพ์  โดยจากการประเมินของ McPheters &amp; Co.&#8217;s iMonitor service ตั้งแต่เดือน เมษายน ปี 2010  app ต่าง ๆ ของนิตยสารและหนังสือพิมพ์บน iPad กว่า 5,000 app นั้น ยังทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร</p>
<p>ในช่วงฤดูร้อนของปี 2010  app กว่า 45% ที่ได้ทำการประเมินนั้นพบว่าทำงานได้ไม่สมบูรณ์ โดยตัวเลขนี้กำลังลดลงแต่ยังไม่รวดเร็วพอ จากการวิเคราะห์ของเราแสดงให้เห็นว่าราวหนึ่งในสามของ app ทั้งหมดยังคงมีข้อบกพร่องที่หนักหนาอยู่</p>
<p>เรื่องที่ใหญ่ที่สุดนั้นเกี่ยวกับการอนุญาตให้กับผู้อ่านที่สมัครสมาชิกแบบตัวเล่ม โดยมักเกิดความผิดพลาดในขั้นตอนการตรวจสอบการอนุญาตซึ่งพบว่า app ไม่สามารถจำสมาชิกได้ ปัญหานี้ถูกพบเกือบครึ่งของจำนวนสำนักพิมพ์ที่นำเสนอเวอร์ชันดิจิตอลให้แก่ผู้อ่านที่ได้สมัครสมาชิกแบบตัวเล่ม</p>
<p>นอกจากเรื่องนี้แล้ว ก็ยังมีปัญหาที่มีบางหน้า วิดีโอหรือเสียง ไม่สามารถโหลดได้  หรือลิงค์อาจจะเสีย บางครั้งเสียงก็ไม่สามารถปิดได้ ปล่อยให้ผู้ใช้เลือกที่จะปิด app หรือฟังมันต่อไปทั้งที่ไม่ต้องการ รวมทั้งอาการแฮงค์หรือค้างไปเฉย  ๆ ที่พบได้บ่อย</p>
<p>สำหรับการดาวน์โหลดต่อเนื่องก็เป็นปัญหาเช่นเดียวกันในหลาย ๆ app  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้อ่านต้องการดาวน์โหลดหนังสือผ่านเครือข่าย 3G หรือผ่านการเชื่อมต่อความเร็วต่ำ</p>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c/screen-shot-2555-01-23-at-11-01-51-am/"  rel="attachment wp-att-3113"><img class="alignleft size-medium wp-image-3113" style="border-style: initial; border-color: initial; border-image: initial; border-width: 0px; margin: 10px;" title="Mag+" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2012/01/Screen-Shot-2555-01-23-at-11.01.51-AM-300x133.png" alt="" width="300" height="133" /></a></p>
<p>Mike Haney  หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Mag+ กล่าวว่า &#8220;ความรับผิดชอบสำหรับการทำงานที่มีข้อบกพร่องนั้นอาจมาจากฝั่งสำนักพิมพ์ โครงสร้างการพัฒนา หรือแม้แต่อยู่ที่อุปกรณ์เองถ้าหากมีหน่วยความจำไม่พอเนื่องจากการใช้งาน app หลายตัวพร้อมกัน ส่วนในกรณีของการตรวจสอบการอนุญาตของสมาชิกนั้น ฝ่ายบอกรับสมาชิกของทางสำนักพิมพ์ก็อาจถูกตำหนิในเรื่องนี้ได้ด้วยเช่นกัน&#8221;</p>
<p>Colin Fleming ผู้สอนการทำสิ่งพิมพ์ดิจิตอลที่ Adobe  กล่าวว่า &#8220;เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการปกปิดปัญหาไว้ ต้องมีการทดสอบให้เข้มข้นมากขึ้นซึ่งเป็นหนทางที่ดีที่สุดประการแรกเพื่อไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก  สำนักพิมพ์สามารถหลีกเลี่ยงกับดักเหล่านี้โดยการหาความรู้ให้มากขึ้น ทำตามคู่มือและทดสอบแอพพลิเคชันอย่างทะลุปรุโปร่ง ส่วนมากลิงค์ที่เสียและปัญหาการแสดงผลมักไม่ค่อยพบในตอนทดสอบก็เหมือนกับการพิสูจน์อักษรก่อนที่จะตีพิมพ์นั่นแหละ&#8221;</p>
<p>เขายังกล่าวด้วยว่า &#8220;มันยังสำคัญที่ต้องมีการให้บริการลูกค้าผ่านระบบในตัว app เอง ซึ่งอาจเป็นลิงค์เชื่อมไปยังเว็บไซต์หรืออาจตอบคำถามที่พบได้บ่อย&#8221;</p>
<p>การปรับปรุงคุณภาพและการทำงานเป็นเรื่องสำคัญถ้าหากสำนักพิมพ์ต้องการที่จะแน่ใจว่าจะเกิดการซื้อซ้ำและเพิ่มยอดรายรับให้สูงสุด นอกจากนี้แล้วมันยังสำคัญด้วยถ้าหากว่าสำนักพิมพ์กำลังแข่งขันความมีประสิทธิภาพกับ app อื่น ๆ อยู่</p>
<p>การเติบโตของแอพพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือนั้นกำลังเปลี่ยนธุรกิจสื่อไปอย่างรวดเร็ว McPheters &amp; Co. คาดการณ์ว่าในปลายปี 2015  ครึ่งหนึ่งของหัวนิตยสารและหนังสือพิมพ์ทั้งหมดจะถูกจัดส่งผ่านระบบดิจิตอล</p>
<p>ณ เวลานั้น สำนักพิมพ์ต่าง ๆ ประสบความสำเร็จในการทำให้ผู้บริโภคตระหนักว่าเนื้อหาเป็นสิ่งที่มีคุณค่าคุ้มกับการที่พวกเขาต้องจ่าย ทุกวันนี้พวกเขาต้องยอมเจ็บปวดเพื่อให้แน่ใจว่า คุณภาพของสินค้าของพวกเขานั้นยุติธรรมกับการจ่ายเงินของผู้บริโภค</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ยุทธศาสตร์ e-textbook ของ Apple ที่เรายังไม่รู้</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c-e-textbook-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-apple-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c-e-textbook-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-apple-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Jan 2012 14:26:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[e-textbook]]></category>
		<category><![CDATA[iBook Author]]></category>
		<category><![CDATA[iBookstore]]></category>
		<category><![CDATA[iTune U]]></category>
		<category><![CDATA[textbook]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=3079</guid>
		<description><![CDATA[ตอนนี้ Apple ได้ก้าวเข้าสู่ตลาด Textbook โดยอาศัยช่องทาง iBookstore ของตน นอกจากนี้แล้วยังมี app ชื่อว่า iBooks Author ให้ดาวน์โหลดได้ฟรี สำหรับผู้ที่อยากมีหนังสือของตนไว้วางขายผ่าน iBookstore

Apple มองว่า Textbook ไม่ได้เป็นหัวข้อที่น่าสนใจมากมายสักเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยก็น่าจะลองทำให้มันดูน่าสนใจขึ้นมา

Apple ได้ทำการอัพเกรดเวอร์ชันของ iBooks เป็น 2.0 เพื่อทำให้รองรับกับความสามารถการทำอินเตอร์แอคทีฟ และยังปล่อยให้ดาวน์โหลด app ตัวนี้ได้ฟรี โดยใช้ชื่อว่า iBook Author ซึ่งจะทำให้เราสามารถสร้าง e-textbook ได้บนคอมพิวเตอร์ของเราเอง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c-e-textbook-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-apple-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2/screen-shot-2555-01-22-at-9-19-23-pm/"  rel="attachment wp-att-3083"><img class="alignleft size-full wp-image-3083" style="margin: 10px;" title="iBooks Author" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2012/01/Screen-Shot-2555-01-22-at-9.19.23-PM.png" alt="" width="130" height="129" /></a>ตอนนี้ Apple ได้ก้าวเข้าสู่ตลาด Textbook โดยอาศัยช่องทาง iBookstore ของตน นอกจากนี้แล้วยังมี app ชื่อว่า iBooks Author ให้ดาวน์โหลดได้ฟรี สำหรับผู้ที่อยากมีหนังสือของตนไว้วางขายผ่าน iBookstore</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>Apple มองว่า Textbook ไม่ได้เป็นหัวข้อที่น่าสนใจมากมายสักเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยก็น่าจะลองทำให้มันดูน่าสนใจขึ้นมา</strong></span></p>
<p>Apple ได้ทำการอัพเกรดเวอร์ชันของ iBooks เป็น 2.0 เพื่อทำให้รองรับกับความสามารถการทำอินเตอร์แอคทีฟ และยังปล่อยให้ดาวน์โหลด app ตัวนี้ได้ฟรี โดยใช้ชื่อว่า iBook Author ซึ่งจะทำให้เราสามารถสร้าง e-textbook ได้บนคอมพิวเตอร์ของเราเอง</p>
<p>การประกาศของ Apple ในครั้งนี้ก่อให้เกิดคำถามมากมายกว่าที่ Apple เคยตอบไว้ ดังนั้นหากลองไตร่ตรองดู มีคำถามหลัก ๆ  อยู่ 6 คำถามที่เกิดขึ้นหลังจากการนำเสนอของ Apple ที่ New York</p>
<h3><span style="color: #ff6600;"><strong>1.ใครจะเป็นคนจ่ายค่าฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์</strong></span></h3>
<p>มีคำถามมากมายเกี่ยวกับว่า e-textbook ของ Apple นั้นจะนำไปใช้งานจริงในสถานศึกษาได้อย่างไร เนื่องจากเราเชื่อว่า Apple จะยังไม่ต้องการทำแอพพลิเคชัน iBooks สำหรับ Android ในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน</p>
<p>เราเชื่อว่านักเรียนต้องการ iPad เพื่อที่จะเข้าถึง e-textbook เหล่านั้น คำถามก็คือ ใครจะจ่ายเงินซื้อ iPad ให้เด็ก  ๆ พวกนั้นล่ะ ?</p>
<p>Apple จะเป็นคนออกเงินอุดหนุนตรงนั้นให้หรือ ?  แล้วเด็ก ๆ จะถูกบังคับให้ซื้อ iPad ไหม? แล้วเด็ก ๆ จะมีตัวเลือกให้เลือกระหว่างเวอร์ชันดิจิตอลกับแบบตัวเล่มหรือเปล่า ? ( เด็ก ๆ จะถูกบังคับให้ต้องเลือกแบบดิจิตอลหรือไม่ล่ะ?)</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><span style="color: #ff6600;">2.<strong>เรื่องของลิขสิทธิ์ : </strong><strong>Apple </strong><strong>จะบังคับใช้ลิขสิทธิ์ หรือไม่ </strong><strong>?</strong></span></h3>
<p>เราเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นปัญหา “Course Packet” : นักเรียน นักศึกษา คุ้นเคยกับการถ่ายเอกสารเนื้อหาบทความที่เกี่ยวข้องกับการเรียน บ่อยครั้งที่เนื้อหาเหล่านี้ถูกจัดทำขึ้นมาโดยไม่ได้มีการจ่ายค่าลิขสิทธิ์  อะไรจะเป็นตัวหยุดอาจารย์ผู้สอนไม่ให้ทำการตัดแปะเนื้อหาของใครสักคนเข้าไปใน e-book ที่สร้างจาก app iBooks Author ?</p>
<p>สิ่งที่มีความสำคัญมากกว่านั้นก็คือ Apple จะบังคับใช้การป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์กับเนื้อหาทางด้านการศึกษาให้เหมาะสมได้อย่างไร?</p>
<p>ลองคิดดูว่ามีเนื้อหาการเรียนการสอนมากมายที่ถูกตัดแปะเกือบทั้งดุ้นจากแหล่งอื่น ๆ  มันเป็นปัญหาที่ติดตามเรื้อรังกลุ่มนักเขียนที่เขียนและตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานด้วยตนเองมานาน</p>
<p>นอกจากนี้แล้วมันยังไม่ชัดเจนตรงที่ นักเขียนอิสระที่ใช้ app iBook Author จะสามารถเพิ่มหนังสือของตนเข้าไปยัง iBookstore ได้อย่างไร บางที iBook Author น่าจะมีเครื่องมือมากขึ้นเพื่อให้เกิดการแบ่งปันเนื้อหาเฉพาะส่วนมากกว่าที่จะเป็นรูปแบบการตีพิมพ์ในวงกว้าง อย่างน้อยก็ในระยะแรก</p>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c-e-textbook-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-apple-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2/screen-shot-2555-01-22-at-9-29-34-pm/"  rel="attachment wp-att-3087"><img class="alignleft size-medium wp-image-3087" style="border-style: initial; border-color: initial; border-image: initial; border-width: 0px; margin: 10px;" title="e-textbook" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2012/01/Screen-Shot-2555-01-22-at-9.29.34-PM-300x203.png" alt="" width="300" height="203" /></a></p>
<h3><span style="color: #ff6600;"><strong>3. Apple </strong><strong>จะตรวจสอบเนื้อหาของ </strong><strong>textbook </strong><strong>ได้อย่างไร</strong><strong>?</strong></span></h3>
<p>ตามปกติแล้ว textbook ต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบจากหน่วยงานของรัฐก่อน นอกจากนี้แล้วหาก textbook เล่มดังกล่าวมีหลายเวอร์ชัน เวอร์ชันอื่น ๆ ก็ต้องได้รับการอนุมัติให้ใช้ในสถานศึกษาจากหน่วยงานของรัฐก่อนเช่นเดียวกัน</p>
<p>มีหลายกระแสข่าวว่า Steve Jobs ต้องการหลีกเลี่ยงขั้นตอนการตรวจสอบของรัฐโดยการทำให้ Apple ปล่อย textbook ของตัวเองแบบฟรี (เราไม่แน่ใจนักว่าโมเดลการทำธุรกิจแบบนั้นจะเป็นยังไง) แต่มีการพูดถึงกันในเรื่องนี้ว่า textbook แบบไหนที่ Apple  จะยอมให้ขายบน iBookstore ไม่มีอะไรต้องพูดเกี่ยวกับบทบาทของ Apple ในฐานะของผู้ชี้ขาดเนื้อหาในการแถลงข่าว</p>
<div></div>
<h3><span style="color: #ff6600;"><strong>4. iTunes U :  จะยังคงมีอยู่และสามารถเข้าถึงได้ฟรี ! ทุกคนหรือไม่ ?</strong></span></h3>
<p>หนึ่งในด้านที่เป็นประโยชน์อย่างมากของ  iTunes U  ในปัจจุบันนี้ก็คือ มันเป็นหนทางไปสู่ห้องเรียนที่ไม่เป็นทางการและไม่ต้องนับหน่วยกิจ</p>
<p>ความสามารถใหม่ที่เพิ่มเข้าไปก็คือการเพิ่มทุกอย่างตั้งแต่หลักสูตรไปจนถึงรายการที่ต้องอ่านและช่วงเวลาที่ชั้นเรียนเปิดสอน ตรงนี้ทำให้ iTune U เป็นมากกว่าศูนย์กลางสำหรับมหาวิทยาลัยต่าง  ๆ แต่ทว่าทุกอย่างจะยังคงฟรี ! สำหรับทุกคนหรือไม่ ? และหากเป็นเช่นนั้น iTune U ก็จะเป็นสวรรค์ดี ๆ ได้เลย ขณะเดียวกันมันก็จะไม่สามารถพาตัวเองเข้าสู่ตลาดเพื่อหาเงินจากผู้เรียนได้</p>
<p>ถ้าหาก iTune U  มีความหมายสำหรับนักเรียน นักศึกษาแล้ว สามารถเป็นได้มากกว่าที่กำลังเป็นอยู่นี้ได้หรือไม่ ? โดย app ของ iTunes U เวอร์ชันใหม่นี้เพิ่งได้รับความนิยมอย่างมากจากการที่มีวิชาที่เปิดสอนฟรี แต่ตรงปุ่ม  &#8221;<strong>subscribe free&#8221; </strong> ก็ยังมีการแนะนำชั้นเรียนที่ต้องจ่ายเงินเพื่อเข้าเรียน หรือต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อหนังสืออ่านเพิ่มเติม โดยรูปแบบนี้อาจถูกนำมาใช้เป็นมาตฐานก็ได้</p>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c-e-textbook-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-apple-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2/screen-shot-2555-01-22-at-9-18-05-pm/"  rel="attachment wp-att-3084"><img class="alignleft size-medium wp-image-3084" style="margin: 10px;" title="iTunes U" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2012/01/Screen-Shot-2555-01-22-at-9.18.05-PM-300x161.png" alt="" width="300" height="161" /></a></p>
<h3><span style="color: #ff6600;"><strong>5. แล้วราคาของ e-textbook จะถูกลงสักเท่าไหร่ ?</strong></span></h3>
<p>ในขณะที่เราเห็น Apple เพิ่งมีหนังสือ e-textbook บางเล่มวางขายที่ราคา 14.99 เหรียญฯ ใน iBookstore  แต่ก็ยังไม่การยืนยันชัดเจนว่า e-textbook  ควรจะมีราคาสูงสุดวิ่งไปอยู่ที่เท่าไหร่ ราคา e-textbook จะถูกกว่าแบบตัวเล่มถึง 50% หรือไม่ ? หรืออาจจะถูกลงเพียง 20 -30 เปอร์เซ็นต์จากแบบตัวเล่ม</p>
<p>นอกจากการบ่งชี้ว่าราคาควรจะถูกลงแล้วนั้น มีข้อมูลไม่มากนักที่ได้รับเกี่ยวกับราคา และความจริงก็คือว่าการตั้งราคาเป็นกุญแจสำคัญในเรื่องที่กล่าวมาทั้งหมด ถึงแม้จะมีการนำเสนอองค์ประกอบทางด้านสารสนเทศอย่าง วิดีโอ กราฟฟิกแบบ 3D  และข้อความที่ลิงค์หากันได้กับคุณลักษณะเด่นอื่น ๆ แบบอินเตอร์แอคทีฟอันเยี่ยมยอดแล้วนั้น แต่ถ้าหากราคาในแบบดิจิตอลไม่ได้ลดลงมามากมายอย่างที่คิด ยอดขาย e-textbook อาจจะไม่สวยหรูก็เป็นได้</p>
<p>ทำไมนะหรือ ? ก็เพราะว่ายังคงมีตลาดใหญ่สำหรับกลุ่มของหนังสือมือสองอยู่ และคุณสามารถขายทั้งหนังสือใหม่และหนังสือมือสองกลับไปให้กับร้านหนังสือหรือส่งต่อให้กับรุ่นน้องได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ e-book ทำไม่ได้  ในรูปแบบดิจิตอลนั้น ไม่มีทางจะขายต่อหรือส่งผ่านความเป็นเจ้าของไปให้ใคร นั่นก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมสำนักพิมพ์ถึงชอบตลาด e-book ก็เพราะว่า e-book เหล่านี้ไม่สามารถทำเงินอีกต่อได้จาก<strong>ตลาดหนังสือมือสอง</strong></p>
<p><a href="http://www.herothailand.com" title="รับสั่งหนังสือต่างประเทศ สินค้าต่างประเทศ"  target="_blank">www.herothailand.com -ร้านหนังสือออนไลน์ รับสั่งหนังสือต่างประเทศและสินค้าจากต่างประเทศ</a></p>
<p><strong>อ้างอิงข้อมูลจาก cnet.com</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c-e-textbook-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-apple-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อ่าน National Geographic ย้อนหลัง 100 ปีผ่าน Cengage Learning</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99-national-geographic-%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-100-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99-cengage-lea/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99-national-geographic-%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-100-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99-cengage-lea/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 21 Jan 2012 15:06:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[Cengage Learning]]></category>
		<category><![CDATA[National Geographic]]></category>
		<category><![CDATA[Richard Leakey]]></category>
		<category><![CDATA[Robert Ballard]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=3049</guid>
		<description><![CDATA[Gale ซึ่งเป็นแผนกหนึ่งของ Cengage Learning และเป็นสำนักพิมพ์ชั้นนำของการวิจัยและเป็นแหล่งอ้างอิงสำหรับห้องสมุด โรงเรียน บริษัทต่าง ๆ ได้บรรลุข้อตกลงกับ National Geographic หนึ่งในองค์กรทางด้านการศึกษาและวิทยาศาสตร์ที่ไม่หวังผลกำไรที่ใหญ่ที่สุดของโลก ในการร่วมมือกันจัดทำเนื้อหาย้อนหลังของนิตยสาร National Geographic มากกว่าหนึ่งร้อยปี ซึ่งห้องสมุดต่าง ๆ จะสามารถเข้าใช้งานได้ในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ โดยนิตยสาร National Geographic ตั้งแต่ปี 1888-1994 ทุกฉบับสามารถใช้การค้นหาและมีระบบติดต่อผู้ใช้ที่ใช้งานได้ง่าย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99-national-geographic-%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-100-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99-cengage-lea/screen-shot-2555-01-21-at-10-05-59-pm/"  rel="attachment wp-att-3062"><img class="size-medium wp-image-3062 alignleft" style="border-style: initial; border-color: initial; border-image: initial; border-width: 0px; margin: 5px;" title="Cengage Learning" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2012/01/Screen-Shot-2555-01-21-at-10.05.59-PM-300x173.png" alt="" width="300" height="173" /></a>Gale ซึ่งเป็นแผนกหนึ่งของ <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.gale.cengage.com/" title="Cengage Learning"  target="_blank" rel="external nofollow">Cengage Learning</a></noindex> และเป็นสำนักพิมพ์ชั้นนำของการวิจัยและเป็นแหล่งอ้างอิงสำหรับห้องสมุด โรงเรียน บริษัทต่าง ๆ ได้บรรลุข้อตกลงกับ National Geographic หนึ่งในองค์กรทางด้านการศึกษาและวิทยาศาสตร์ที่ไม่หวังผลกำไรที่ใหญ่ที่สุดของโลก ในการร่วมมือกันจัดทำเนื้อหาย้อนหลังของนิตยสาร National Geographic มากกว่าหนึ่งร้อยปี ซึ่งห้องสมุดต่าง ๆ จะสามารถเข้าใช้งานได้ในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ โดยนิตยสาร National Geographic ตั้งแต่ปี 1888-1994 ทุกฉบับสามารถใช้การค้นหาและมีระบบติดต่อผู้ใช้ที่ใช้งานได้ง่าย</p>
<p>Jim Draper รองประธานของ Gale  กล่าวว่า &#8221; สมาคม National Geographic เป็นหนึ่งในองค์กรที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดในโลก พวกเขาได้ให้แรงบันดาลใจแก่ผู้คนเพื่อหันมาใส่ใจกับโลกใบนี้มานานกว่า 100 ปีแล้ว เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้นำนิตยสาร National Geographic ไปยังห้องสมุดต่าง ๆ ทุกหนทุกแห่ง เป็นการเปิดโลกแห่งการค้นพบ การสำรวจและการรู้ซึ้งถึงคุณค่าของวัฒนธรรมทั่วทุกมุมโลก&#8221;</p>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99-national-geographic-%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-100-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99-cengage-lea/screen-shot-2555-01-21-at-10-08-10-pm/"  rel="attachment wp-att-3063"><img class="alignleft size-medium wp-image-3063" style="border-style: initial; border-color: initial; border-image: initial; border-width: 0px; margin: 5px;" title="National Geographic" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2012/01/Screen-Shot-2555-01-21-at-10.08.10-PM-300x178.png" alt="" width="300" height="178" /></a>นิตยสาร National Geographic  เป็นนิตยสารชั้นนำของโลกมาเป็นระยะเวลานาน โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้คนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโลกที่เราอาศัยอยู่ได้ดีขึ้น ให้ข้อมูลที่เชื่อถือได้ปราศจากอคติอันเป็นผลเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างซับซ้อนในทุกวันนี้ ในขณะเดียวกันก็เผยโฉมความสวยงามอันน่าพิศวงในช่วงเวลาของเรา</p>
<p>ตั้งแต่การสำรวจซากฟอสซิลบรรพบุรุษของมนุษย์โดย <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://en.wikipedia.org/wiki/Richard_Leakey" title="Richard Leakey"  target="_blank" rel="external nofollow">Richard Leakey</a></noindex> ใน Kenya ไปจนถึงการสำรวจขั้วโลก การขุดสำรวจทางโบราณคดีเกี่ยวกับวัฒนธรรมของชนเผ่ามายาและชาวอินคาและการค้นพบซากเรือไททานิกโดย <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.nationalgeographic.com/explorers/bios/robert-ballard/" title="Robert Ballard"  target="_blank" rel="external nofollow">Robert Ballard</a></noindex> นั้น ล้วนแต่เป็นเรื่องราวที่ทางนิตยสาร National Geographic ได้รวบรวมไว้ในช่วงปี 1888 ถึง 1994  เป็นแหล่งข้อมูลการศึกษาค้นคว้าที่สำคัญและเป็นชุดเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นสำหรับผู้อ่าน</p>
<div class="wp-caption alignleft" style="width: 84px"><noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.amazon.com/gp/product/B00005NIOH/ref=as_li_ss_il?ie=UTF8&amp;tag=alltimeseller-20&amp;linkCode=as2&amp;camp=1789&amp;creative=390957&amp;creativeASIN=B00005NIOH"  target="_blank" rel="external nofollow"><img class="  " style="border-style: initial; border-color: initial; border-image: initial; border-width: 0px; margin: 5px;" title="สมัครสมาชิกนิตยสาร National Geographic" src="http://ws.assoc-amazon.com/widgets/q?_encoding=UTF8&amp;Format=_SL110_&amp;ASIN=B00005NIOH&amp;MarketPlace=US&amp;ID=AsinImage&amp;WS=1&amp;tag=alltimeseller-20&amp;ServiceVersion=20070822" alt="" width="74" height="110" border="0" /></a></noindex><p class="wp-caption-text">สมัครสมาชิกนิตยสาร</p></div>
<p><img style="border: none !important; margin: 0px !important;" src="http://www.assoc-amazon.com/e/ir?t=alltimeseller-20&amp;l=as2&amp;o=1&amp;a=B00005NIOH" alt="" width="1" height="1" border="0" />Declan Moore ประธานฝ่ายสิ่งพิมพ์ของ National Geographic กล่าวว่า &#8221;เป็นเวลากว่าหนึ่งศตวรรษที่นิตยสาร National Geographic ได้บันทึกเรื่องราวผ่านบทความต่าง ๆ รูปภาพและแผนที่ที่กลายเป็นตำนาน เกี่ยวกับชีวิตบนโลกใบนี้ไปจนถึงอวกาศและได้อธิบายการเปลี่ยนแปลงของโลกอันกว้างใหญ่นี้ผ่านเลนส์ของช่างภาพ ความรู้อันมากมายมหาศาลที่มีอยู่ในนิตยสาร National Geographic นั้นเป็นแหล่งทรัพยากรที่ยอดเยี่ยมสำหรับความรู้ความเข้าใจในเรื่อง วัฒนธรรม ธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี พลังงานและสภาพแวดล้อม&#8221;</p>
<p>นอกจากเนื้อหากว่า 100,000 หน้าแล้วยังมีรูปถ่ายที่น่าสนใจที่ได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสารตั้งแต่ปี 1994 รวมอยู่ด้วย ในจำนวนนี้มีการถ่ายภาพสีเป็นครั้งแรกอยู่ด้วย นิตยสาร National Geographic  เป็นที่รู้จักกันดีว่ามีภาพข่าวที่คุณภาพดีที่สุดในโลก ทำให้ผู้อ่านสามารถสำรวจภาพถ่ายโลกใหม่ที่พวกเขาสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้แล้วแต่ละหน้าแต่ละรูป ยังมีรายละเอียดของแผนที่ที่ได้รับการตีพิมพ์รวมเข้าไว้ด้วย แผนที่เหล่านี้ช่วยในการให้บริบทและแหล่งอ้างอิงให้กับผู้อ่านที่กำลังเรียนรู้ในสิ่งที่พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนซึ่งโดยมากแล้วจะเป็นพื้นที่ห่างไกล วัฒนธรรมที่ห่างไกลที่พวกเขาเพิ่งเคยพบเจอเป็นครั้งแรก</p>
<p>สำหรับเนื้อหาย้อนหลังของนิตยสาร National Geographic ตั้งแต่ปี 1888 ถึง ปี 1994 สามารถเข้าชมได้จากที่นี่ <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://gdc.gale.com/" title="http://gdc.gale.com/ "  target="_blank" rel="external nofollow">http://gdc.gale.com</a></noindex></p>
<p><a href="http://www.herothailand.com" title="รับสั่งหนังสือต่างประเทศ สินค้าต่างประเทศ"  target="_blank">www.herothailand.com -ร้านหนังสือออนไลน์ รับสั่งหนังสือต่างประเทศและสินค้าจากต่างประเทศ</a><br />
<strong><br />
</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99-national-geographic-%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-100-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99-cengage-lea/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Amazon ปรับยอดขาย Kindle Fire ลงกว่าครึ่งหลังมีข่าว iPad3</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/amazon-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-kindle-fire-%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/amazon-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-kindle-fire-%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 21 Jan 2012 09:11:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[amazon]]></category>
		<category><![CDATA[Apple]]></category>
		<category><![CDATA[iPad 3]]></category>
		<category><![CDATA[Kindle Fire]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=3052</guid>
		<description><![CDATA[Amazon ได้ปรับลดยอดขาย Kindle Fire ลงเหลือ 3 ล้านเครื่องในไตรมาศแรกของปี 2012 จากการที่มียอดขายหลังจากช่วงวันหยุดไม่ค่อยดีนักรวมทั้งการคาดการณ์ว่าจะมีการเปิดตัว iPad 3 ออกมาเร็ว ๆ นี้

แหล่งข่าวจาก DigiTimes บอกว่า ยอดสั่งซื้อ Kindle Fire นั้นคาดว่าจะลดลงเหลือ 3 ล้านเครื่องในไตรมาศแรกนี้จากที่เคยขายได้ 6 ล้านเครื่องในช่วงวันหยุดยาวของช่วงเวลาเดียวกันของปี 2011]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.amazon.com/gp/product/B0051VVOB2/ref=as_li_ss_tl?ie=UTF8&amp;tag=alltimeseller-20&amp;linkCode=as2&amp;camp=1789&amp;creative=390957&amp;creativeASIN=B0051VVOB2"  rel="external nofollow"><img class="size-medium wp-image-3055 alignleft" style="border-style: initial; border-color: initial; border-image: initial; border-width: 0px; margin: 5px;" title="Kindle Series" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2012/01/Screen-Shot-2555-01-21-at-4.14.18-PM-300x260.png" alt="" width="300" height="260" /></a></noindex>Amazon ได้ปรับลดยอดขาย Kindle Fire ลงเหลือ 3 ล้านเครื่องในไตรมาศแรกของปี 2012 จากการที่มียอดขายหลังจากช่วงวันหยุดไม่ค่อยดีนักรวมทั้งการคาดการณ์ว่าจะมีการเปิดตัว iPad 3 ออกมาเร็ว ๆ นี้</p>
<p>แหล่งข่าวจาก <em>DigiTimes </em>บอกว่า ยอดสั่งซื้อ Kindle Fire นั้นคาดว่าจะลดลงเหลือ 3 ล้านเครื่องในไตรมาศแรกนี้จากที่เคยขายได้ 6 ล้านเครื่องในช่วงวันหยุดยาวของช่วงเวลาเดียวกันของปี 2011</p>
<p>ยอดขายในช่วงต้นปี 2012 นี้จะหยุดลงที่  1 ล้านเครื่องต่อเดือน จากการที่มียอดขายลดลงอย่างเห็นได้ชัดหลังจากช่วงวันหยุดปีใหม่ โดยผู้ผลิตหลายรายอย่างเช่น TPK Holdings และ Wintek ต่างวางแผนที่จะลดจำนวนการผลิตลง</p>
<p>สำหรับ Kindle Fire นั้นได้สร้างกระแสให้กับอุปกรณ์ในตลาดจอสัมผัสเมื่อไตรมาศสุดท้ายของปีที่แล้ว จากการที่ Amazon ได้เริ่มต้นขายอุปกรณ์ของตนในราคาเพียง 199 เหรียญฯ หรือต่ำกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับราคาของ iPad 2 จาก Apple ที่เปิดตัวในราคา 499 เหรียญฯ  จากการวิเคราะห์เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า Kindle Fire แย่งส่วนแบ่งการตลาดไปจาก iPad ได้ไม่เกินสองล้านเครื่องในช่วงหยุดยาวปีใหม่นี้</p>
<p>Amazon ได้ประกาศในปลายเดือนธันวาคมว่า มียอดขาย Kindle มากกว่าหนึ่งล้านเครื่องในแต่ละสัปดาห์ซึ่งรวมเอา Kindle Fire ,Kindle รุ่นอื่น ๆ และเครื่องอ่านในตระกูล  e-ink รวมเข้าไว้ด้วย  โดย Amazon กล่าวว่า Kindle Fire เป็นสินค้าที่ขายดีที่สุด</p>
<p>ขณะเดียวกัน Apple เตรียมที่จะประกาศยอดขายล่าสุดของ iPad  รวมทั้งข่าวลือเรื่องที่ Apple จะเปิดตัว iPad 3  ในเดือนมีนาคมนี้</p>
<p>โดยหนึ่งในข่าวลืออ้างว่า Apple กำลังวางแผนที่จะจัดงานเปิดตัวในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ก่อนที่จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม  การเคลื่อนไหวของ Apple แต่ละครั้งย่อมไม่ธรรมดา บ่อยครั้งที่บริษัทนี้เริ่มต้นขายผลิตภัณฑ์ของตนไม่กี่วันหลังจากที่มีการประกาศเปิดตัว แต่อีกข่าวหนึ่งก็บอกว่า Apple จะยังคงชาย iPad2 ของตนในราคาที่ถูกลงเพื่อมาสู้กับ Kindle Fire</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://www.herothailand.com" title="รับสั่งหนังสือต่างประเทศ สินค้าต่างประเทศ"  target="_blank">www.herothailand.com -ร้านหนังสือออนไลน์ รับสั่งหนังสือต่างประเทศและสินค้าจากต่างประเทศ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/amazon-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-kindle-fire-%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเข้ารหัสเงินเปลี่ยนการจ่ายเงินของเราได้อย่างไร (2)</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 Jan 2012 16:56:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Hash]]></category>
		<category><![CDATA[private key]]></category>
		<category><![CDATA[public key]]></category>
		<category><![CDATA[ลายเซ็นดิจิตอล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2982</guid>
		<description><![CDATA[สำหรับลายเซ็นดิจิตอลนั้น ทำให้เจ้าของงานสามารถปกป้องผลงานของตนได้ง่ายขึ้นและให้ใครก็ตามสามารถยืนยันตัวตนของพวกเขาเพื่อการเข้าถึงเนื้อหาเหล่านั้น ยากต่อการปลอมแปลง  ถ้าหากเราเห็นลายเซ็นดิจิตอลเราสามารถรู้ได้ทันทีว่าเนื้อหาดังกล่าวต้องมาจากเจ้าของผลงานอย่างแน่นอนเป็นใครอื่นไม่ได้  ตัวอย่างเช่น หากเราเขียนจดหมายถึงคุณ และลงลายเซ็นดิจิตอลไว้ คุณรู้ได้ว่ามีเราเท่านั้นที่ทำแบบนี้ได้ โดยเนื้อหาในอีเมล์สามารถเป็นได้ทั้งแบบเนื้อหาที่สามารถอ่านได้หรือเข้ารหัสก็ได้]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%80/bb124s2650/" rel="attachment wp-att-2985"><br />
</a></p>
<h1><span style="color: #ff9900;">สัญลักษณ์ดิจิตอลหรือลายเซ็นดิจิตอล</span></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับลายเซ็นดิจิตอลนั้น ทำให้เจ้าของงานสามารถปกป้องผลงานของตนได้ง่ายขึ้นและให้ใครก็ตามสามารถยืนยันตัวตนของพวกเขาเพื่อการเข้าถึงเนื้อหาเหล่านั้น ยากต่อการปลอมแปลง  ถ้าหากเราเห็นลายเซ็นดิจิตอลเราสามารถรู้ได้ทันทีว่าเนื้อหาดังกล่าวต้องมาจากเจ้าของผลงานอย่างแน่นอนเป็นใครอื่นไม่ได้  ตัวอย่างเช่น หากเราเขียนจดหมายถึงคุณ และลงลายเซ็นดิจิตอลไว้ คุณรู้ได้ว่ามีเราเท่านั้นที่ทำแบบนี้ได้ โดยเนื้อหาในอีเมล์สามารถเป็นได้ทั้งแบบเนื้อหาที่สามารถอ่านได้หรือเข้ารหัสก็ได้</p>
<p>ลายเซ็นดิจิตอลนั้นถูกสร้างขึ้นจากการเข้ารหัสแบบไม่สมมาตรหรือการเข้ารหัสและถอดรหัสแบบใช้กุญแจรหัสคนละตัวกัน  โดยที่การส่งจะมีกุญแจรหัสตัวหนึ่งในการเข้ารหัส และผู้รับก็จะมีกุญแจรหัสอีกตัวหนึ่งเพื่อใช้ในการถอดรหัส ผู้ใช้รายหนึ่งๆจึงมีกุญแจรหัส 2 ค่าเสมอคือ กุญแจสาธารณะ (public key) และ กุญแจส่วนตัว (private key) ผู้ใช้จะประกาศให้ผู้อื่นทราบถึงกุญแจสาธารณะของตนเองเพื่อให้นำไปใช้ในการเข้ารหัสและส่งข้อมูลที่เข้ารหัสแล้วมาให้ ข้อมูลที่เข้ารหัสดังกล่าวจะถูกถอดออกได้โดยกุญแจส่วนตัวเท่านั้น ( <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.ku.ac.th/e-magazine/august44/it/encryp.html" title="การเข้ารหัสข้อมูล"  target="_blank" rel="external nofollow">อ่านเพิ่มเติมจาก การเข้ารหัสข้อมูล</a></noindex> ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ) อย่าง <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://th.wikipedia.org/wiki/RSA" title="RSA"  target="_blank" rel="external nofollow">RSA</a></noindex></p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><img title="การเข้ารหัส" src="http://www.ku.ac.th/e-magazine/august44/it/data3.gif" alt="" width="500" height="248" /><p class="wp-caption-text">Asymmetric Cryptography (Public key)  ภาพจาก http://www.ku.ac.th/e-magazine/august44/it/encryp.html</p></div>
<p>การสร้างลายเซ็นดิจิตอลสำหรับไฟล์หรือข้อความนั้น  คุณต้องทำให้ข้อมูลหรือเนื้อหาของไฟล์นั้นให้กลายเป็นส่วนเล็ก ๆ ด้วย<noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AE%E0%B8%8A" title="Hash"  target="_blank" rel="external nofollow">ฟังก์ชันที่เรียกว่า Hash</a></noindex> อย่าง  <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.xorbin.com/tools/sha256-hash-calculator" title="การเข้ารหัสด้วย hash"  target="_blank" rel="external nofollow">SHA-256 </a></noindex>แล้วเข้ารหัสผลลัพท์ที่ได้ด้วยกุญแจส่วนตัว (private key) ซึ่งจะได้เป็นลายเซ็นดิจิตอลสำหรับไฟล์นั้น ๆ ทางผู้รับสามารถยืนยันลายเซ็นดิจิตอลของไฟล์ได้โดยการถอดรหัสด้วยกุญแจสาธารณะ (public key) ซึ่งถ้าค่า Hash ที่ได้ตรงกัน คุณสามารถเข้าถึงเนื้อหาดังกล่าวได้ แต่ถ้าหากค่า Hash ที่ได้ไม่ตรงกันคุณก็จะไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหาดังกล่าวได้</p>
<p>การทำ private key หรือ public key  ดูเป็นไอเดียจากตรงนี้   &gt;&gt;&gt;&gt;  <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://theillustratednetwork.mvps.org/Ssh/Private-publicKey.html" title="public key"  target="_blank" rel="external nofollow">How to create public key</a></noindex></p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><img title="ตัวอย่างการทำงานของฟังก์ชัน Hash" src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/d/da/Hash_function.svg/300px-Hash_function.svg.png" alt="" width="300" height="203" /><p class="wp-caption-text">รูปภาพจาก http://th.wikipedia.org</p></div>
<p>&nbsp;</p>
<h3><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #ff9900;"><strong>จากการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวนี้ ทำให้เราคิดได้ว่าเราจะประยุกต์ใช้กับเหรียญดิจิตอลได้อย่างไร ???</strong></span></span></h3>
<p>สมมติว่า เรามีธนาคารกลางอยู่แห่งหนึ่งที่คอยแจกจ่ายตัวเลขอย่างเช่นตัวเลขบนธนบัตร ( โดยธนบัตรเหล่านี้มีความแตกต่างกันเนื่องจากแต่ละใบนั้นมีเลขเฉพาะระบุอยู่) ธนาคารได้ทำการ Hash ตัวเลขเฉพาะบนธนบัตรจากนั้นก็ได้ทำการเข้ารหัสธนบัตรแต่ละใบด้วยกุญแจส่วนตัว (private key) เป็นการสร้างลายเซ็นดิจิตอลให้ธนบัตรเหล่านั้น เราจะเรียกว่าเป็นการรวมกันของตัวเลขเฉพาะกับลายเซ็นดิจิตอลของเหรียญกษาปณ์</p>
<p>และแล้วเราก็มีเหรียญดิจิตอลใช้ ซึ่งมีเพียงแค่ธนาคารเท่านั้นที่สามารถทำมันขึ้นมาได้ แต่เราอาจยังคงต้องเจอกับปัญหาการปลอมแปลงอยู่ เราสามารถปลอมแปลงเหรียญดิจิตอลพวกนี้ได้ทั้งวัน และถึงแม้่ว่าเราสามารถตรวจสอบได้ว่าเหรียญดิจิตอลนี้ใช้ได้หรือไม่แต่เราก็ไม่มีทางพิสูจน์ได้ว่าอันไหนของแท้หรือของปลอม</p>
<p>ดังนั้นธนาคารจำเป็นต้องติดตามว่าเหรียญดิจิตอลแต่ละเหรียญเหล่านี้ไปอยู่ที่ไหน นั่นก็คือ การรู้ว่าใครเป็นเจ้าของเหรียญอยู่ในตอนนี้ ถ้าหากเราใช้เหรียญดิจิตอลในการซื้อบางอย่างจากคุณ เราจำเป็นต้องบอกให้ธนาคารรู้ว่าเราได้ทำอะไรไปและตอนนี้คุณเป็นเจ้าของเหรียญนั่นแล้วรวมทั้งการซื้อขายในครั้งนั้นได้ถูกบันทึกไว้ในธนาคารกลางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว</p>
<p>ชัดเจนว่า เราไม่สามารถใช้เหรียญเดียวกันนี้ซื้อของจากน้องเปิ้ลและต่อจากนั้นค่อยเอาไปซื้อกับพี่เหิมได้ ซึ่งธนาคารสามารถแจ้งเราได้ในกรณีที่เรากำลังใช้เหรียญดิจิตอลอันเดิมที่เราไม่ได้เป็นเจ้าของแล้วในการซื้อสินค้าอื่นซึ่งตรงนี้เราสามารถขอยกเลิกการซื้อขายครั้งนั้นได้</p>
<p>เนื่องจากเรากังวลว่าอาจมีใครสักคนที่สามารถโกงระบบได้ ดังนั้นบันทึกการซื้อขายหรือการชำระเงินที่เราได้ลงทะเบียนไว้กับธนาคารนั้นจะต้องมีลายเซ็นดิจิตอลของเราไว้ ซึ่งหากเป็นการชำระเงินที่ไม่มีลายเซ็นดิจิตอลกำกับแล้ว คุณสามารถแจ้งธนาคารได้ว่าเป็นการชำระเงินหลอกลวงที่อ้างว่ามาจากเราและสามารถโอนเงินทั้งหมดที่มาจากเหรียญดิจิตอลนั้นคืนกลับไปให้คุณ  จะเห็นได้ว่าไม่ใช่มีแต่เพียงเหรียญดิจิตอลเท่านั้นที่จำเป็นต้องมีลายเซ็นดิจิตอลกำกับแต่การซื้อขายหรือการชำระเงินที่เกี่ยวข้องกับเหรียญดิจิตอลนั้นก็ต้องมีลายเซ็นต์ดิจิตอลของผู้ซื้อกำกับด้วย</p>
<p>นั่นหมายความว่า ทุกคนที่ใช้เหรียญดิจิตอลต้องลงทะเบียนกับทางธนาคารเพื่อที่ทางธนาคารจะได้จะได้ให้กุญแจสาธารณะ (public key)  เนื่องจากในการยืนยันการชำระเงินนั้น ธนาคารต้องถอดรหัสลายเซ็นดิจิตอลของผู้ซื้อด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 531px"><noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.ku.ac.th/e-magazine/august44/it/encryp.html"  rel="external nofollow"><img title="การเข้ารหัส" src="http://www.ku.ac.th/e-magazine/august44/it/data4.gif" alt="" width="521" height="251" /></a></noindex><p class="wp-caption-text">การเข้ารหัสข้อมูล อ่านเพิ่มเติมได้จาก http://www.ku.ac.th/e-magazine/august44/it/encryp.html</p></div>
<p>&nbsp;</p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 586px"><noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.ku.ac.th/e-magazine/august44/it/encryp.html"  rel="external nofollow"><img title="การถอดรหัสข้อมูล" src="http://www.ku.ac.th/e-magazine/august44/it/data5.gif" alt="" width="576" height="241" /></a></noindex><p class="wp-caption-text">การถอดรหัสข้อมูล อ่านเพิ่มเติมได้จาก http://www.ku.ac.th/e-magazine/august44/it/encryp.html</p></div>
<p>&nbsp;</p>
<p>อ้างอิงข้อมูลบางส่วนและรูปภาพจาก  www.ku.ac.th/e-magazine/august44/it/encryp.html</p>
<p><em>มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำนักบริการคอมพิวเตอร์, กรกฎาคม 2544</em></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเข้ารหัสเงินเปลี่ยนการจ่ายเงินของเราได้อย่างไร (1)</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%80/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%80/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 10 Jan 2012 15:21:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[ธนบัตร]]></category>
		<category><![CDATA[ลายเซ็นดิจิตอล]]></category>
		<category><![CDATA[เงินดิจิตอล]]></category>
		<category><![CDATA[เงินตรา]]></category>
		<category><![CDATA[เหรียญกษาปณ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2962</guid>
		<description><![CDATA[ถึงแม้ว่าเราต่างก็รู้จักเงินสดกันเป็นอย่างดี ลองมองมันในอีกมุมหนึ่งกันดีไหม ???


ประการแรกเลย เงินสดเป็นสิ่งที่จับต้องได้ไม่ว่าจะเป็นธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์
หากคุณซื้อของบางอย่าง คุณยื่นเงินสดให้กับผู้ขาย ผู้ขายก็จะยื่นของให้คุณแล้วก็รับเงินไป เงินสดที่คุณมีในตอนแรกมูลค่าก็จะลดลงเพราะถูกหักออกไปด้วยราคาของสินค้า

ประการที่สอง มันค่อนข้างยากหากคุณต้องการเลียนแบบเงินสด

มันอาจจะดีหากว่าคุณสามารถถ่ายเอกสารธนบัตรไว้ อย่างน้อยมันอาจจะอยู่จนทุกคนเริ่มทำมันและเศรษฐกิจโลกได้เกิดล้มละลายในสองสามวินาทีต่อจากนั้น หรือคุณสามารถปั๊มเหรียญกษาปณ์เองให้มีต้นทุนการทำถูกกว่าที่คุณสามารถซื้อมัน แต่มันมีการป้องกันที่หลากหลายเพื่อให้แน่ใจว่าวิธีการนี้ไม่ได้ผลและมีต้นทุนสูง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<h2>การใช้เงินโดยไม่ต้องพกธนบัตรและเหรียญกษาปณ์</h2>
<p>บทความช้ินนี้อ้างอิงจากงานเขียนของ Julian Bucknall<br />
<a href="http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%80/bb124s2650/"  rel="attachment wp-att-2985"><img class="alignleft size-medium wp-image-2985" style="border-style: initial; border-color: initial; border-image: initial; border-width: 0px; margin: 5px;" title="cash money" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2012/01/bb124s2650-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a>ถึงแม้ว่าเราต่างก็รู้จักเงินสดกันเป็นอย่างดี ลองมองมันในอีกมุมหนึ่งกันดีไหม ???</p>
<div></div>
<div><strong><span style="text-decoration: underline;">ประการแรกเลย เงินสดเป็นสิ่งที่จับต้องได้ไม่ว่าจะเป็นธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์</span></strong></div>
<p>หากคุณซื้อของบางอย่าง คุณยื่นเงินสดให้กับผู้ขาย ผู้ขายก็จะยื่นของให้คุณแล้วก็รับเงินไป เงินสดที่คุณมีในตอนแรกมูลค่าก็จะลดลงเพราะถูกหักออกไปด้วยราคาของสินค้า</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ประการที่สอง มันค่อนข้างยากหากคุณต้องการเลียนแบบเงินสด</strong></span></p>
<p>มันอาจจะดีหากว่าคุณสามารถถ่ายเอกสารธนบัตรไว้ อย่างน้อยมันอาจจะอยู่จนทุกคนเริ่มทำมันและเศรษฐกิจโลกได้เกิดล้มละลายในสองสามวินาทีต่อจากนั้น หรือคุณสามารถปั๊มเหรียญกษาปณ์เองให้มีต้นทุนการทำถูกกว่าที่คุณสามารถซื้อมัน แต่มันมีการป้องกันที่หลากหลายเพื่อให้แน่ใจว่าวิธีการนี้ไม่ได้ผลและมีต้นทุนสูง</p>
<p>การพิมพ์ธนบัตรนั้นจำเป็นต้องใช้กระดาษเฉพาะหาซื้อได้ยากและถูกออกแบบให้ยากต่อการปลอมแปลงหรือถ่ายเอกสาร (ในสหรัฐฯ กระดาษสำหรับพิมพ์ธนบัตรมีส่วนผสมหลักจากฝ้ายและสามารถทนต่อการถูกซักในเครื่องซักผ้าได้ )</p>
<p>เหรียญกษาปณ์ที่ระบุค่าเงินนั้นถูกออกแบบมาให้ยากต่อการประทับตราด้วยเครื่องจักรอย่างง่าย ไม่ว่าจะเป็นการมีตัวอักษรอยู่บนขอบที่หยักหรือเป็นร่องอย่างสม่ำเสมอรวมทั้งการที่เหรียญกษาปณ์นี้ถูกทำขึ้นจากโลหะสองชนิดที่มีสีแตกต่างกัน ดังนั้นเหรียญกษาปณ์ที่มีมูลค่าน้อย ๆ จึงไม่คุ้มค่าแก่การปลอมแปลงเนื่องจากไม่คุ้มกับต้นทุนและการทำงานที่เสียไป</p>
<p>ผลที่ตามมาก็คือว่า เงินสดสามารถมาจากบรรดาผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ทำมันขึ้นมาเท่านั้น ซึ่งก็คือ &#8220;รัฐบาล&#8221;  โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบหน้าที่นี้ก็คือ &#8220;โรงกษาปณ์&#8221; ที่ต้องคอยผลิตธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ออกมาทดแทนของเดิมที่ถูกทำลายไป ( อย่างเช่น ธนบัตรที่ยับยู่ยี่จากการถูกปั่นในเครื่องซักผ้า ธนบัตรที่ฉีกขาดหรือเหรียญกษาปณ์ที่ถูกใช้จนเก่าและสูญเสียลักษณะเฉพาะที่ป้องกันการปลอมแปลงแล้ว )</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ประการที่สาม  มันเป็นสิ่งที่ไม่มีอะไรต้องจดจำ</strong></span></p>
<p>ไม่จำเป็นต้องมีสถิติว่าเงินถูกเปลี่ยนมือมาแล้วกี่คนกี่ครั้ง และมีคนเพียงไม่กี่คนที่อยากจะรู้เกี่ยวกับการดำเนินการในครั้งนั้นซึ่งก็ควรจะเป็นผู้ซื้อและผู้ขายนั่นเอง ในไม่ช้าบางส่ิงก็เข้ามามีบทบาทเป็นตัวแทนของเงินสด สิ่งนั้นก็คือเช็คและเครดิตการ์ดโดยมีการบันทึกและเก็บสถิติการดำเนินการไว้ ซึ่งธนาคารจะเข้ามาเกี่ยวข้องในฐานะของผู้โอนเงินจำนวนนี้จากบัญชีของผู้ซื้อไปยังบัญชีของผู้ขายและการดำเนินการในครั้งนี้จะต้องเป็นที่รับรู้โดยทั่วกัน</p>
<h4></h4>
<h1><span style="color: #ff9900;">เมื่อก้าวเข้าสู่ความเป็นดิจิตอล</span></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากเราเป็นผู้ออกแบบเงินดิจิตอล เราอาจต้องทำสามปัจจัยหลักของเงินสดที่ได้กล่าวมาข้างต้นซ้ำ  ๆ  ซึ่งได้แก่ ความสามารถในการส่งเงินอย่างโปร่งใสจากผู้ซื้อไปยังผู้ขายแม้ว่ามันจะไม่ใช่วัตถุที่จับต้องได้ก็ตาม  ต่อมาคือ ไม่สามารถปลอมแปลงได้ ( และจำกัดการสร้างจากผู้ที่ได้รับอนุญาตหรือทำหน้าที่นี้ด้วย ) และประการสุดท้าย  คงความเป็นสิ่งที่ไม่มีลักษณะเฉพาะหรือไม่มีอะไรต้องจดจำ</p>
<p>จากทั้งหมดที่กล่าวมา คุณอาจคิดว่าปัญหาหลักที่ต้องเจอก็คือเรื่องของการปลอมแปลง เราทุกคนล้วนตระหนักดีว่าการปลอมแปลงหรือทำสำเนาสิ่งที่เป็นดิจิตอลนั้นง่ายดายเพียงใด  ไล่ตั้งแต่เอกสารเวิร์ดไปจนถึง MP3 และภาพยนต์ ถึงแม้ว่าเอกลักษณ์ทางดิจิตอลนั้นมีการปกป้องไว้ด้วย DRM แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินกว่าที่ใครบางคนจะหาวิธีการหลีกเลี่ยงมัน ตัวอย่างเช่น เรารู้ว่ามันมีวิธีที่จะเล่นแผ่น DVD ที่เราซื้อมาจากอังกฤษ (region 2) ในสหรัฐฯ ซึ่งกำหนดโซนเป็น region 1  ซึ่งถ้าหากว่ามันง่ายดายที่จะสำเนาดิจิตอลและหลบหลีกจากการป้องกันเอกลักษณ์ทางดิจิตอลได้แล้วนั้น เราจะสามารถสร้างเงินดิจิตอลได้หรือไม่ล่ะ ??</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ลองตั้งข้อสังเกตดังนี้  เอกลักษณ์ทางด้านดิจิตอลที่เราพูดถึงนั้นมีเนื้อหาที่ต้องการจะถ่ายทอด เราสนใจตรงสิ่งที่ต้องการจะสื่อไม่ได้สนใจว่าเนื้อหาเหล่านี้เป็นอะไร ยกตัวอย่างเช่น เอกสาร Excel  ไม่ได้น่าสนใจเท่ากับไฟล์นามสกุล XLS ที่คุณสามารถส่งเวียนต่อไปได้ มันน่าสนใจเพราะว่า มันเป็นไฟล์ที่มีข้อมูลและการคำนวณ ซึ่งอาจเป็นข้อมูลที่เรายังไม่เคยมี  หรือไฟล์ MP3 มีความน่าสนใจก็เพียงเพราะว่ามันได้บันทึกเพลงที่เราชอบและอยากฟังมัน</p>
<p>แต่สำหรับเหรียญดิจิตอลไม่ได้เป็นแบบนี้  เนื่องจากมันไม่มีเนื้อหา มันเป็นวัตถุดิจิตอลที่น่าสนใจก็เพราะสิ่งที่มันเป็น และลองเดาต่อว่าเราต่างก็รู้เกี่ยวกับวัตถุดิจิตอลที่ได้รับการป้องกันอย่างสมบูรณ์แบบ -และสิ่งที่น่าสนใจ-ก็คือส่ิงที่เรียกว่า &#8220;<span style="color: #ff6600;">สัญลักษณ์ดิจิตอลหรือลายเซ็นดิจิตอล</span>&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff9900;">โปรดติดตามตอนต่อไป ในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%80/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยจำหน่าย e-book ผ่าน &#8220;CoreSource&#8221;</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/ingram-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-e-book-coresource/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/ingram-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-e-book-coresource/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 09 Jan 2012 15:43:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[CoreSource]]></category>
		<category><![CDATA[Ingram]]></category>
		<category><![CDATA[University Press]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2944</guid>
		<description><![CDATA[สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยต่าง ๆ กำลังใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการสร้างเนื้อหาใหม่ ๆที่เกี่ยวข้องกับผู้อ่านของตน  ในขณะที่ปล่อยให้การจัดจำหน่าย e-book เป็นหน้าที่ของ Ingram Content Group Inc. โดยผ่านระบบจัดจำหน่ายเนื้อหาดิิจิตอลที่เรียกว่า CoreSource

Marcus Woodburn รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ดิจิตอลของ Ingram Content Group กล่าวว่า "ยุคดิจิตอลได้ทำให้เกิดโอกาสใหม่สำหรับสำนักพิมพ์และการจัดจำหน่าย  ที่ Ingram เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับสำนักพิมพ์ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศโดยอาศัยโปรแกรมที่รองรับกับงานตีพิมพ์ของพวกเขา เรายังคงพัฒนาความเข้าใจในการแก้ปัญหางานสิ่งพิมพ์และดิจิตอลอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยให้นักเรียน นักศึกษา นักวิจัย สามารถเข้าถึงเนื้อหาได้ตามรูปแบบที่พวกเขาถนัด"]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/ingram-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-e-book-coresource/screen-shot-2555-01-09-at-10-40-10-pm/"  rel="attachment wp-att-2951"><img class="alignleft size-full wp-image-2951" style="border-style: initial; border-color: initial; border-image: initial; border-width: 0px; margin: 5px;" title="CoreSource" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2012/01/Screen-Shot-2555-01-09-at-10.40.10-PM.png" alt="" width="369" height="96" /></a>สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยต่าง ๆ กำลังใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการสร้างเนื้อหาใหม่ ๆที่เกี่ยวข้องกับผู้อ่านของตน  ในขณะที่ปล่อยให้การจัดจำหน่าย e-book เป็นหน้าที่ของ <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.ingramcontent.com/" title="Ingram Content Group Inc."  target="_blank" rel="external nofollow">Ingram Content Group Inc.</a></noindex> โดยผ่านระบบจัดจำหน่ายเนื้อหาดิิจิตอลที่เรียกว่า CoreSource</p>
<p>Marcus Woodburn รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ดิจิตอลของ Ingram Content Group กล่าวว่า &#8220;ยุคดิจิตอลได้ทำให้เกิดโอกาสใหม่สำหรับสำนักพิมพ์และการจัดจำหน่าย  ที่ Ingram เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับสำนักพิมพ์ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศโดยอาศัยโปรแกรมที่รองรับกับงานตีพิมพ์ของพวกเขา เรายังคงพัฒนาความเข้าใจในการแก้ปัญหางานสิ่งพิมพ์และดิจิตอลอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยให้นักเรียน นักศึกษา นักวิจัย สามารถเข้าถึงเนื้อหาได้ตามรูปแบบที่พวกเขาถนัด&#8221;</p>
<p>โดยสำนักพิมพ์ของมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมกับ CoreSource เพื่อจัดการกับเนื้อหาดิจิตอลรวมทั้งการจัดจำหน่ายเนื้อหาดิจิตอลรายล่าสุดด้วยนั้นก็คือ  <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/www.unmpress.com" target="_blank">University of New Mexico Press</a>, <a title="University of South Carolina Press" href="http://www.sc.edu/uscpress/" title="University of New Mexico Press"  target="_blank" rel="external nofollow">University of South Carolina Press</a></noindex> และ <a title="Indiana University Press" href="www.iupress.indiana.edu" target="_blank">Indiana University Press</a> สำนักพิมพ์เหล่านี้ยังถูกคัดเลือกให้ใช้ออพชั่นเสริมของ CoreSource อีกด้วย ซึ่งเป็นบริการของทาง Ingram ที่ช่วยจัดการความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับผู้ค้าปลีกรายย่อยในการกระจาย e-book ของพวกเขา นอกจากนี้แล้วสำนักพิมพ์ของมหาวิทยาลัย <a title="University Press of Florida" href="www.upf.com/" target="_blank">University Press of Florida</a>, <a title="University of Virginia Press" href="www.upress.virginia.edu/" target="_blank">University of Virginia Press</a>  และ <a title="Wesleyan University Press" href="www.wesleyan.edu/wespress" target="_blank">Wesleyan University Press</a> ก็เพิ่งใช้ออพชั่นเสริมของ CoreSource ไปก่อนหน้านี้ด้วยเช่นกัน</p>
<p>Kathryn Caras จาก Indiana University Press กล่าวว่า &#8220;ยิ่งไปกว่านั้น นับตั้งแต่ที่ Ingram ได้รวมเอาการพิมพ์ตามความต้องการและบริษัทจัดจำหน่ายดิจิตอลเข้าไว้ด้วยกันทำให้ธุรกิจของเราง่ายขึ้นในชณะที่เปิดตัวออกสู่ตลาดโลก&#8221;</p>
<p>เมื่อสำนักพิมพ์ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ปรับรูปแบบธุรกิจของตัวเองให้เหมาะกับความต้องการในรูปแบบดิจิตอลทุกวันนี้ ต่างก็พากันหันไปหา Ingram เนื่องจากความยืดหยุ่นและการที่รวมเอาวิธีการแก้ปัญหาทั้งแบบตัวเล่มและแบบดิจิตอลเข้าไว้ด้วยกันทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มนักเรียนนักศึกษาและห้องสมุดได้มากขึ้น</p>
<p>โปรแกรม CoreSource  นั้นใช้งานง่าย  เหมาะสำหรับเก็บเนื้อหาดิจิตอล การจัดการและการกระจายเนื้อหาดิจิตอล โดยการจัดส่งไฟล์อยู่ภายใต้การรักษาความปลอดภัย สามารถค้นหาเนื้อหาได้และมีเครือข่ายการกระจายข้อมูลที่มีความสามารถสูง ทำให้สำนักพิมพ์สามารถโอนถ่ายเนื้อหาดิจิตอลได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วจากหน่วยงานของตนไปยังช่องทางของคู่ค้าที่มีอยู่ทั่วโลก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ข้อมูลอ้างอิงจาก www.unmpress.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/ingram-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-e-book-coresource/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผู้บริหาร eBay ลาออกเพื่อไปรับตำแหน่งซีอีโอของ Yahoo</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-ebay-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%9b/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-ebay-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%9b/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Jan 2012 13:58:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[ebay]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>
		<category><![CDATA[PayPal]]></category>
		<category><![CDATA[Yahoo]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2912</guid>
		<description><![CDATA[ ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com บทความชิ้นนี้อ้างอิงจากงานเขียนของ Tricia Duryee John Donahoe ซีอีโอของ eBay รู้สึกช็อก หลังจากได้ยินข่าวว่า ผู้บริหาร eBay ลาออกเพื่อไปรับตำแหน่งซีอีโอของ Yahoo Yahoo ได้แต่งตั้ง Scott Thompson อดีตผู้บริหารของ PayPal ให้รับตำแหน่งเป็น ซีอีโอคนใหม่ของ Yahoo โดย Thompson  เคยรับผิดชอบดูแล PayPal ซึ่งเป็นแผนกที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดของ eBay นั้นจะเริ่มงานที่ Yahoo ในสัปดาห์หน้า เช้าวันนี้ ( 4 มกราคม 2555 ) เราได้รับบันทึกเป็นการภายในจาก John Donahoe ซีอีโอของ eBay  ซึ่งเนื้อความในจดหมายนั้น เขาบอกว่าข่าวนี้ทำให้เขาและบริษัทรู้สึกช็อก แต่ Donahoe ก็รู้ว่า  Thompson  ได้พูดคุยกับ Yahoo มาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่มันก็เป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่ได้ทำงานด้วยกันมานานและจะได้พบเขาเพียงแค่เมื่อวานนี้เท่านั้น ดังนั้น Donahoe จะต้องหาคนมาทำหน้าที่ของ Thompson เป็นการชั่วคราวจนกว่าแผนการเปลี่ยนแปลงนี้จะเข้าที่เข้าทาง ในการให้สัมภาษณ์กับฉันเมื่อเร็ว ๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<p>บทความชิ้นนี้อ้างอิงจากงานเขียนของ Tricia Duryee</p>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2912/screen-shot-2555-01-09-at-12-51-02-pm"  rel="attachment wp-att-2931"><img class="alignleft size-full wp-image-2931" style="border-style: initial; border-color: initial; border-image: initial; border-width: 0px; margin: 5px;" title="PayPal" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2012/01/Screen-Shot-2555-01-09-at-12.51.02-PM.png" alt="" width="155" height="73" /></a></p>
<p>John Donahoe ซีอีโอของ eBay รู้สึกช็อก หลังจากได้ยินข่าวว่า ผู้บริหาร eBay ลาออกเพื่อไปรับตำแหน่งซีอีโอของ Yahoo</p>
<p>Yahoo ได้แต่งตั้ง Scott Thompson อดีตผู้บริหารของ PayPal ให้รับตำแหน่งเป็น ซีอีโอคนใหม่ของ Yahoo โดย Thompson  เคยรับผิดชอบดูแล PayPal ซึ่งเป็นแผนกที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดของ eBay นั้นจะเริ่มงานที่ Yahoo ในสัปดาห์หน้า</p>
<p>เช้าวันนี้ ( 4 มกราคม 2555 ) เราได้รับบันทึกเป็นการภายในจาก John Donahoe ซีอีโอของ eBay  ซึ่งเนื้อความในจดหมายนั้น เขาบอกว่าข่าวนี้ทำให้เขาและบริษัทรู้สึกช็อก แต่ Donahoe ก็รู้ว่า  Thompson  ได้พูดคุยกับ Yahoo มาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่มันก็เป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่ได้ทำงานด้วยกันมานานและจะได้พบเขาเพียงแค่เมื่อวานนี้เท่านั้น</p>
<div class="wp-caption alignleft" style="width: 284px"><img class="  " style="border-style: initial; border-color: initial; border-image: initial; border-width: 0px; margin: 5px;" title="Scott Thompson" src="http://www.adweek.com/files/imagecache/node-detail/news_article/paypal-scott-thompson-2012_0.jpg" alt="" width="274" height="154" /><p class="wp-caption-text">Scott Thompson</p></div>
<p>ดังนั้น Donahoe จะต้องหาคนมาทำหน้าที่ของ Thompson เป็นการชั่วคราวจนกว่าแผนการเปลี่ยนแปลงนี้จะเข้าที่เข้าทาง</p>
<p>ในการให้สัมภาษณ์กับฉันเมื่อเร็ว ๆ นี้  Thompson กล่าวว่า &#8221; เรากำลังทำบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ซึ่งมันอาจเปลี่ยนโฉมหน้าของการจ่ายเงินได้&#8221;</p>
<p>ซึ่งก็เป็นที่ประจักษ์ว่า เขาได้พบบางอย่างที่ใหญ่กว่าทีต้องรีบฉกฉวยไว้ <strong>การลาออกไปของ Thompson ดูจะมีนัยสำคัญต่อ eBay</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="wp-caption alignleft" style="width: 186px"><img style="border-style: initial; border-color: initial; border-image: initial; margin-top: 5px; margin-bottom: 5px; border-width: 0px;" title="John Donahoe" src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/f/f0/Board_of_Trustees_of_Dartmouth_College_2007-11-09_John_Donahoe.JPG/220px-Board_of_Trustees_of_Dartmouth_College_2007-11-09_John_Donahoe.JPG" alt="" width="176" height="234" /><p class="wp-caption-text">John Donahoe</p></div>
<p>ในช่วงเวลาที่เราได้สนทนากันนั้น Thompson เพิ่งพบกับผู้ค้าจำนวน 150 ราย ในงานของ PayPal ซึ่งจัดขึ้นที่ Los Angeles  ในจำนวนนี้มีผู้ค้ารายใหญ่อย่าง Home Depot และ Sports Authority รวมอยู่ด้วย เขาใช้เวลากว่าสัปดาห์ในการโน้มน้าวให้ผู้ค้าเหล่านี้ให้ร่วมือกับ PayPal สำหรับการชำระเงินออนไลน์และการชำระเงิน ณ จุดขายในขาย</p>
<p>ในช่วงปีที่ผ่านมา eBay ได้ปรับโครงสร้างหลักของบริษัทอย่างต่อเนื่องในเรื่องของประสบการณ์การซื้อสินค้าออนไลน์ในขณะเดียวกันก็ให้การเอาใจใส่กับธุรกิจการชำระเงินออนไลน์ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ช่วงเวลานี้ไม่ได้เลวร้ายอะไรเลย เมื่อการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือเกิดขึ้น PayPal ได้รวมเอาสินทรัพย์ของตนเองเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การมีสายสัมพันธ์กับผู้ค้าปลีกหลายราย เทคโนโลยีและความประทับใจของลูกค้าที่ได้ใช้บริการของ PayPal</p>
<p>ณ เวลาเดียวกัน มีผู้เล่นอีกหลายรายที่กำลังไล่ตาม PayPal อยู่ไม่ว่าจะเป็น Google  ผู้ให้บริการไวร์เลสและบริษัทรับชำระเงินอื่น ๆ</p>
<p>PayPal ต้องต่อสู้เพื่อรักษาความเป็นเบอร์หนึ่งของตนไว้รวมทั้งการเสียบุคลากรระดับผู้บริหารสองคนไปให้กับ Google ก่อนหน้านี้ ดังนั้นการลาออกของ Thompson จึงไม่ได้ช่วยรักษาความมีชื่อเสียงของ eBay ในเรื่องการรับชำระเงิน</p>
<p>Donahoe สัญญาว่าผลกระทบจากการลาออกของ Thompson นี้จะต้องถูกจำกัดไว้ &#8221; เราจะเดินหน้าต่อไปซึ่งโมเมนตัมที่เหลือเชื่อนี้พวกคุณทุกคนช่วยกันสร้างขึ้นมา&#8221;</p>
<p>ในช่วงเช้าวันนี้ หุ้นของ eBay ตกลงไป 3.4% มาอยู่ที่ 30.23 เหรียญฯ<img style="border-style: initial; border-color: initial; border-image: initial; border-width: 0px; margin: 5px;" title="ebay" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2012/01/Screen-Shot-2555-01-08-at-8.53.51-PM.png" alt="" width="126" height="56" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อ้างอิงข้อมูลจาก  www.allthingsd.com</p>
<p><strong><br />
</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-ebay-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%9b/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>5 เหตุผลที่ Google อาจซื้อ Nook จาก Barnes &amp; Noble</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/5-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-google-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-nook-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-barnes-nob/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/5-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-google-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-nook-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-barnes-nob/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Jan 2012 05:28:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Barnes & Noble]]></category>
		<category><![CDATA[google]]></category>
		<category><![CDATA[NOOK]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2895</guid>
		<description><![CDATA[ ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com มีรายงานข่าวจากหลายแหล่งว่า Barnes &#38; Noble อาจพิจารณาขายสินค้าที่เป็นความหวังของพวกเขา นั่นก็คือ เครื่องอ่าน e-book ที่ชื่อ Nook โดยตามรายงานจาก New York Time ได้ให้เหตุผลว่า &#8220;Barnes &#38; Noble ยอมรับว่า Nook ไม่ได้ทำกำไรให้บริษัทมานานแล้ว เหล่านักทุนต่างก็กังวลเกี่ยวกับต้นทุนในอนาคตที่จะต้องจ่ายไปในเรื่องที่เกี่ยวกับความต้องการในการพัฒนาซอฟท์แวร์ใหม่รวมทั้งปรับปรุงฮาร์ดแวร์และการโฆษณาผลิตภัณฑ์ นักวิเคราะห์รายหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า Barnes &#38; Noble ได้ใช้เงินไปราว  ๆ 200 -250 ล้านเหรียญฯ ในแต่ละปีสำหรับขับเคลื่อนธุรกิจในส่วนเครื่องอ่าน e-book ของตน&#8221; แล้วเป็นไปได้ไหมที่ Google จะเป็นคนเข้ามาซื้อ Nook !!! &#160; 1. Google เป็นผู้ควบคุมตลาดแท็บเล็ตและอุปกรณ์ของเครื่องอ่าน e-book : ตราบเท่าที่ความนิยมอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android มีมากเท่าใด Google เองก็ต้องต่อสู้ในส่วนซอฟท์แวร์ของผลิตภัณฑ์มากขึ้นเท่านั้น เหตุผลบางอย่างก็โดยตัวของซอฟท์แวร์เอง แต่ดูเหมือนว่าการจับคู่กับฮาร์ดแวร์ที่ลงตัวได้อย่างเหมาะสมนั้นมีความยากไม่น้อยไปกว่ากัน Nook เป็นอุปกรณ์ที่ดีชิ้นหนึ่งแต่ยังมีข้อจำกัดอยู่หลายอย่าง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div></div>
<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2895/screen-shot-2555-01-08-at-12-27-50-pm"  rel="attachment wp-att-2904"><img class="alignleft size-medium wp-image-2904" style="border-style: initial; border-color: initial; border-image: initial; border-width: 0px; margin: 5px;" title="Barnes &amp; Noble" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2012/01/Screen-Shot-2555-01-08-at-12.27.50-PM-300x188.png" alt="" width="300" height="188" /></a>มีรายงานข่าวจากหลายแหล่งว่า Barnes &amp; Noble อาจพิจารณาขายสินค้าที่เป็นความหวังของพวกเขา นั่นก็คือ เครื่องอ่าน e-book ที่ชื่อ Nook โดยตามรายงานจาก New York Time ได้ให้เหตุผลว่า</p>
<p>&#8220;Barnes &amp; Noble ยอมรับว่า Nook ไม่ได้ทำกำไรให้บริษัทมานานแล้ว เหล่านักทุนต่างก็กังวลเกี่ยวกับต้นทุนในอนาคตที่จะต้องจ่ายไปในเรื่องที่เกี่ยวกับความต้องการในการพัฒนาซอฟท์แวร์ใหม่รวมทั้งปรับปรุงฮาร์ดแวร์และการโฆษณาผลิตภัณฑ์ นักวิเคราะห์รายหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า Barnes &amp; Noble ได้ใช้เงินไปราว  ๆ 200 -250 ล้านเหรียญฯ ในแต่ละปีสำหรับขับเคลื่อนธุรกิจในส่วนเครื่องอ่าน e-book ของตน&#8221;</p>
<h4><span style="color: #ff9900;"><strong>แล้วเป็นไปได้ไหมที่ Google จะเป็นคนเข้ามาซื้อ Nook !!!</strong></span></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>1. Google เป็นผู้ควบคุมตลาดแท็บเล็ตและอุปกรณ์ของเครื่องอ่าน e-book :</strong> ตราบเท่าที่ความนิยมอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android มีมากเท่าใด Google เองก็ต้องต่อสู้ในส่วนซอฟท์แวร์ของผลิตภัณฑ์มากขึ้นเท่านั้น เหตุผลบางอย่างก็โดยตัวของซอฟท์แวร์เอง แต่ดูเหมือนว่าการจับคู่กับฮาร์ดแวร์ที่ลงตัวได้อย่างเหมาะสมนั้นมีความยากไม่น้อยไปกว่ากัน</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">Nook เป็นอุปกรณ์ที่ดีชิ้นหนึ่งแต่ยังมีข้อจำกัดอยู่หลายอย่าง</span></strong></p>
<p>ถ้าหาก Google ซึ่งเป็นคนสร้างระบบปฏิบัติการให้กับ Nook ต้องการก้าวเข้าสู่ในส่วนของฮาร์ดแวร์ ทำไมจึงไม่เลือกทำกับอุปกรณ์ที่ได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว ซึ่งสามารถเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดที่สุดได้ พูดได้ว่าระบบปฏิบัติการของ Nook หากไม่มีผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ให้แล้วคงเป็นเรื่องที่น่าหนักใจไม่น้อยเหมือนกับในกรณีของ Google TV</p>
<p><strong>2. Google จะกลายเป็นองค์กรที่มีหน่วยงานขนาดใหญ่บนโลกแห่งความเป็นจริงอย่างกระทันหัน :</strong> การที่เปลี่ยนจาก Nook มาเป็น Google-Nook นั้น เป็นจุดที่ทำให้ Google มีร้านขายปลีกเพิ่มขึ้นทันที 700 สาขา ตามรายงานของ barnesandnobleinc.com ใน 50 รัฐและ DC นี่ทำให้ Google มีร้านค้าของตัวเองมากกว่า Apple ถึง 2 เท่าทันทีโดยไม่ต้องวางอิฐสักก้อน</p>
<p><strong>3. Barnes &amp; Noble ยังมีส่วนออนไลน์ขนาดใหญ่อีกด้วย  :</strong>  เว็บไซต์ BN.com ใช่ว่าไม่ได้เรื่อง เมื่อดูจากลำดับที่อ้างอิงจาก Alexa  BN.com ติดอยู่ใน 100 อันดับแรกของเว็บไซต์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ และมีส่วนแบ่งการตลาดในส่วนของ e-book ถึง 30% ในช่วงสองปีมานี้  แต่การร่วมกับ Google ในครั้งนี้มีความหมายว่าเป็นการเดินเกมส์เพื่อที่จะสู้กับ Amazon ในระดับกลยุทธขั้นสูง กล่าวได้ว่า Nook-Android ก็เหมือนกันกับ Kindle ที่สามารถเข้าถึงสื่อต่าง ๆ ได้ง่ายและโดยตรงซึ่งจะทำให้สัดส่วนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นแบบยกกำลัง หรืออาจเน้นไปที่การทำตลาดนอกสหรัฐฯ</p>
<p><strong> 4. Google เป็นศูนย์รวมสำหรับการพัฒนา :</strong> สำหรับบริษัทค้าปลีกอย่าง Barnes &amp; Noble แล้ว การทุ่มเงินกว่า 200 &#8211; 250 ล้านเหรียญฯ ให้กับ Nook นั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเจ็บปวดไม่น้อย ขณะเดียวกันเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา Google ได้ทุ่มเงินกว่า 100 ล้านเหรียญฯ ให้กับ YouTube channel โดยหวังว่าจะเพิ่มจำนวนผู้ชมได้ ในขณะที่ Google ไม่ได้เป็นผู้นำในธรุกิจนี้ไม่ว่าด้วยประการใดก็ตาม พวกเขาเห็นชัดเจนว่า ต้องใช้งบในการวิจัยและพัฒนาหลายพันล้านเหรียญฯ โดยในจำนวนนี้เป็นงบประมาณสำหรับการเฟ้นหาฮาร์ดแวร์ที่เข้ากันได้อย่างลงตัวกับซอฟท์แวร์ของพวกเขาคิดเป็นเงินเพียงเล็กน้อยจากสัดส่วนงบลงทุนเพิื่มนี้</p>
<p><strong>5.Google ได้ปรับปรุงความเป็นมนุษย์ให้ดีขึ้น ค้นพบความสามารถอันหลากหลาย :</strong>  Google ได้ใช้พลังงานที่สามารถเยียวยาความเคยชินในอดีตของคนตามมุมมองของตน ซึ่งเป็นประโยชน์แต่ยังไม่ชัดเจนนัก เราเป็นผู้สร้างพฤติกรรมแต่เรายังคงชอบที่จะค้นพบอะไรที่อยู่นอกเหนือหลักการ</p>
<p>Barnes &amp; Noble เองเป็นร้านหนังสือที่ดีร้านหนึ่งในหลาย ๆ ร้าน ที่มีผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ Google สนใจในสิ่งนี้ การร่วมมือกับร้านหนังสือเล็ก ๆ และคนอื่น ๆ สำหรับเปิดเว็บไซต์ขาย e-book ของพวกเขาเองนั้นถือว่าเป็นจุดที่มีศักยภาพในการร่วมมือกันที่สามารถปรับเปลี่ยนประสบการณ์ของมนุษยชาติท่ามกลางพฤติกรรมบนโลกออนไลน์ของเรา</p>
<p>สำหรับบทความที่ไม่เห็นด้วยกับงานเขียนช้ินนี้สามารถหากอ่านได้จาก <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.businessinsider.com/" title="businessinsider.com"  rel="external nofollow">Business Insider</a></noindex> ที่เขียนไว้ว่า <span style="text-decoration: underline;"><strong>&#8220;Google ไม่มีความคิดที่จะทำธุรกิจการผลิตชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้เพียงแต่พวกเขาอาจยังไม่รู้ว่าวิธีการบริหารธุรกิจการผลิตชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์ระดับโลกก็เป็นได้&#8221;</strong></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/5-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-google-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-nook-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-barnes-nob/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สำนักพิมพ์กับห้องสมุดต่างแย่งกันเป็นใหญ่ในสงคราม E-book</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 02 Jan 2012 11:13:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[e-book]]></category>
		<category><![CDATA[Hachettte Book Group]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2849</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อปีที่แล้ว วันคริสมาสต์ถือเป็นวันที่ยิ่งใหญ่วันหนึ่งสำหรับยอดขาย E-book ของ HarperCollins  และจากการอนุมานก็คือว่าวันคริสมาสต์ปีนี้ยอดขายทั้งวันน่าจะสูงกว่าปีที่แล้ว นอกจากนี้แล้วยอดขายยังพุ่งกระฉูดสำหรับเครื่องอ่าน e-book อย่าง Kindle และ  Nook โดย Amazon ได้ประกาศเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมาว่า บริษัทได้ชาย Kindle ไปแล้วสัปดาห์ละหนึ่งล้านเครื่องในสามสัปดาห์ก่อนหน้านี้

และเราสามารถคาดเดาได้ด้วยว่า จำนวนของผู้เข้าชมในส่วน e-book ของเว็บไซต์ห้องสมุดประชาชนน่าจะทำสถิติสูงสุดด้วย

ด้วยเหตุนี้ได้กลายเป็นความกังวลอันใหญ่หลวงสำหรับสำนักพิมพ์ ซึ่งในมุมมองของสำนักพิมพ์นั้น การยืม e-book จากห้องสมุดเป็นสิ่งที่ง่ายดายมาก นั่นก็หมายความว่าหากคนเหล่านั้นเลือกที่จะคลิ๊กเพื่อยืมหนังสือ e-book จากห้องสมุดมากกว่าที่จะคลิ๊กเพื่อซื้อหนังสือแล้วล่ะ ดังนั้นสำนักพิมพ์ใหญ่ ๆ ในสหรัฐฯ จึงปิดกั้นไม่ให้ห้องสมุดสามารถเข้าถึง e-book ไม่ว่าจะเป็นจากหัวเรื่องที่สำนักพิมพ์มีทั้งหมดหรือหัวเรื่องที่เพิ่งตีพิมพ์ออกมา

Maja Thomas รองประธานอาวุโสของ Hachettte Book Group แผนกดิจิตอล กล่าวว่า "คุณต้องเดินหรือขับรถไปที่ห้องสมุด จากนั้่นก็เดินกลับหรือขับรถกลับมาเพื่อคืนหนังสือ"

และหนังสือตัวเล่มไม่ได้คงอยู่ตลอดไป ในที่สุด หนังสือเล่มที่มีคนนิยมยืมไปอ่านมากที่สุดนั้นก็ต้องถูกแทนที่ด้วยเล่มใหม่ "การขายหนังสือหนึ่งเล่มที่สามารถยืมไปอ่านได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยไม่มีการเสื่อมสภาพนั้นไม่ใช่โมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนสำหรับเรา" เธอกล่าว  ดังนั้น Hachette จึงหยุดการให้ยืม e-book ผ่านห้องสุมดในปี 2009]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<p>บทความนี้ อ้างอิงจากงานเขียนของ Randall Stross ซึ่งเป็นนักเขียน อาศัยอยู่ใน Silicon Valley และยังเป็นอาจารย์สอนธุรกิจอยู่ที่ San Jose State University</p>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2849/reader"  rel="attachment wp-att-2863"><img class="alignleft size-medium wp-image-2863" style="border-style: initial; border-color: initial; border-image: initial; border-width: 0px; margin: 5px;" title="reader" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2012/01/reader-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a>เมื่อปีที่แล้ว วันคริสมาสต์ถือเป็นวันที่ยิ่งใหญ่วันหนึ่งสำหรับยอดขาย E-book ของ HarperCollins  และจากการอนุมานก็คือว่าวันคริสมาสต์ปีนี้ยอดขายทั้งวันน่าจะสูงกว่าปีที่แล้ว นอกจากนี้แล้วยอดขายยังพุ่งกระฉูดสำหรับเครื่องอ่าน e-book อย่าง Kindle และ  Nook โดย Amazon ได้ประกาศเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมาว่า บริษัทได้ชาย Kindle ไปแล้วสัปดาห์ละหนึ่งล้านเครื่องในสามสัปดาห์ก่อนหน้านี้</p>
<div>
<div>
<p><strong>และเราสามารถคาดเดาได้ด้วยว่า จำนวนของผู้เข้าชมในส่วน e-book ของเว็บไซต์ห้องสมุดประชาชนน่าจะทำสถิติสูงสุดด้วย</strong></p>
<p>ด้วยเหตุนี้ได้กลายเป็นความกังวลอันใหญ่หลวงสำหรับสำนักพิมพ์ ซึ่งในมุมมองของสำนักพิมพ์นั้น การยืม e-book จากห้องสมุดเป็นสิ่งที่ง่ายดายมาก นั่นก็หมายความว่าหากคนเหล่านั้นเลือกที่จะคลิ๊กเพื่อยืมหนังสือ e-book จากห้องสมุดมากกว่าที่จะคลิ๊กเพื่อซื้อหนังสือแล้วล่ะ ดังนั้นสำนักพิมพ์ใหญ่ ๆ ในสหรัฐฯ จึงปิดกั้นไม่ให้ห้องสมุดสามารถเข้าถึง e-book ไม่ว่าจะเป็นจากหัวเรื่องที่สำนักพิมพ์มีทั้งหมดหรือหัวเรื่องที่เพิ่งตีพิมพ์ออกมา</p>
<p>Maja Thomas รองประธานอาวุโสของ Hachettte Book Group แผนกดิจิตอล กล่าวว่า &#8221;คุณต้องเดินหรือขับรถไปที่ห้องสมุด จากนั้่นก็เดินกลับหรือขับรถกลับมาเพื่อคืนหนังสือ&#8221;</p>
<p>และหนังสือตัวเล่มไม่ได้คงอยู่ตลอดไป ในที่สุด หนังสือเล่มที่มีคนนิยมยืมไปอ่านมากที่สุดนั้นก็ต้องถูกแทนที่ด้วยเล่มใหม่ &#8220;การขายหนังสือหนึ่งเล่มที่สามารถยืมไปอ่านได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยไม่มีการเสื่อมสภาพนั้นไม่ใช่โมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนสำหรับเรา&#8221; เธอกล่าว  ดังนั้น Hachette จึงหยุดการให้ยืม e-book ผ่านห้องสมุดในปี 2009</p>
<p>ถึงแม้ว่าการยืมหนังสือ e-book นั้นจะไม่มีการเสื่อมสภาพเกิดขึ้น แต่ด้วยซอฟท์แวร์ที่ทำให้แน่ใจว่ามีผู้ใช้งานเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถอ่าน e-book ได้ ณ เวลานั้นและใครที่รอคอยจะยืมหนังสือเล่มนั้นเป็นระยะเวลานานอาจตัดสินใจมาซื้อหนังสือไปอ่านแทน</p>
<p>หากลองขยายความนโยบายของสำนักพิมพ์ Simon &amp; Schuster ที่เน้นว่า ไม่เคยให้ยืมหนังสือ e-book ของตนผ่านห้องสมุด  โดย Elinor Hirschhorn รองประธานฝ่ายบริหารและหัวหน้าแผนกดิจิตอล กล่าวว่า &#8220;เรากังวัลว่านักเขียนและสำนักพิมพ์ถูกทำให้เป็นสิ่งเดียวกันโดยการให้ยืม e-book ผ่านห้องสมุดและต้องทำให้พวกเขาไม่สูญเสียยอดขายที่พวกเขาอาจทำได้ในช่องทางอื่น ๆ &#8221;</p>
<p>Hirschhorn กล่าวว่า เหตุผลที่สำนักพิมพ์ไม่ได้กังวลเรื่องยอดขายลดลงจากการยืมหนังสือตัวเล่มจากห้องสมุดนั้นก็เนื่องจากว่าการซื้อหนังสือเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายกว่ามาก นอกจากนี้แล้วผู้ซื้อยังเก็บหนังสือไว้เป็นของสะสมหลังจากที่อ่านมันแล้วได้อีกด้วย</p>
<p>เพื่อรักษารายรับทั้งหมดจากการสูญเสียยอดขายในรายบุคคล สำนักพิมพ์จำเป็นต้องทำให้การยืมหนังสือมีความยากลำบากเพิ่มขึ้นหรือปรับราคาสำหรับการขายให้ห้องสมุดแพงขึ้น แต่การปรับราคาหนังสือที่ขายให้กับห้องสมุดให้แพงขึ้นนั้นดูจะเป็นความคิดที่แปลกเอาการเหมือนกับการที่เราตั้งราคาหนังสือปกอ่อนให้แพงเกินจริงกับผู้อ่าน</p>
<p>ในแง่ของการรอคอย สำนักพิมพ์อาจตั้งราคาหนังสือปกอ่อนให้มีราคาสูงไว้ก่อน สำหรับคนที่ไม่ชอบรอคอยนาน ๆ และยินดีจ่ายเพื่อตัดการรอคอยออกไป จากนั้นสามารถขายหนังสือปกอ่อนหัวเรื่องดังกล่าวในราคาถูกลงเมื่อระยะเวลาผ่านไปสำหรับผู้ที่อยากจ่ายน้อยๆ  และรอได้</p>
<p>Thomas จาก Hachette กล่าวว่า  &#8221;เราได้พูดคุยกับบรรณารักษ์ว่าเราสามารถปรับเข้าหากันได้ในระดับไหนบ้าง อย่างเช่น การจำกัดจำนวนการยืมหนังสือหรือการตัดหัวเรื่องที่เพิ่งตีพิมพ์ได้ไม่นานออกไปก่อน  แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป&#8221;</p>
<p>HarperCollins เป็นสำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งที่ได้ปรับใช้ข้อตกลงนี้กับห้องสมุดต่าง ๆ</p>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2849/screen-shot-2555-01-02-at-6-13-18-pm"  rel="attachment wp-att-2864"><img class="alignleft size-medium wp-image-2864" style="border-style: initial; border-color: initial; border-image: initial; border-width: 0px; margin: 5px;" title="library" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2012/01/Screen-Shot-2555-01-02-at-6.13.18-PM-300x203.png" alt="" width="300" height="203" /></a></p>
<p>เริ่มในเดือน มีนาคม ที่ผ่านมา HarperCollins หยุดขาย e-book แบบที่ไม่จำกัดจำนวนการใช้ให้กับห้องสมุด ซึ่งจากเดิมเคยทำมาตั้งแต่ปี 2001 และหันมาใช้การอนุญาตให้ยืมอ่าน e-book แต่ละเล่มได้สูงสุดไม่เกิน 26 ครั้ง  ซึ่งนโยบายนี้มีผลกระทบกับเฉพาะชื่อเรื่องที่ได้รับความนิยมเท่านั้นไม่มีผลใด ๆ กับชื่อเรื่องอื่น ๆ  ซึ่งหลังจากที่ e-book  เล่มดังกล่าวครบกำหนดยืมสูงสุดแล้วนั้น  ทางห้องสมุดสามารถซื้อสิทธิในการเข้าถึง e-book เล่มดังกล่าวได้อีกในราคาที่ต่ำกว่าราคาขายเดิม</p>
<p>ทางบริษัทกล่าวว่า &#8220;เรามีความกังวลว่าการขาย e-book ตามแบบเดิมนั้น ที่ไม่มีการจำกัดจำนวนการยืม อาจนำไปสู่ยอดขายที่ลดลงรวมทั้งการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้แก่นักเขียนลดลงด้วยในท้ายที่สุด&#8221;</p>
<p>HarperCollins กล้าที่จะงัดข้อกับความคิดศักดิ์สิทธิ์ที่ว่าห้องสมุดสามารถทำอะไรก็ได้ที่ต้องการกับหนังสือที่ห้องสมุดได้รับมา การกระทำของสำนักพิมพ์ในครั้งนี้อ้างเหตุผลได้จากประโยชน์ที่จะได้รับแก่คนส่วนใหญ่ เนื่องจากว่ามันทำให้ผู้ใช้ห้องสมุดสามารถเข้าถึงหัวเรื่องล่าสุดในรูปแบบ e-book ในขณะที่ยังสามารถปกป้องผลประโยชน์ร่วมกันของสำนักพิมพ์ ผู้แต่งและผู้ขายหนังสือไว้ได้</p>
<p>Robin Nesbitt  หัวหน้าแผนกให้บริการทางเทคนิคที่ห้องสมุดเมือง Columbus รัฐ Ohio กล่าวว่า เธอไม่ได้ทัดทานเรื่องที่ HarperCollins กำหนดจำนวนการยืมหนังสือ e-book  เพราะอย่างน้อย HarperCollins ก็ยอมให้ฉันเข้าถึงหัวเรื่องของพวกเขา ฉันไม่ได้สนใจเรื่องการซื้อหนังสือ e-book สักเรื่องและอาจจะต้องซื้อมันอีกครั้งหลังจากนั้น  เพราะว่าตอนนี้ฉันก็ทำแบบนั้นกับหนังสือตัวเล่มอยู่แล้ว</p>
<p>&#8220;ฉันรู้ว่าห้องสมุดหลายแห่งค่อนข้างจะหัวเสียเพราะว่าพวกเขาคิดว่า การกำหนดให้ยืม e-book ได้ สูงสุด 26 ครั้งนั้น มันค่อนข้างน้อยมาก แต่่ว่าคุณจะรู้ได้อย่างไรล่ะ ว่า 26 ครั้งมันน้อยเกินไป จนกว่าคุณจะได้ลองใช้มัน&#8221;</p>
<p>&#8220;อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ห้องสมุดหลายรายไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องที่สำนักพิมพ์อื่น ๆ กำลังระงับการเข้าถึงหัวเรื่อง e-book ของพวกเขาจากห้องสมุด ซึ่งมันเป็นการยากที่จะบอกกับผู้ใช้ห้องสมุดเหล่านั้นว่าทำไมเราถึงไม่มีหนังสือ e-book เล่มนั้น&#8221;</p>
<p>ทางด้าน David Young ซีอีโอของ Hachette กล่าวว่า &#8220;สำนักพิมพ์ไม่สามารถมาพบกันเพื่อพูดคุยกันถึงเรื่องมาตรฐานเพราะเนื่องมาจากความกังวลเกี่ยวกับการต่อต้านการผูกขาด  นี่เป็นสิ่งที่ขัดขวางการใช้สิทธิของบุคคลในการเข้าถึงความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่&#8221;</p>
<p>ในขณะที่สำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่หลายแห่งร่วมใจกันใช้นโยบายนี้ แต่ยังมีสำนักพิมพ์ขนาดเล็กมากกว่า 1,000 แห่ง ซึ่งพวกเขาไม่ได้ครอบครองยอดขายของหนังสือขายดีอยู่ในมือและต้องการที่จะปกป้องมันรวมทั้งยังมีความสุขดีกับการขายหนังสือ e-book ให้กับห้องสมุด นั่นหมายความว่าห้องสมุดยังมีหนังสือ e-book อีกจำนวนมากไว้ให้บริการอยู่โดยไม่ต้องรอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<div>อ้างอิงข้อมูลจาก New York Time</div>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตัดสินหนังสือจากหน้าปก แล้ว E-book ล่ะ ตัดสินจาก ?</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Dec 2011 12:25:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[e-book]]></category>
		<category><![CDATA[ปกหนังสือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2772</guid>
		<description><![CDATA[สำนักพิมพ์ต่าง ๆ พากันเพิ่มประสิทธิภาพของการดีไซน์เข้าไปกับปกหนังสือบางหัวเรื่อง เช่นการปั๊มอักษรตัวนูน เคลือบภาพถ่ายพิเศษ ขลิบทอง เป็นต้น นอกจากการทำหนังสือให้สวยงามแล้ว ความตั้งใจหลักก็คือการสื่อให้ผู้อ่านตระหนักถึงเหตุผลที่ต้องซื้อหนังสือแบบตัวเล่ม สำหรับใครก็ตามที่หลงรักหนังสือแบบตัวเล่มนั้นย่อมต้องการที่จะเป็นเจ้าของ ได้สัมผัสและมีหนังสือเล่มงามไว้โชว์บนชั้นเวลาเพื่อน ๆ พากันมาเที่ยวบ้าน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นประสบการณ์ที่ E-book ไม่อาจทำได้

หากจะเปรียบเทียบกับธุรกิจเพลงที่ล้มหายตายไปนั้นก็ไม่เหมือนกันเสียทีเดียวนักแต่ก็มีเรื่องราวบางอย่างที่คล้ายกัน บางครั้งที่คุณซื้อ CD หรือแผ่นไวนิลของอัลบัมเพลงโปรด คุณจะได้รับปกซีดีอันสวยงามหรือไม่ก็โปสเตอร์หรือหีบห่อที่สวยงามซึ่งหาไม่ได้จากการซื้อเพลงในรูปแบบ MP3 มันเป็นการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีซึ่งคุณสัมผัสมันได้ สามารถสื่อเนื้อหาในทุกทางเท่าที่เป็นไปได้ นี่เป็นประสบการณ์ง่าย ๆ ที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้โดย iPad อย่างน้อยก็ ณ เวลานี้

ส่วนตัว ผมชอบการทำให้หนังสือมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม

สิ่งที่ผมสนใจมากเป็นพิเศษคือปฏิกริยาที่มีต่อบทความนี้จากเพื่อนร่วมวงการสิ่งพิมพ์บางคน ซึ่งใช้เป็นข้อพิสูจน์ว่าหนังสือแบบตัวเล่มไม่ได้หายไปไหน

"ดูนี่สิ" ผมบอกคุณ คนอ่าน E-Book เหล่านั้นไม่ได้กำลังเข้ามาครอบครองไปเสียทั้งหมด หนังสือตัวเล่มยังไม่ได้หายไปไหน ความจริงก็คือว่า ความปรารถนาที่อยากจะได้หนังสือที่มีหน้าปกที่สวยงามยังคงไม่เปลี่ยนแปลง การออกแบบหนังสือที่สวยงามและการพิมพ์หนังสือตัวเล่มยังคงดำเนินไปในแง่มุมที่ E-Book ไม่สามารถทำได้]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>บทความนี้ อ้างอิงจาก งานเขียนของ Michael Weinstein</p>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2772/murakami"  rel="attachment wp-att-2783"><img class="alignleft" style="border-style: initial; border-color: initial; border-width: 0px; margin: 5px;" title="murakami" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/12/murakami.jpg" alt="" width="280" height="373" /></a><br />
สำนักพิมพ์ต่าง ๆ พากันเพิ่มประสิทธิภาพของการดีไซน์เข้าไปกับปกหนังสือบางหัวเรื่อง เช่นการปั๊มอักษรตัวนูน เคลือบภาพถ่ายพิเศษ ขลิบทอง เป็นต้น นอกจากการทำหนังสือให้สวยงามแล้ว ความตั้งใจหลักก็คือการสื่อให้ผู้อ่านตระหนักถึงเหตุผลที่ต้องซื้อหนังสือแบบตัวเล่ม สำหรับใครก็ตามที่หลงรักหนังสือแบบตัวเล่มนั้นย่อมต้องการที่จะเป็นเจ้าของ ได้สัมผัสและมีหนังสือเล่มงามไว้โชว์บนชั้นเวลาเพื่อน ๆ พากันมาเที่ยวบ้าน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นประสบการณ์ที่ E-book ไม่อาจทำได้</p>
<p>หากจะเปรียบเทียบกับธุรกิจเพลงที่ล้มหายตายไปนั้นก็ไม่เหมือนกันเสียทีเดียวนักแต่ก็มีเรื่องราวบางอย่างที่คล้ายกัน บางครั้งที่คุณซื้อ CD หรือแผ่นไวนิลของอัลบัมเพลงโปรด คุณจะได้รับปกซีดีอันสวยงามหรือไม่ก็โปสเตอร์หรือหีบห่อที่สวยงามซึ่งหาไม่ได้จากการซื้อเพลงในรูปแบบ MP3 มันเป็นการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีซึ่งคุณสัมผัสมันได้ สามารถสื่อเนื้อหาในทุกทางเท่าที่เป็นไปได้ นี่เป็นประสบการณ์ง่าย ๆ ที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้โดย iPad อย่างน้อยก็ ณ เวลานี้</p>
<p>ส่วนตัว ผมชอบการทำให้หนังสือมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม</p>
<p>สิ่งที่ผมสนใจมากเป็นพิเศษคือปฏิกริยาที่มีต่อบทความนี้จากเพื่อนร่วมวงการสิ่งพิมพ์บางคน ซึ่งใช้เป็นข้อพิสูจน์ว่าหนังสือแบบตัวเล่มไม่ได้หายไปไหน</p>
<p>&#8220;ดูนี่สิ&#8221; ผมบอกคุณ คนอ่าน E-Book เหล่านั้นไม่ได้กำลังเข้ามาครอบครองไปเสียทั้งหมด หนังสือตัวเล่มยังไม่ได้หายไปไหน ความจริงก็คือว่า ความปรารถนาที่อยากจะได้หนังสือที่มีหน้าปกที่สวยงามยังคงไม่เปลี่ยนแปลง การออกแบบหนังสือที่สวยงามและการพิมพ์หนังสือตัวเล่มยังคงดำเนินไปในแง่มุมที่ E-Book ไม่สามารถทำได้</p>
<p>เราสามารถเชื่ีอได้ว่าความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและการออกแบบได้ช่วยในการนำเสนอ E-Book แต่ความสวยงามทางกายภาพของหนังสือนั้นยังคงเป็นไปเพื่อให้ดึงดูดใจอยู่เสมอ</p>
<p>นี่เป็นการพูดถึงเกี่ยวกับประสบการณ์การซื้อหนังสือของผู้ซื้อ พฤติกรรมการค้นหาหนังสือที่แตกต่างกัน อย่างที่ผมได้เขียนไว้ในตอนต้น จากการศึกษาพบว่า ผู้ซื้อ E-Book มีแนวโน้มที่จะซื้อหนังสือเล่มที่พวกเขาต้องการอย่างชัดเจนเมื่อพวกเขาเข้าไปยังร้านค้าออนไลน์ แต่สำหรับผู้ซื้อหนังสือแบบตัวเล่มมีแนวโน้มที่จะชอบความตื่นตาตื่นใจเวลาที่พวกเขาอยู่ระหว่างทางเดินของชั้นหนังสือในร้านหนังสือ ได้พินิจพิจารณาปกหนังสือที่ต้องตาต้องใจและบางทีอาจเลือกดูหนังสือได้จากชื่อผู้แต่งหรือชื่อเรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อน</p>
<p>เราพูดถึงเรื่องนี้กันมาตลอดว่า ผู้คนซื้อหนังสือโดยดูจากปก อย่างไรก็ตามผมไม่คิดว่าจะมีการพูดถึงเรื่องนี้กันมากขึ้น หนังสือที่มีปกหรือหุ้มปกด้วยเทคนิคพิเศษสามารถดึงดูดผู้อ่านให้มาหยุดดูได้ ผู้อ่านบางรายก็ต้องการหนังสือเล่มปกพิเศษหรือผู้อ่านบางคนต้องการเพียงแค่จะอ่านหนังสือบนเครื่องอ่าน E-Book</p>
<p>แล้วจะต้องสนใจทำไมกันล่ะ ตราบใดที่พวกเขากำลังซื้อและกำลังอ่านและธุรกิจของเราได้ให้สิ่งที่พวกเขาต้องการ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การขาย e-book ในยุโรปสะดุดเนื่องจากโครงสร้างภาษี</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-e-book-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-e-book-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Dec 2011 12:12:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[การคิดภาษี e-book]]></category>
		<category><![CDATA[สมาพันธ์สำนักพิมพ์แห่งยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[สหภาพยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ e-book]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2742</guid>
		<description><![CDATA[ ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com Damien Seaman ได้ตีพิมพ์ e-book ของเขา ออกจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายนในอังกฤษ รู้ดีถึงขั้นตอนการสร้างสรรค์ ตั้งแต่ไอเดียการเล่าเรื่อง ความเคร่งครัดในการแก้ไขงานไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายถึงจุดที่สำนักพิมพ์พอใจ อะไรคือสิ่งที่ Seaman ผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในเมือง Birmingham ประเทศอังกฤษไม่ได้มีส่วนร่วมในการเขียนนวนิยายอาชญากรรมของเขาที่ชื่อว่า &#8220;The Killing of Emma Gross&#8221;  สิ่งนั้นก็คือ ผู้อ่านทั้งหลายของเขาต้องเสียภาษีที่ค่อนข้างหนักเอาการเมื่อเทียบกับหนังสือตัวเล่มที่ไม่ต้องมีภาษี ทั่วทั้งยุโรป  e-book ถูกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเต็มจำนวนตามอัตราของแต่ละประเทศ อย่างเช่น ที่ สวีเดน เดนมาร์ก ฮังการีและประเทศอื่น ๆ  เรียกเก็บภาษี e-book ถึง 25% ส่วนหนังสือแบบตัวเล่มนั้นได้รับประโยชน์จากการล็อบบี้ในธุรกิจนี้ โดยถูกเก็บภาษีเพียงเล็กน้อยและในอังกฤษหนังสือแบบตัวเล่มได้รับการยกเว้นภาษี Seaman บอกว่า &#8220;มันดูเหมือนว่า ช่องว่างของภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้ทำให้สำนักพิมพ์แบบเดิมหมดกำลังใจจากการมีนวัตกรรมโดยเป็นผลมาจากการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่พวกเขาไม่ได้&#8221; อย่างไรก็ดี ยอดขายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้เติบโตอย่างรวดเร็ว  สมาพันธ์สำนักพิมพ์แห่งยุโรป ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงบรัสเซล ได้ประเมินว่า ยอดขาย e-book น่าจะเพ่ิมขึ้นราว 20% หรือมากกว่าในปีนี้ จากการประเมินตัวเลขที่ 350 ล้านยูโร หรือคิดเป็น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2742/e-book-tax-2"  rel="attachment wp-att-2828"><img class="alignleft size-full wp-image-2828" style="border-style: initial; border-color: initial; border-width: 0px; margin: 5px;" title="e-book-tax" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/12/e-book-tax1.png" alt="" width="300" height="251" /></a> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<p>Damien Seaman ได้ตีพิมพ์ e-book ของเขา ออกจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายนในอังกฤษ รู้ดีถึงขั้นตอนการสร้างสรรค์ ตั้งแต่ไอเดียการเล่าเรื่อง ความเคร่งครัดในการแก้ไขงานไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายถึงจุดที่สำนักพิมพ์พอใจ</p>
<p>อะไรคือสิ่งที่ Seaman ผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในเมือง Birmingham ประเทศอังกฤษไม่ได้มีส่วนร่วมในการเขียนนวนิยายอาชญากรรมของเขาที่ชื่อว่า &#8220;The Killing of Emma Gross&#8221;  สิ่งนั้นก็คือ ผู้อ่านทั้งหลายของเขาต้องเสียภาษีที่ค่อนข้างหนักเอาการเมื่อเทียบกับหนังสือตัวเล่มที่ไม่ต้องมีภาษี</p>
<p>ทั่วทั้งยุโรป  e-book ถูกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเต็มจำนวนตามอัตราของแต่ละประเทศ อย่างเช่น ที่ สวีเดน เดนมาร์ก ฮังการีและประเทศอื่น ๆ  เรียกเก็บภาษี e-book ถึง 25% ส่วนหนังสือแบบตัวเล่มนั้นได้รับประโยชน์จากการล็อบบี้ในธุรกิจนี้ โดยถูกเก็บภาษีเพียงเล็กน้อยและในอังกฤษหนังสือแบบตัวเล่มได้รับการยกเว้นภาษี</p>
<p>Seaman บอกว่า &#8220;มันดูเหมือนว่า ช่องว่างของภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้ทำให้สำนักพิมพ์แบบเดิมหมดกำลังใจจากการมีนวัตกรรมโดยเป็นผลมาจากการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่พวกเขาไม่ได้&#8221;</p>
<p>อย่างไรก็ดี ยอดขายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้เติบโตอย่างรวดเร็ว  <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.fep-fee.be/" title="Federation of European Publishers"  target="_blank" rel="external nofollow">สมาพันธ์สำนักพิมพ์แห่งยุโรป</a></noindex> ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงบรัสเซล ได้ประเมินว่า ยอดขาย e-book น่าจะเพ่ิมขึ้นราว 20% หรือมากกว่าในปีนี้ จากการประเมินตัวเลขที่ 350 ล้านยูโร หรือคิดเป็น 462 ล้านเหรียญฯ ในปี 2010</p>
<p>ในส่วนของยอดขายหนังสือตัวเล่มนั้น ซึ่งคิดเป็นมากกว่า 98% ของยอดขายหนังสือทั้งหมดรวมกันนั้นกำลังหยุดอยู่กับที่ โดยยอดขายของหนังสือทั้งหมดอยู่ที่ 23.5 ล้านยูโร เมื่อปีที่แล้ว ลดลงกว่า 2% หลังจากปรับความผันผวนของค่าเงิน เมื่อเทียบกับเมื่อปี 2007</p>
<p>สำหรับในอเมริกานั้น e-book เป็นสินค้าที่ต้องถูกเรียกเก็บภาษีขายในรัฐนั้น ๆ ถ้าหากผู้ค้ามีตัวแทนหรือสำนักงานในรัฐนั้นด้วย โดยช่วงเรียกเก็บภาษีมีตั้งแต่ 1% ไปจนถึง 10%  ในบางรัฐอย่างเช่น นิวยอร์กและแคลิฟอร์เนียจะได้รับการยกเว้นภาษี e-book ไปจนถึงเดือนกันยายนปีหน้า แต่สำหรับหนังสือตัวเล่มนั้นต้องเสียภาษีขายสินค้าและบริการให้กับรัฐ</p>
<p>ในปี 2010 ยอดขาย e-book ของสหรัฐฯ มีมูลค่ารวมสูงถึง 878 ล้านเหรียญฯ หรือคิดเป็น 6.4% ของตลาดหนังสือ  สำหรับกลุ่มนวนิยายผู้ใหญ่นั้น ยอดขาย e-book ในกลุ่มนี้คิดเป็น 13.6%  ของรายรับทั้งหมดในปี 2010  ตามรายงานจาก Bookstats</p>
<p>ในเยอรมนี ผู้อ่านต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม 19% สำหรับการดาวน์โหลด e-book และเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% สำหรับการซื้อหนังสือแบบตัวเล่ม</p>
<p>ส่วนฝรั่งเศสผู้อ่านต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม 19.6% สำหรับการดาวน์โหลด e-book  และเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 5.5% สำหรับการซื้อหนังสือแบบตัวเล่ม</p>
<p>ที่อิตาลี ผู้อ่านต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม 4% สำหรับการซื้อหนังสือแบบตัวเล่ม และที่สเปนผู้อ่านต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม 20%  สำหรับหนังสือแบบตัวเล่มและจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม 18% สำหรับการดาวน์โหลด e-book</p>
<p>ส่วนในอังกฤษและไอร์แลนด์ ช่องว่างนี้กว้างมากที่สุด โดยคิดภาษีสำหรับการดาวน์โหลด e-book 20% และยกเว้นภาษีหนังสือแบบตัวเล่ม</p>
<p>ในวันที่ 1 มกราคม ปีหน้า ฝรั่งเศสจะกลายเป็นประเทศแรกในกลุ่มสมาชิกสหภาพยุโรปที่จะฝืนมติของสมาพันธ์สำนักพิมพ์แห่งยุโรป  โดยจะลดภาษี e-book ของตนลงเหลือเพียง 5.5% ซึ่งเป็นอัตราเดียวกันกับหนังสือแบบตัวเล่ม จริง ๆ แล้วฝรั่งเศสมีแผนที่จะลดอัตราภาษีลงมาที่อัตราดังกล่าวให้ได้ในเดือนมกราคม ปี 2011  แต่อาจเลื่อนออกไปเนื่องมาจากเหตุผลทางด้านเศรษฐกิจที่ตกต่ำในตอนนี้</p>
<p>ทางด้านสเปนได้พิจารณาลดภาษี e-book ลงมาอยู่ที่ 4% และก็ได้ส่งผลต่อเนื่องให้เกิดความพยายามในการลดการเรียกเก็บภาษี e-book ในอังกฤษด้วย</p>
<p>ฝรั่งเศสและประเทศอื่นที่คิดจะทำตามอาจท้าทายอำนาจในการดูแลเรื่องนี้ของสหภาพยุโรป โดยกฏหมายของสหภาพยุโรปได้บังคับให้สมาชิกจำนวน 27 ประเทศของสหภาพยุโรปลดภาษีมูลค่าเพิ่มแก่ e-book ซึ่งในทางกฏหมายแล้วถือว่าเป็นบริการอย่างหนึ่ง ทางด้านสำนักพิมพ์ไม่สามารถโน้มน้าวกลุ่มผู้ร่างกฏหมายให้กำจัดความแตกต่างของการบังคับใช้ระหว่าง e-book และหนังสือแบบตัวเล่ม</p>
<p>Frank Sambeth ซีอีโอของ Verlagsgruppe Random House  สำนักพิมพ์ลูกของ Bertelsmann media group ในเยอรมัน ซึ่งเป็นบริษัทที่ขาย e-book  ภาษาเยอรมันมากกว่า 5,000 ชื่อเรื่อง กล่าวว่า &#8220;สำหรับลูกค้าของเราและสำหรับการพัฒนาตลาด e-book ในเยอรมนี นี่ถือเป็นก้าวที่สำคัญ เราคาดหวังที่จะเห็นการดาวน์โหลด e-book เพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าในเยอรมันภายในปีนี้เมื่อเทียบกับปี 2010&#8243;</p>
<p>โดยภาวะเศรษฐกิจซบเซาได้กลายเป็นอุปสรรค บางประเทศ อย่างเช่น เยอรมนีและอังกฤษ ต่างก็ไม่เต็มใจที่จะตัดภาษีในช่วงขาลงนี้ ซึ่งภาษีมูลค่าเพิ่มได้สร้างรายได้ให้กับประเทศในสหภาพยุโรปคิดเป็นสัดส่วนถึง 22% ของรายรับรวมของประเทศตามรายงานจากคณะกรรมการสถิติแห่งสหภาพยุโรป</p>
<p>อุปสรรคอย่างอื่นของข้อตกลงเรื่องภาษีก็คือ การเรียกเก็บภาษีการขายหนังสือออนไลน์ในอัตราภาษีของประเทศผู้ขายไม่ใช่ประเทศผู้ซื้อ โดยประเทศในสหภาพยุโรปได้ตกลงที่จะเปลี่ยนการคำนวณภาษีเป็นคิดจากประเทศของผู้ซื้อแทนในปี 2015</p>
<p>หลังจากนั้นประเทศต่าง ๆ ที่มีสำนักพิมพ์ขนาดใหญ่ตั้งสำนักงานสาขาที่นั้น อย่างเช่น ลักแซมเบอร์ก ซึ่ง Amazon มีสำนักงานใหญ่ในยุโรปตั้งอยู่ที่นี่นั้นไม่เต็มค่อยเต็มใจนักที่จะยอมให้ประเทศเพื่อนบ้านคิดอัตราภาษี e-book ในอัตราที่ต่ำกว่าและบางทีอาจทำให้เกิดการย้ายสำนักงานที่ตั้งก็เป็นได้</p>
<p>Enrico Turrin นักเศรษฐศาสตร์ที่สมาพันธ์สำนักพิมพ์แห่งสหภาพยุโรป กล่าวว่า &#8220;สำนักพิมพ์กำลังก้าวเข้าสู่โลกแห่ง e-book และสนใจที่จะเห็นสินค้าของพวกเขาทุกอย่างได้รับการปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน&#8221;</p>
<p>ทางด้าน Allan Guthrie ผู้ร่วมก่อตั้งสำนักพิมพ์ออนลไน์ในกลาสโกว์ที่ชื่อว่า Blasted Health ซึ่งได้ตีพิมพ์งาน นวนิยายอาชญากรรมเรื่องใหม่ของ Seaman กล่าวว่า &#8220;มันมีข้อขัดแย้งกันระหว่างความรู้สึกทางด้านศีลธรรมกับตรรกะในเรื่องของการลดภาษี e-book &#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อ้างอิงข้อมูลจาก www.nytimes.com</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-e-book-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หนังสือเกี่ยวกับ Beatles โดยพี่สาว George Harrison</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-beatles-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-beatles-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Dec 2011 08:20:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[George Harrison]]></category>
		<category><![CDATA[The Beatles]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2728</guid>
		<description><![CDATA[ ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com พี่สาวของ George Harrison มีแผนที่จะเขียนหนังสือเกี่ยวกับชีิวิตของ The Beatles ครบรอบ 10 ปี การจากไปของ George Harrison  พี่สาวของเขากำลังเขียนหนังสือเกี่ยวกับชีวิตของเขา Louise บอกว่า &#8220;มีข้อมูลที่ไม่ถูกต้องมากมายเขียนกันออกมาเกี่ยวกับ George และ The  Beatles ฉันคิดว่า มันเป็นหน้าที่ของฉันที่ต้องทำให้ความจริงเป็นที่ประจักษ์&#8221; เธอเพ่ิงเชียนเนื้อหาส่วนใหญ่เสร็จแต่ยังไม่ได้ตั้งชื่อเรื่องและหวังว่าจะตีพิมพ์ได้ภายในสองปีนับจากนี้  และนอกเหนือจากความทรงจำของ Quarrymen และ The Beatles ไปจนถึงการออกทัวร์คอนเสิร์ตครั้งแรกในอเมริกาของวง  พี่สาวในวัย  80 ปี ณ เวลานี้หวังที่จะรวบรวมเอารูปถ่ายและจดหมายส่วนตัวที่เธอมีกับน้องชายคนนี้ Louise บอกว่า &#8220;เนื้อหาครึ่งหนึ่งถูกเขียนโดยคนที่ใช้เวลาราวสักชั่วโมงบนเครื่องบินกับ The Beatles มีทั้งเรื่องที่แต่งขึ้นและจินตนาการเกี่ยวกับพวกเขา&#8221; อย่างน้อยตัวฉันเองก็มีความจริงบางอย่าง เพราะว่าฉันอยู่ที่นั่น ตั้งแต่ก่อนที่พวกเขาจะเป็น The Beatles Louise ย้ายมายังอเมริกานานมากก่อนที่ The Beatles จะมา ปัจจุบันเธออาศัยอยู่ในเมือง Branson รัฐ Missouri เธออ้างว่าเธอเคยเป็นคนหนึ่งที่ชักชวนให้ผู้จัดการ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<p><img class="alignleft" style="border-style: initial; border-color: initial; border-width: 0px; margin: 5px;" title="George Harrison" src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/0/05/George_Harrison_1974_edited.jpg/220px-George_Harrison_1974_edited.jpg" alt="" width="220" height="287" />พี่สาวของ George Harrison มีแผนที่จะเขียนหนังสือเกี่ยวกับชีิวิตของ The Beatles</p>
<p>ครบรอบ 10 ปี การจากไปของ George Harrison  พี่สาวของเขากำลังเขียนหนังสือเกี่ยวกับชีวิตของเขา</p>
<p>Louise บอกว่า &#8220;มีข้อมูลที่ไม่ถูกต้องมากมายเขียนกันออกมาเกี่ยวกับ George และ The  Beatles ฉันคิดว่า มันเป็นหน้าที่ของฉันที่ต้องทำให้ความจริงเป็นที่ประจักษ์&#8221;</p>
<p>เธอเพ่ิงเชียนเนื้อหาส่วนใหญ่เสร็จแต่ยังไม่ได้ตั้งชื่อเรื่องและหวังว่าจะตีพิมพ์ได้ภายในสองปีนับจากนี้  และนอกเหนือจากความทรงจำของ <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://en.wikipedia.org/wiki/The_Quarrymen" title="The Quarrymen"  target="_blank" rel="external nofollow">Quarrymen</a></noindex> และ The Beatles ไปจนถึงการออกทัวร์คอนเสิร์ตครั้งแรกในอเมริกาของวง  พี่สาวในวัย  80 ปี ณ เวลานี้หวังที่จะรวบรวมเอารูปถ่ายและจดหมายส่วนตัวที่เธอมีกับน้องชายคนนี้</p>
<p>Louise บอกว่า &#8220;เนื้อหาครึ่งหนึ่งถูกเขียนโดยคนที่ใช้เวลาราวสักชั่วโมงบนเครื่องบินกับ The Beatles มีทั้งเรื่องที่แต่งขึ้นและจินตนาการเกี่ยวกับพวกเขา&#8221; อย่างน้อยตัวฉันเองก็มีความจริงบางอย่าง เพราะว่าฉันอยู่ที่นั่น ตั้งแต่ก่อนที่พวกเขาจะเป็น The Beatles</p>
<p>Louise ย้ายมายังอเมริกานานมากก่อนที่ The Beatles จะมา ปัจจุบันเธออาศัยอยู่ในเมือง Branson รัฐ Missouri เธออ้างว่าเธอเคยเป็นคนหนึ่งที่ชักชวนให้ผู้จัดการ Brian Epstein ยอมให้วงเล่นในรายการ The Ed Sullivan Show  &#8221;พวกเขาไม่เคยได้ยินมันมาก่อน แต่มันเป็นโชว์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดทางโทรทัศน์&#8221;</p>
<p>เธอยังดูแคลนคนที่เรียก George ว่า &#8220;The quiet Beatle&#8221;  เธอกล่าวว่า &#8220;เขาไม่ใช่คนเงียบขรึม&#8221;  สุดสัปดาห์ที่พวกเขาบินไปยัง New York เพื่อโชว์ในรายการ Ed Sullivan  นั้น George ป่วยหนัก เขาถูกฉีดยาและได้รับการรักษาด้วยไอระเหยและฉันต้องคอยดูแลปกป้องเขา</p>
<p>George ได้บอกให้ใช้เสียงของเขาให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมในการแถลงข่าวทุกครั้งเขาจึงค่อนข้างเงียบ และดังนั้นสื่อจึงคิดว่าเขาเป็นคนเงียบ George คิดว่ามันเป็นเรื่องตลก</p>
<p>ส่วน Walt Kane อดีตสามีของ Louise ยังได้เขียนในหนังสือเล่มนี้ด้วยเช่นกัน เขายังจำถึงความกลัวของ George หลังจากที่ได้ทราบข่าวว่า John Lennon ถูกยิง ในตอนนั้น George ได้สั่งให้ทำรั้วไฟฟ้าและจ้างบอดี้การ์ดมาดูแล  เขากล่าวว่า &#8220;มีเพียงคนบ้าคนเดียวที่ฆ่าผมได้&#8221;  เขาเหนื่อยกับการมีชื่อเสียงและต้องการเป็นคนสวน</p>
<p>ชีวิตของ George Harrison เพิ่งถูกทำเป็นภาพยนตร์สารคดีเรื่องใหม่ของ Martin Scorsese ที่ชื่อว่า Living in the Material World</p>
<p>George เสียชีวิตในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2001 และอาจมีการฉลองครบรอบวันคล้ายวันเกิดปีที่ 69 ของเขาในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;<br />
<center><iframe width="400" height="215" src="http://www.youtube.com/embed/AGMMXK-661M" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></center></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-beatles-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พ่อแม่ยังต้องการให้ลูกน้อย อ่านหนังสือแบบตัวเล่ม</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Nov 2011 16:38:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[amazon]]></category>
		<category><![CDATA[Barnes & Noble]]></category>
		<category><![CDATA[Center for Teaching Through Children’s Books]]></category>
		<category><![CDATA[e-book]]></category>
		<category><![CDATA[iPad]]></category>
		<category><![CDATA[kindle]]></category>
		<category><![CDATA[Macmillan Children’s Publishing Group]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2699</guid>
		<description><![CDATA[ ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com หนังสือตัวเล่มอาจจะตกอยู่ในวงล้อมจากการเพิ่มขึ้นของ e-book แต่ยังมีกลุ่มผู้อ่านที่เหนียวแน่นกับหนังสือแบบตัวเล่ม อย่างกลุ่มของเด็กเล็กและเด็กที่กำลังหัดเดิน ซึ่งพ่อแม่ของพวกเขาย้ำว่าต้องการให้ลูก ๆ ได้ใช้เวลาช่วงเริ่มต้นชีวิตด้วยการอ่านหนังสือแบบตัวเล่ม นี่เป็นกรณีที่แม้แต่พ่อแม่ที่เป็นนักอ่านหนังสือตัวยงที่ตั้งหน้าตั้งตาดาวน์โหลดหนังสือของพวกเขาลงใน Kindle iPad  โน๊ตบุ๊คและโทรศัพท์ พวกเขายอมรับอย่างเปิดเผยถึงความมีสองมาตรฐาน  พวกเขาต้องการให้ลูก  ๆ ถูกรายล้อมด้วยกองหนังสือ ให้มีประสบการณ์กับการเปิดหนังสือทีละหน้า เพื่อให้เกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับรูปทรง สีและสัตว์ต่าง ๆ พ่อแม่กลุ่มนี้ยังบอกด้วยว่า พวกเขาชอบที่จะกอดลูก ๆ พร้อมกับหนังสือด้วยความรักใคร่ และเกรงว่าแท็บเล็ตจะดึงดูดความสนใจทั้งหมดไป นอกจากนี้หากเป็นเด็กๆ ที่ชอบบ้วนหรือเล่นน้ำลาย หนังสือดูจะทำความสะอาดได้ง่ายกว่าแท็บเล็ต Leslie Van Every  วัย 41 ปี ผู้ใช้ Kindle ซึ่งสามีของเธอ Eric อ่าน e-book บน iPhone นั้น กล่าวว่า &#8220;มันเป็นความผูกพัน ความผูกพันของการอ่านและการสัมผัสโลก มันเป็นความพิศวงของการที่ลูกกำลังไปที่หน้านั้นพร้อมกันกับฉัน&#8221; Van  บอกว่า &#8220;ลูกสาวของฉันอ่านแต่หนังสือตัวเล่ม&#8221; พร้อมกับหัวเราะร่วน เพราะว่าตัวเธอเองทำงานในบริษัทดิจิตอลที่ชื่อว่า CBS Interactive &#8220;ช่างน่าอายจริง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2699/creative-play-for-your-toddler"  rel="attachment wp-att-2712"><img class="alignleft size-full wp-image-2712" style="border-style: initial; border-color: initial; border-width: 0px; margin: 5px;" title="CREATIVE-PLAY-FOR-YOUR-TODDLER" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/11/CREATIVE-PLAY-FOR-YOUR-TODDLER.png" alt="CREATIVE-PLAY-FOR-YOUR-TODDLER" width="280" height="294" /></a>หนังสือตัวเล่มอาจจะตกอยู่ในวงล้อมจากการเพิ่มขึ้นของ e-book แต่ยังมีกลุ่มผู้อ่านที่เหนียวแน่นกับหนังสือแบบตัวเล่ม อย่างกลุ่มของเด็กเล็กและเด็กที่กำลังหัดเดิน ซึ่งพ่อแม่ของพวกเขาย้ำว่าต้องการให้ลูก ๆ ได้ใช้เวลาช่วงเริ่มต้นชีวิตด้วยการอ่านหนังสือแบบตัวเล่ม</p>
<div>
<div>
<p>นี่เป็นกรณีที่แม้แต่พ่อแม่ที่เป็นนักอ่านหนังสือตัวยงที่ตั้งหน้าตั้งตาดาวน์โหลดหนังสือของพวกเขาลงใน Kindle iPad  โน๊ตบุ๊คและโทรศัพท์ พวกเขายอมรับอย่างเปิดเผยถึงความมีสองมาตรฐาน  พวกเขาต้องการให้ลูก  ๆ ถูกรายล้อมด้วยกองหนังสือ ให้มีประสบการณ์กับการเปิดหนังสือทีละหน้า เพื่อให้เกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับรูปทรง สีและสัตว์ต่าง ๆ</p>
<p>พ่อแม่กลุ่มนี้ยังบอกด้วยว่า พวกเขาชอบที่จะกอดลูก ๆ พร้อมกับหนังสือด้วยความรักใคร่ และเกรงว่าแท็บเล็ตจะดึงดูดความสนใจทั้งหมดไป นอกจากนี้หากเป็นเด็กๆ ที่ชอบบ้วนหรือเล่นน้ำลาย หนังสือดูจะทำความสะอาดได้ง่ายกว่าแท็บเล็ต</p>
<p>Leslie Van Every  วัย 41 ปี ผู้ใช้ Kindle ซึ่งสามีของเธอ Eric อ่าน e-book บน iPhone นั้น กล่าวว่า &#8220;มันเป็นความผูกพัน ความผูกพันของการอ่านและการสัมผัสโลก มันเป็นความพิศวงของการที่ลูกกำลังไปที่หน้านั้นพร้อมกันกับฉัน&#8221;</p>
<p>Van  บอกว่า &#8220;ลูกสาวของฉันอ่านแต่หนังสือตัวเล่ม&#8221; พร้อมกับหัวเราะร่วน เพราะว่าตัวเธอเองทำงานในบริษัทดิจิตอลที่ชื่อว่า CBS Interactive &#8220;ช่างน่าอายจริง ๆ &#8221;</p>
<p>เมื่อหนังสือสำหรับนักอ่านกลุ่มผู้ใหญ่ได้เปลี่ยนรูปไปเป็นดิจิตอลเร็วกว่าที่สำนักพิมพ์ต่าง ๆ คาดไว้ ยอดขายหนังสือ e-book ในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี กลับเคลื่อนตัวน้อยมาก หลายสำนักพิมพ์ได้ประเมินว่ายอดขายหนังสือเด็กจะเพิ่มขึ้นน้อยกว่า 5% ของยอดขายรวมทั้งปีเทียบกับหนังสือบางหมวดของนักอ่านวัยผู้ใหญ่ที่เติบโตมากกว่า 25%</p>
<p>หนังสือเด็กยังคงเป็นยอดขายหลักให้กับร้านหนังสือแบบก่ออิฐถือปูน เนื่องจากเหล่าบรรดาพ่อแม่มักต้องการเปิดดูหนังสือทีละหน้าก่อนที่จะซื้อซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาทำไม่ได้กับ e-book  โดยผลการศึกษาจาก HarperCollins ในปี 2010 พบว่า หนังสือที่ขายดีนั้นเป็นกลุ่มหนังสือสำหรับเด็กในวัย 3 ถึง 7 ปี คิดเป็น 38% ของยอดขายทั้งหมด</p>
<p>และนี่ก็คือคำถามสำหรับการถกเถียงในยุคดิจิตอล : <span style="text-decoration: underline;"><strong>ถามว่าทุกอย่างได้สูญหายไป จากการนำหนังสือภาพไปแปลงเป็น e-book งั้นหรือ ?</strong></span></p>
<p>Junko Yokota อาจารย์และผู้อำนวยการศูนย์การสอนโดยผ่านหนังสือสำหรับเด็ก (Center for Teaching Through Children’s Books) ที่ National Louis University  ในเมือง Chicago <strong><span style="text-decoration: underline;">คิดว่าคำตอบของคำถามนี้ก็คือ  &#8221;ใช่&#8221; เนื่องจากว่ารูปทรงและขนาดของหนังสือมักเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การอ่าน หน้ากระดาษที่กว้างกว่าอาจใช้ในการสื่อสารถึงทิวทัศน์อันกว้างขวางหรือกระดาษทรงสูงอาจถูกเลือกใช้ในการนำเสนอเรื่องราวเกียวกับตึกระฟ้า</span></strong></p>
<p>Yokota  บอกว่า ขนาดและรูปทรง &#8220;ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ทางอารมณ์ ประสบการณ์ทางสติปัญญา มีหลายสิ่งที่คุณไม่สามารถทำเป็นมาตรฐานและฝังมันเข้าไปในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์&#8221;</p>
<p>ทางด้านสำนักพิมพ์กล่าวว่า พวกเขากำลังเพิ่มจำนวนหนังสือภาพที่เป็นรูปเล่มขึ้นทีละน้อยซึ่งเป็นรายการเดียวกันกับที่พวกเขากำลังเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นดิจิตอลเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องที่กินเวลาและมีต้นทุนค่อนข้างสูงรวมทั้งนักพัฒนาโปรแกรมก็ยังคงยุ่งอยู่กับการสร้าง app แบบที่สามารถโต้ตอบได้ให้กับหมวดหนังสือเด็ก</p>
<p>ในขณะที่มีอุปกรณ์แท็บเล็ตรุ่นใหม่ ไม่ว่าจาก Barnes &amp; Noble และ Amazon ออกมาในฤดูใบไม้ร่วงนี้  อุปกรณ์เหล่านี้ต่างถูกคาดหวังว่าจะทำให้เกิดความต้องการหนังสือเด็กแบบ e-book เพิ่มมากขึ้น แต่หลายสำนักพิมพ์กล่าวว่า พวกเขายังสงสัยว่าพ่อแม่หลายคนยังปรารถนาที่จะใช้หนังสือแบบตัวเล่มมากกว่า</p>
<p>Jon Yaged   ประธานบริหารของ Macmillan Children’s Publishing Group บอกว่า &#8221;นั่นคือมันโน้มเอียงมาทางหนังสือตัวเล่ม และพ่อแม่ก็คือสมาชิกในครอบครัวเดียวกันซึ่งไม่ลังเลเลยในการซื้อหนังสือ e-book สำหรับพวกเขาเอง&#8221;</p>
<p>และตัวอย่างหนึ่งก็คือครอบครัวของ Ari Wallach ผู้ประกอบการในนิวยอร์กที่ชื่นชอบเทคโนโลยีอย่างมาก เขาช่วยให้หลายต่อหลายบริษัทปรับปรุงเทคโนโลยีของตน ส่วนตัวเขาเองนั้น อ่านหนังสือบน Kindle iPad และ iPhone แต่ในห้องห้องลูกสาวฝาแฝดกลับถูกอัดแน่นไว้ด้วยหนังสือหลายเล่ม</p>
<p>เขากล่าวว่า &#8220;ผมรู้ว่าผมเป็นคนต่อต้านการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการใช้เทคโนโลยีในเรื่องนี้ แต่มันมีบางอย่างที่เป็นส่วนตัวมาก  ๆ เกี่ยวกับหนังสือสักเล่มและไม่ใช่ไฟล์หนึ่งในบรรดาหลายพันไฟล์ใน iPad บางอย่างเป็นการเชื่อมต่อกับความรู้สึก บางอย่างที่ผมเติบโตมาพร้อมกับมันและต้องการให้มันเติบโตไปด้วยกัน&#8221;</p>
<p>&#8220;ผมจำได้ว่าเมื่อพวกเขาอายุเท่ากับผม มันคงยากที่จะหาหนังสือกระดาษ  ผมอยากจะพูดว่า ผมรู้สึกว่าการเรียนรู้ด้วยหนังสือเป็นพิธีกรรมที่เกี่ยวกับวงจรชีิวิตที่มีความสำคัญเทียบเท่ากับการเรียนรู้การกินด้วยช้อนส้อมและการถูกฝึกให้เข้าห้องน้ำได้เอง&#8221;</p>
<p>พ่อแม่บางคนไม่ต้องการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างทันทีสำหรับลูก ๆ ในวัยเรียนของพวกเขา อย่าง Alexandra Tyler และสามี ที่อ่านหนังสือด้วย Kindle แต่สำหรับลูกชายของเธอ Wolfie วัย 7 ขวบนั้น เธอให้เขาอ่านหนังสือที่เป็นตัวเล่ม</p>
<p>เธอบอกว่า &#8220;อย่างไรก็ตาม ฉันคิดว่ามันต่างกัน เวลาที่คุณอ่านหนังสือ อย่างหนังสือสำหรับเด็กสักเล่ม มันเป็นการทำให้เกิดความรู้สึกร่วม มันเป็นการสอนพวกเขาให้พลิกหน้าอย่างเหมาะสม คุณจะได้กล่ินกระดาษและการสัมผัส&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อ้างอิงข้อมูลจาก www.nytimes.com</p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความล่าช้าในการจัดส่งสินค้าในช่วงน้ำท่วม</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 Nov 2011 03:11:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2686</guid>
		<description><![CDATA[เรียน ลูกค้า Herothailand.com  ทุกท่านครับ ผมมีความเสียใจ ไม่สบายใจ กังวลใจ รวมทั้งความไม่พอใจในหลาย ๆ สิ่งที่เกิดขึ้น ในช่วงน้ำท่วม  และไม่ว่าเพราะภัยธรรมชาติที่รุนแรงเกินไปหรือภัยของชาติที่บริหารจัดการห่วยเกินไป เราคนไทยทุกคน ล้วนได้รับผลกระทบไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมด้วยกันทั้งสิ้น สำหรับลูกค้าบางท่านที่ได้รับหนังสือหรือสินค้าจากทาง Herothailand.com ล่าช้าออกไปบ้างนั้น ทางเราขออธิบายดังนี้นะครับ ตามปกติเราจะจัดส่งสินค้าผ่านทาง EMS ของไปรษณีย์ไทย ส่งจากเชียงใหม่ ไป กรุงเทพฯ ใช้เวลา 1 วันทำการ ครับ แต่มีกรณีศึกษาสำหรับบางเขตและบางแขวงดังนี้ จากภาพ จะเห็นได้ว่า Herothailand.com จัดส่งหนังสือให้กับลูกค้า ในวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่่ผ่านมา จนกระทั่ง วันที่ 16 พฤศจิกายน ลูกค้ายังไ่ม่ได้รับสินค้า เนื่องจากถนนบางส่วนปิดการจราจร ไปรษณีย์ไทยไม่สามารถนำจ่ายได้ ต้องรอให้เปิดการจราจรก่อน สำหรับบางเขตอาจได้รับเร็วขึ้นสักเล็กน้อย  อย่างเช่นในรูป  เป็นการจัดส่งไปยังลูกค้าที่อยู่ในเขตบางซื่อครับ &#160; ในทิศทางตรงกันข้าม สินค้าที่มาจากต่างประเทศ ก็จะพบกับปัญหาคอขวดดังกล่าวเช่นกันครับ เนื่องจากตัวแทนผู้รับส่งสินค้าจากต่างประเทศ จะใช้บริการไปรณีย์ไทยในการกระจายสินค้าไปยังทั่วประเทศ ต้องขออภัยลูกค้าทุกท่านเป็นอย่างสูง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เรียน ลูกค้า Herothailand.com  ทุกท่านครับ</p>
<p>ผมมีความเสียใจ ไม่สบายใจ กังวลใจ รวมทั้งความไม่พอใจในหลาย ๆ สิ่งที่เกิดขึ้น ในช่วงน้ำท่วม  และไม่ว่าเพราะภัยธรรมชาติที่รุนแรงเกินไปหรือภัยของชาติที่บริหารจัดการห่วยเกินไป เราคนไทยทุกคน ล้วนได้รับผลกระทบไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมด้วยกันทั้งสิ้น</p>
<p>สำหรับลูกค้าบางท่านที่ได้รับหนังสือหรือสินค้าจากทาง Herothailand.com ล่าช้าออกไปบ้างนั้น ทางเราขออธิบายดังนี้นะครับ</p>
<p>ตามปกติเราจะจัดส่งสินค้าผ่านทาง EMS ของไปรษณีย์ไทย ส่งจากเชียงใหม่ ไป กรุงเทพฯ ใช้เวลา 1 วันทำการ ครับ แต่มีกรณีศึกษาสำหรับบางเขตและบางแขวงดังนี้</p>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2686/ei40xxxxxxth-2"  rel="attachment wp-att-2688"><img class="size-full wp-image-2688 aligncenter" title="EI40xxxxxxTH" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/11/EI40xxxxxxTH1.png" alt="" width="553" height="417" /></a></p>
<p>จากภาพ จะเห็นได้ว่า Herothailand.com จัดส่งหนังสือให้กับลูกค้า ในวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่่ผ่านมา จนกระทั่ง วันที่ 16 พฤศจิกายน ลูกค้ายังไ่ม่ได้รับสินค้า เนื่องจากถนนบางส่วนปิดการจราจร ไปรษณีย์ไทยไม่สามารถนำจ่ายได้ ต้องรอให้เปิดการจราจรก่อน</p>
<p>สำหรับบางเขตอาจได้รับเร็วขึ้นสักเล็กน้อย  อย่างเช่นในรูป  เป็นการจัดส่งไปยังลูกค้าที่อยู่ในเขตบางซื่อครับ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2686/ex-tracking"  rel="attachment wp-att-2696"><img class="aligncenter size-full wp-image-2696" title="Ex-tracking" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/11/Ex-tracking.jpg" alt="Ex-tracking" width="500" height="400" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในทิศทางตรงกันข้าม สินค้าที่มาจากต่างประเทศ ก็จะพบกับปัญหาคอขวดดังกล่าวเช่นกันครับ เนื่องจากตัวแทนผู้รับส่งสินค้าจากต่างประเทศ จะใช้บริการไปรณีย์ไทยในการกระจายสินค้าไปยังทั่วประเทศ</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #ff0000; text-decoration: underline;">ต้องขออภัยลูกค้าทุกท่านเป็นอย่างสูง ในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเกิน 45 วันแล้ว ยังไม่รับสินค้า ทางเรายินดีรับผิดชอบคืนเงินเต็มจำนวน โดยไม่มีเงื่อนไขใด  ๆ ทั้งสิ้น</span></span></p>
<p>ผมเองก็จะไม่ร้องไห้ออกเว็บไซต์ ไม่ฟูมฟายออกสื่อ ไม่ขอให้ลูกค้าเห็นใจ เพราะผมรักในอาชีพนี้ เมื่อเราทำตามมาตรฐานเราไม่ได้ เราดีไม่พอ เราก็ต้องกล้ารับผิดชอบ  <span style="text-decoration: underline;"><strong>แต่สิ่งที่ผมเสียใจมากที่สุด คือ ผมทำให้ลูกค้าเสียเวลา</strong></span><strong> </strong>ผมขอโทษจริง ๆ ครับ</p>
<p>ด้วยความเคารพอย่างสูง</p>
<p>อนุรักษ ทิยาว</p>
<p>ผู้จัดการ Herothailand.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>No Enemies, No Hatred: Selected Essays and Poems</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/no-enemies-no-hatred-selected-essays-and-poems/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/no-enemies-no-hatred-selected-essays-and-poems/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 15 Nov 2011 05:56:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Harvard University Press]]></category>
		<category><![CDATA[Liu Xiaobo]]></category>
		<category><![CDATA[No Enemies]]></category>
		<category><![CDATA[No Hatred]]></category>
		<category><![CDATA[Perry Link]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2668</guid>
		<description><![CDATA[งานเขียนที่ถูกรวบรวมเข้าไว้ด้วยกันของ Liu Xiaobo  เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษเป็นครั้งแรก แต่ยังคงไม่มีการสัมภาษณ์ การเซ็นต์ชื่อในหนังสือหรือการปรากฏตัวตามเทศกาลงานวรรณกรรมอยู่ดี นักเขียนคนดังกล่าวไม่รู้แม้กระทั่งว่างานของตนถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วยซ้ำเนื่องจากว่าเขายังคงถูกจองจำในคุกที่จีนและภรรยาของเขาก็ถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ในบ้าน

Liu ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลเมื่อปีที่แล้ว ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 11 ปี  ตั้งแต่ปี 2009 ด้วยข้อหา "ส่งเสริมการล้มล้างอำนาจรัฐ" นอกจากนี้ภรรยาของเขายังถูกกักบริเวณให้อยู่ในบ้านไม่ให้ติดต่อกับบุคคลภายนอกโดยที่เธอไม่ได้ถูกตั้งข้อกล่าวหาอะไรเลย

Liu อายุ 55  ปี อดีตอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งถูกจับกุมและจองจำมาหลายปีแล้วสำหรับการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ดื้อดึงแต่ปราศจากความรุนแรงของเขา ในการเรียกร้องความเท่าเทียมด้านสิทธิเสรีภาพ รวมทั้งเสรีภาพในการแสดงออกรวมทั้งการตำหนิการปฏิบัติต่อทิเบตของจีนอย่างรุนแรง เขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมพิธีมอบรางวัลโนเบล และที่งานศพบิดาของเขาเมื่อตอนต้นปีนี้ เขาถูกสั่งห้ามไม่ให้พูดกับใครทั้งนั้น

แต่ถึงแม้ว่าจะมีคำสั่งให้เงียบในจีน แต่เสียงของเขาจะได้ยินอีกครั้งสำหรับซีกโลกตะวันตกด้วยการแปลชุดบทความและบทกวีของเขาเป็นภาษาอังกฤษเป็นครั้งแรก ซึ่งสำนักพิมพ์ Harvard University Press จะตีพิมพ์ในเดือนมกราคม ภายใต้ชื่อเรื่องว่า No Enemies, No Hatred]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2668/attachment/0674061470"  rel="attachment wp-att-2673"><img class="alignleft size-medium wp-image-2673" style="border-style: initial; border-color: initial; border-width: 0px; margin: 5px;" title="No Enemies, No Hatred: Selected Essays and Poems" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/11/0674061470-197x300.jpg" alt="No Enemies, No Hatred: Selected Essays and Poems" width="197" height="300" /></a>งานเขียนที่ถูกรวบรวมเข้าไว้ด้วยกันของ Liu Xiaobo  เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษเป็นครั้งแรก แต่ยังคงไม่มีการสัมภาษณ์ การเซ็นต์ชื่อในหนังสือหรือการปรากฏตัวตามเทศกาลงานวรรณกรรมอยู่ดี นักเขียนคนดังกล่าวไม่รู้แม้กระทั่งว่างานของตนถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วยซ้ำเนื่องจากว่าเขายังคงถูกจองจำในคุกที่จีนและภรรยาของเขาก็ถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ในบ้าน</p>
<p>Liu ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลเมื่อปีที่แล้ว ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 11 ปี  ตั้งแต่ปี 2009 ด้วยข้อหา &#8220;ส่งเสริมการล้มล้างอำนาจรัฐ&#8221; นอกจากนี้ภรรยาของเขายังถูกกักบริเวณให้อยู่ในบ้านไม่ให้ติดต่อกับบุคคลภายนอกโดยที่เธอไม่ได้ถูกตั้งข้อกล่าวหาอะไรเลย</p>
<p>Liu อายุ 55  ปี อดีตอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งถูกจับกุมและจองจำมาหลายปีแล้วสำหรับการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ดื้อดึงแต่ปราศจากความรุนแรงของเขา ในการเรียกร้องความเท่าเทียมด้านสิทธิเสรีภาพ รวมทั้งเสรีภาพในการแสดงออกรวมทั้งการตำหนิการปฏิบัติต่อทิเบตของจีนอย่างรุนแรง เขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมพิธีมอบรางวัลโนเบล และที่งานศพบิดาของเขาเมื่อตอนต้นปีนี้ เขาถูกสั่งห้ามไม่ให้พูดกับใครทั้งนั้น</p>
<p>แต่ถึงแม้ว่าจะมีคำสั่งให้เงียบในจีน แต่เสียงของเขาจะได้ยินอีกครั้งสำหรับซีกโลกตะวันตกด้วยการแปลชุดบทความและบทกวีของเขาเป็นภาษาอังกฤษเป็นครั้งแรก ซึ่งสำนักพิมพ์ Harvard University Press จะตีพิมพ์ในเดือนมกราคม ภายใต้ชื่อเรื่องว่า <em>No Enemies, No Hatred</em></p>
<p>หนังสือเล่มดังกล่าว มีความหนา 345 หน้า ได้รวมเอา &#8220;หลักฐาน&#8221; ที่ศาลใช้ประกอบการพิจารณาคดีลงโทษจำคุกเขาเอาไว้ด้วย โดยทางสำนักพิมพ์ได้อธิบายว่า หนังสือเล่มดังกล่าวเป็นเหมือนกับการอธิบายที่สำคัญจากคนวงในถึงความร่วมสมัยของประเทศจีนไปจนถึงการเปรียบเทียบมุมมองของวัฒนธรรของฝั่งตะวันออกและตะวันตก</p>
<p>หนังสือเล่มนี้ถูกจัดทำขึ้นโดยทีมนักแปลจำนวน 14 คน และเรียบเรียงโดย Perry Link ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ด้านวรรณกรรมเปรียบเทียบจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย โดยเขากล่าวว่า<em><span style="color: #3366ff;"> &#8220;ถึงแม้จะได้รับรางวัลโนเบล แต่ Liu รู้น้อยมากเกี่ยวกับตะวันตก งานเขียนเหล่านี้ได้นำเสนอผู้อ่านภาษาอังกฤษในทุกช่วงด้วยความเฉียบแหลมของ Liu รวมถึงการวิเคราะห์ที่ทะลุปรุโปร่ง ในเรื่องวัฒนธรรม การเมืองและสังคมของจีนทุกวันนี้&#8221;</span></em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><center><iframe style="width: 120px; height: 240px;" src="http://rcm.amazon.com/e/cm?lt1=_blank&amp;bc1=FFFFFF&amp;IS2=1&amp;bg1=f9e7c5&amp;fc1=000000&amp;lc1=00A5FF&amp;t=alltimeseller-20&amp;o=1&amp;p=8&amp;l=as4&amp;m=amazon&amp;f=ifr&amp;ref=ss_til&amp;asins=0674061470" frameborder="0" marginwidth="0" marginheight="0" scrolling="no" width="320" height="240"></iframe></center></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/no-enemies-no-hatred-selected-essays-and-poems/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จีนพบอนาคตของสื่อสิ่งพิมพ์แล้วหรือยัง ?</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9e/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9e/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 Nov 2011 13:34:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Critical Mass]]></category>
		<category><![CDATA[e-book]]></category>
		<category><![CDATA[freemium]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2652</guid>
		<description><![CDATA[มีเว็บไซต์ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานตัวเองหลายแห่ง ซึ่งผู้อ่านสามารถจ่ายเงินค่าบริการจำนวนเล็กน้อยเพื่อเข้าไปอ่านเนื้อเรื่องตอนล่าสุดของนักเขียนยอดนิยม ได้กลายเป็นความสำเร็จที่น่าตื่นเต้นในประเทศจีน และเกิดคำถามตามมาว่ามันทำได้จริง ๆ เหรอ?

การตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานตนเอง กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เราทุกคนต่างก็รู้ดี นักเขียนคนหนึ่งที่ตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานตนเองและขายได้หลายล้านเล่มผ่านทาง Kindle Store ของ Amazon เบียดนักเขียนคนอื่น ๆ ที่เขียนหนังสือเป็นเล่มให้หล่นไปจากอันดับหนังสือขายดีที่สุดในหมวด e-book

แต่คุณรู้หรือไม่ว่า เว็บไซต์ที่มีการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานตนเองนั้นได้ดึงดูดนักท่องเน็ตชาวจีนกว่า 40% ให้เข้ามายังเว็บไซต์เหล่านี้ทุก ๆ เดือน

รูปแบบการทำธุรกิจของสำนักพิมพ์เหล่านี้ เรียกว่า สำนักพิมพ์ Freemium คือมีเนื้อหาบางส่วนให้อ่านได้ฟรี และหากผู้อ่านต้องการอ่านต่อหรือต้องการเข้าใช้บริการมากกว่าเดิมก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกเล็กน้อย

จำนวนเว็บไซต์ที่ที่มีการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานตนเองมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยมีงานหลายพันชิ้นให้อ่านฟรีบนเว็บไซต์ไล่ไปตั้งแต่ วรรณคดีทางประวัติศาสตร์ไปจนถึงนวนิยายวิทยาศาสตร์ ที่เขียนขึ้นโดยนักเขียนในเว็บไซต์ของพวกเขา]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<h2><strong><span style="color: #ff9900;">จีนพบอนาคตของสื่อสิ่งพิมพ์แล้วหรือยัง ?</span></strong></h2>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2652/screen-shot-2554-11-09-at-8-32-28-pm"  rel="attachment wp-att-2655"><img class="alignleft size-medium wp-image-2655" style="border-style: initial; border-color: initial; border-width: 0px; margin: 5px;" title="Shandra" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/11/Screen-Shot-2554-11-09-at-8.32.28-PM-300x172.png" alt="Shandra" width="300" height="172" /></a>มีเว็บไซต์ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานตัวเองหลายแห่ง ซึ่งผู้อ่านสามารถจ่ายเงินค่าบริการจำนวนเล็กน้อยเพื่อเข้าไปอ่านเนื้อเรื่องตอนล่าสุดของนักเขียนยอดนิยม ได้กลายเป็นความสำเร็จที่น่าตื่นเต้นในประเทศจีน และเกิดคำถามตามมาว่ามันทำได้จริง ๆ เหรอ?</p>
<p>การตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานตนเอง กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เราทุกคนต่างก็รู้ดี นักเขียนคนหนึ่งที่ตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานตนเองและขายได้หลายล้านเล่มผ่านทาง Kindle Store ของ Amazon เบียดนักเขียนคนอื่น ๆ ที่เขียนหนังสือเป็นเล่มให้หล่นไปจากอันดับหนังสือขายดีที่สุดในหมวด e-book</p>
<p>แต่คุณรู้หรือไม่ว่า เว็บไซต์ที่มีการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานตนเองนั้นได้ดึงดูดนักท่องเน็ตชาวจีนกว่า 40% ให้เข้ามายังเว็บไซต์เหล่านี้ทุก ๆ เดือน</p>
<p>รูปแบบการทำธุรกิจของสำนักพิมพ์เหล่านี้ เรียกว่า สำนักพิมพ์ Freemium คือมีเนื้อหาบางส่วนให้อ่านได้ฟรี และหากผู้อ่านต้องการอ่านต่อหรือต้องการเข้าใช้บริการมากกว่าเดิมก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกเล็กน้อย</p>
<p>จำนวนเว็บไซต์ที่ที่มีการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานตนเองมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยมีงานหลายพันชิ้นให้อ่านฟรีบนเว็บไซต์ไล่ไปตั้งแต่ วรรณคดีทางประวัติศาสตร์ไปจนถึงนวนิยายวิทยาศาสตร์ ที่เขียนขึ้นโดยนักเขียนในเว็บไซต์ของพวกเขา</p>
<p>คำว่า Critical Mass หรือภาวะมวลวิกฤติอาจถูกนำมาใช้กับกรณีนี้ นักเขียนถูกรับเชิญให้กลายเป็นบุคคลสำคัญ และผู้อ่านต้องจ่ายเงินเพื่ออ่านตอนใหม่เพียงไม่กี่หยวนแต่การจ่ายเงินจำนวนเล็กน้อยของผู้อ่านเหล่านี้สามารถเป็นเงินหลายล้านหยวนได้ โดยหนังสือพิมพ์ China Daily ได้รายงานว่า นักเขียนคนหนึ่ง ชื่อ Huang Wei อายุเพียง 26 ปี สามารถตีิพิมพ์เผยแพร่ผลงานของตนเองทำเงินได้มากกว่า 1 ล้านหยวนต่อปี</p>
<p>Eric Abrahamsen นักแปลบทประพันธ์และที่ปรึกษาสำนักพิมพ์ที่มีสำนักงานอยู่ในปักกิ่ง กล่าวว่า &#8220;มันเป็นความบันเทิงที่บริสุทธิ์ งานเขียน ดาวน์โหลด อ่าน และลบทิ้ง ทั้งหมดนี้อยู่ในอัตราเร็วสูงสุด&#8221; เขายังเป็นคนเขียนจดหมายข่าวให้กับธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ของจีนที่ชื่อ Paper Republic ตามปกติแล้วงานเขียนเกือบทั้งหมดอยู่ในหมวดนวนิยาย มันเป็นงานเขียนที่ผลิตขึ้นโดยบรรดานักเขียนรุ่นเยาว์และมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้อ่านรุ่นเยาว์&#8221;</p>
<p>ตามรายงานบอกว่า Shanda Literature ซึ่งเป็นแผนกหนึ่งของ <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://news.ichinastock.com/2011/04/shanda-literature-ceo-our-subsidiary-has-become-china%E2%80%99s-top-private-publisher/" title="Shandra Interactive Entertainment"  target="_blank" rel="external nofollow">Shanda Interactive Entertainment</a></noindex> กำลังได้รับความนิยมมากที่สุดในบรรดาสำนักพิมพ์ออนไลน์ของจีน</p>
<p>Abrahamsen ไม่แน่ใจนัก เขาบอกว่า &#8220;ผู้อ่านชาวจีนไม่ค่อยรู้สึกดีเท่าไหร่นักกับการที่ต้องอ่านบนอุปกรณ์อย่างโทรศัพท์มือถือและบนหน้าจออื่น ๆ&#8221;</p>
<p>&#8220;สำหรับรูปแบบนี้ที่ใช้กันในฝั่งตะวันตกนั้น นักอ่านชาวตะวันตกต่างก็อยากมีอุปกรณ์ของตน พวกเขาเต็มใจที่จะอ่านตัวหนังสือจำนวนมากบนอุปกรณ์เหล่านั้น แม้ว่านานมาแล้วที่หน้าจอโทรศัพท์และหน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่เหมาะกับจุดประสงค์ในการอ่านสักเท่าไหร่ แต่การให้ความสะดวกสบายที่เพิ่มพูนมากขึ้นแก่ผู้อ่านอาจเปลี่ยนสิ่งนี้ไป&#8221;</p>
<p>เขายังเชื่อด้วยว่า เราต่างต้องการนักเขียนแนวต่าง ๆ ให้มากขึ้นด้วย จากเหตุผลที่ว่า &#8220;กุญแจที่นำไปสู่รูปแบบการผลิตงานอย่าง Shanda นั้นมาจากนักเขียนหลายพันคน ที่ช่วยกันเขียนงานด้วยความรวดเร็วในราคาถูก&#8221;</p>
<p>&#8220;ผมอยากจะบอกว่า แรงกระตุ้นสำหรับรูปแบบของชาวจีนในการทำงานในวงกว้างอยู่ที่นั่น แต่พวกเขายังต้องพัฒนาต่อไป ทั้งในแง่ของการเจาะกลุ่มเทคโนโลยีการอ่าน e-book และนักเขียนจำนวนมากมีความสุขในการเขียนงานเพื่อแลกกับเงินจำนวนเล็กน้อย&#8221;</p>
<p>ผมต้องพูดว่า ผมสนใจ หากคุณจดจ่อรอคอยที่จะอ่านเรื่องราวเหล่านั้น การจ่ายเงินจำนวนเล็กน้อยหมายความว่า มันควรง่ายพอที่จะตัดสินใจจ่ายเงินมากขึ้น แต่ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความมีคุณภาพ  คุณคิดว่ายังไง คุณอยากจ่ายเงินสำหรับนวนิยายตอนต่อไปหรือไม่ ?</p>
<p>เว็บไซต์ วรรณกรรมของจีนที่น่าสนใจ Qidian.com, Hongxiu.com, Jjwxc.net, and Rongshuxia.com.  ทั้งหมดล้วนถูก Shanda ซื้อกิจการหมดแล้ว</p>
<p><img class="aligncenter" title="Shandra" src="http://a.p.aiganggu.com/a07098bb0e2cba7fc4bdc35cbc7c8042.pic" alt="" width="600" height="292" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9e/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ห้องสมุด 33 แห่งในอังกฤษปิดตัวลง !</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94-33-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%9b/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94-33-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%9b/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 06 Nov 2011 10:29:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[CIPFA]]></category>
		<category><![CDATA[CLIP]]></category>
		<category><![CDATA[library]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2642</guid>
		<description><![CDATA[ ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com ห้องสมุดจำนวน 33 แห่งในอังกฤษเพิ่งปิดตัวลงเมื่อปีที่ผ่านมา ตามรายงานของ Chartered Institute of Public Finance and Accountancy (CIPFA) พบว่าสถิติของผู้เข้าใช้ห้องสมุดต่าง ๆ ทั่วประเทศลดลง ในขณะที่จำนวนห้องสมุดในอังกฤษลดลงจาก 4,612 แห่ง เหลือเพียง 4,579 แห่ง นับจากเดือน มีนาคม 2010 จนถึงเดือน มีนาคม 2011 คิดเป็น 0.7% ส่วนยอดผู้ใช้งานห้องสมุดก็ลดลงอย่างฮวบฮาบถึง 2.3%  มาอยู่ที่ 314.5 ล้านคนถึงแม้ว่าจะเพ่ิมมากกว่าเดิมที่เคยลดลงไปถึง 6.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่นานกว่า ซึ่งห้องสมุดต่าง ๆ ในอังกฤษเคยมีสถิติผู้ใช้งานรวมกัน 337.3 ล้านคนต่อปี เมื่อห้าปีก่อน ทางด้าน Alan Gibbons นักรณรงค์การใช้ห้องสมุด  กล่าวว่า &#8220;ถ้าหากชุมชนไม่รู้ว่าห้องสมุดเปิดเมื่อไหร่ เด็ก ๆ และผู้ใหญ่จะใช้ได้อย่างไร ?  เมื่อสมาชิกสภาได้ลดชั่วโมงทำการของห้องสมุดลงก็เท่ากับว่าพวกเขากำลังเริ่มต้นขมวดเกลียวของการลดลง&#8221; ตามรายงานของ CIPFA [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<p>ห้องสมุดจำนวน 33 แห่งในอังกฤษเพิ่งปิดตัวลงเมื่อปีที่ผ่านมา</p>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2642/screen-shot-2554-11-06-at-5-29-11-pm"  rel="attachment wp-att-2645"><img class="alignleft size-medium wp-image-2645" style="border-style: initial; border-color: initial; border-width: 0px; margin: 5px;" title="British Library" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/11/Screen-Shot-2554-11-06-at-5.29.11-PM-300x183.png" alt="British Library" width="300" height="183" /></a>ตามรายงานของ <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.cipfa.org.uk/" title="Chartered Institute of Public Finance and Accountancy"  target="_blank" rel="external nofollow">Chartered Institute of Public Finance and Accountancy (CIPFA)</a></noindex> พบว่าสถิติของผู้เข้าใช้ห้องสมุดต่าง ๆ ทั่วประเทศลดลง ในขณะที่จำนวนห้องสมุดในอังกฤษลดลงจาก 4,612 แห่ง เหลือเพียง 4,579 แห่ง นับจากเดือน มีนาคม 2010 จนถึงเดือน มีนาคม 2011 คิดเป็น 0.7% ส่วนยอดผู้ใช้งานห้องสมุดก็ลดลงอย่างฮวบฮาบถึง 2.3%  มาอยู่ที่ 314.5 ล้านคนถึงแม้ว่าจะเพ่ิมมากกว่าเดิมที่เคยลดลงไปถึง 6.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่นานกว่า ซึ่งห้องสมุดต่าง ๆ ในอังกฤษเคยมีสถิติผู้ใช้งานรวมกัน 337.3 ล้านคนต่อปี เมื่อห้าปีก่อน</p>
<p>ทางด้าน Alan Gibbons นักรณรงค์การใช้ห้องสมุด  กล่าวว่า &#8220;ถ้าหากชุมชนไม่รู้ว่าห้องสมุดเปิดเมื่อไหร่ เด็ก ๆ และผู้ใหญ่จะใช้ได้อย่างไร ?  เมื่อสมาชิกสภาได้ลดชั่วโมงทำการของห้องสมุดลงก็เท่ากับว่าพวกเขากำลังเริ่มต้นขมวดเกลียวของการลดลง&#8221;</p>
<p>ตามรายงานของ CIPFA จำนวนหนังสือที่มีไว้ให้บริการแก่ผู้ใช้ห้องสมุดในปีนี้นับจนถึงเดือนมีนาคม 2011  ลดลงเกือบ 3%  จากที่เคยมี 300.2 ล้านชื่อเรื่อง โดยเฉพาะในหมวดหนังสือทั่วไปที่ลดลงอย่างมากถึง 5.7% ตามมาด้วยหมวดสารคดี ที่ลดลงมา 3.8%  ส่วนทางด้านวรรณกรรมเยาวชนนั้น เป็นเพียงหมวดเดียวที่มีหัวเรื่องเพิ่มขึ้นเล็กน้อยคิดเป็น 0.4%  เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 81.6 ล้านชื่อเรื่อง</p>
<p>ส่วนยอดซื้อหนังสือใหม่เข้าห้องสมุดนั้นก็ลดลงด้วย โดยในหมวดสารคดีเป็นหมวดที่ลดลงมากที่สุดถึง 13.7% ตามมาด้วยหมวดนวนิยาย ลดลงมา 7.4% และวรรณกรรมเยาวชนลดลงมา 7%</p>
<p>นอกจากนี้ Gibbons ยังกล่าวด้วยว่า ตัวเลขดังกล่าว &#8220;ช่วยย้ำให้ตระหนักถึงภาพรวมของการให้บริการที่อ่อนแอต่อการที่รัฐบาลและผู้มีอำนาจในท้องถิ่นตัดลดงบประมาณ&#8221; เขาบอกว่า &#8220;เรื่องประหลาดก็คือว่าการให้บริการของห้องสมุดนั้นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญแต่รัฐบาลกลับเพิกเฉย&#8221;</p>
<p>ทางด้าน <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.cilip.org.uk/" title="CLIP"  target="_blank" rel="external nofollow">CILIP</a></noindex>  ได้ประเมินว่า บรรณารักษ์ราว 600  คนทั่วเกาะอังกฤษกำลังตกอยู่ในภาวะถูกคุกคาม เนื่องจากการตัดลดงบประมาณลงและการปิดตัวของห้องสมุดหลายแห่งเมื่อปีที่ผ่านมา</p>
<p>CIPFA  กล่าวว่า &#8220;เมื่อชุมชนต่าง ๆ ทั่วเกาะอังกฤษต่างหันมาสนับสนุนห้องสมุดในท้องถิ่นของพวกเขา โดยการเป็นอาสาสมัครเพื่อช่วยให้ห้องสมุดเปิดทำการได้ ทำให้จำนวนของอาสาสมัครที่ทำงานในห้องสมุดเพ่ิมขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเพิ่มขึ้นถึง 22.3% โดยในปีที่ผ่านมามีอาสาสมัครที่ช่วยทำงานในห้องสมุดทั้งหมดจำนวน 21,462 คนและทำให้ตัวเลขของการจ้างงานของห้องสมุดลดลง 4.3%</p>
<p>การใช้อาสาสมัครนี้เหมือนเป็นเกณฑ์วัดอย่างหนึ่งเพื่อทำให้ห้องสมุดเปิดทำการได้นั้น ถูกวิพากวิจารณ์กันอย่างกว้างขวางโดยนักรณรงค์การใช้ห้องสมุด</p>
<p>โดย Philip Pullman กล่าวว่า &#8220;ใครคือคนเหล่านี้ที่ชีวิตของพวกเขาแสนว่างเปล่า เวลาของพวกเขากระจายไปเบื้องหน้าของพวกเขาเหมือนกับที่ราบกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาในเอเชียกลาง เป็นคนที่ไม่มีครอบครัวให้ต้องดูแล ไม่มีงานทำ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร และพวกเขาก็ร่ำรวยมากจนสามารถใช้เวลาหลายชั่วโมงในทุก ๆ สัปดาห์ของพวกเขาทำงานโดยที่ไม่ได้อะไรเลย งั้นหรือ?</p>
<p>ทางด้าน Andrew Motion กล่าวว่า &#8220;การใช้อาสาสมัครเหล่านี้มากกว่าพนักงานที่เชี่ยวชาญ อาจนำไปสู่ตอนอวสานได้&#8221;</p>
<p>Gibbons กล่าวว่า &#8220;การเติบโตของตัวเลขการยืมหนังสือของเด็ก ๆ แสดงให้เห็นว่าสถานที่แห่งใดกันที่มีการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ &#8221;</p>
<p>นอกจากหนังสือแล้ว จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ห้องสมุดต่าง ๆ ก็ลดลงด้วยเช่นกัน ตามรายงานของ CIPFA พบว่า ยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ลดลง 4.7% มาอยู่ที่ 114.7 ล้านคน ในปี 2010/2011  แต่ยังถือว่าเพิ่มขึ้นจากเมื่อสี่ปีที่แล้วในปี 2006/2007 ที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ห้องสมุดต่างๆ  รวมกันเพียง 64 ล้านคน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อ้างอิงข้อมูลจาก www.guardian.co.uk</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94-33-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%9b/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตลาดเคสโทรศัพท์มูลค่า 436 ล้านเหรียญฯ</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%a0%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-436-%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%a0%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-436-%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Oct 2011 04:24:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone 4S case]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2601</guid>
		<description><![CDATA[ ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com หลายสัปดาห์ ก่อนที่จะ Apple จะเปิดตัว iPhone 4S นั้น Tim Hickman จดจ่ออยู่กับข่าวลือเกี่ยวกับอุปกรณ์ดังกล่าว เขาเป็นเจ้าของ Hard Candy Cases ซึ่งเป็นผู้ผลิตเคสสำหรับโทรศัพท์มือถือและเขาตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะผลิตเคสโทรศัพท์สำหรับ iPhone หลังจากหุ้นส่วนผู้ผลิตจากจีน จำนวน 3 ราย ได้ส่งรายละเอียดตัวอย่างแบบสามมิติ ของ iPhone  ที่มีความกว้างมากขึ้น ปุ่ม home ลักษณะรีเหมือนเม็ดยา และเรียวลงไปทางด้านหลัง Hickman จึงตัดสินใจคว้าโอกาสนี้ เขาจ่ายเงินไป 50,000 เหรียญฯ เป็นค่าทำแม่พิมพ์โลหะสำหรับการผลิตเคส iPhone รุ่นใหม่นี้ และในเช้าวันที่ Apple ประกาศเปิดตัว iPhone  เขาก็เริ่มได้รับคำสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ของเขา แต่ทว่าการเสี่ยงดวงของเขาในครั้งนี้ ไม่เป็นไปตามที่คิด เนื่องจาก iPhone 4S ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงการออกแบบภายนอกแต่อย่างใด ปุ่ม  Home ก็ยังคงเป็นวงกลมไม่ได้เป็นวงรีอย่างที่เขาได้รับข้อมูล ตรงนี้ทำให้ Hickman  สูญเงินไปทันที 50,000 เหรียญฯ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2601/screen-shot-2554-10-31-at-8-11-17-pm"  rel="attachment wp-att-2636"><img class="alignleft size-medium wp-image-2636" style="border-style: initial; border-color: initial; border-width: 0px; margin: 5px;" title="Hard Candy Cases" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/10/Screen-Shot-2554-10-31-at-8.11.17-PM-300x234.png" alt="Hard Candy Cases" width="300" height="234" /></a>หลายสัปดาห์ ก่อนที่จะ Apple จะเปิดตัว iPhone 4S นั้น Tim Hickman จดจ่ออยู่กับข่าวลือเกี่ยวกับอุปกรณ์ดังกล่าว เขาเป็นเจ้าของ Hard Candy Cases ซึ่งเป็นผู้ผลิตเคสสำหรับโทรศัพท์มือถือและเขาตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะผลิตเคสโทรศัพท์สำหรับ iPhone</p>
<p>หลังจากหุ้นส่วนผู้ผลิตจากจีน จำนวน 3 ราย ได้ส่งรายละเอียดตัวอย่างแบบสามมิติ ของ iPhone  ที่มีความกว้างมากขึ้น ปุ่ม home ลักษณะรีเหมือนเม็ดยา และเรียวลงไปทางด้านหลัง Hickman จึงตัดสินใจคว้าโอกาสนี้</p>
<p>เขาจ่ายเงินไป 50,000 เหรียญฯ เป็นค่าทำแม่พิมพ์โลหะสำหรับการผลิตเคส iPhone รุ่นใหม่นี้ และในเช้าวันที่ Apple ประกาศเปิดตัว iPhone  เขาก็เริ่มได้รับคำสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ของเขา แต่ทว่าการเสี่ยงดวงของเขาในครั้งนี้ ไม่เป็นไปตามที่คิด เนื่องจาก iPhone 4S ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงการออกแบบภายนอกแต่อย่างใด ปุ่ม  Home ก็ยังคงเป็นวงกลมไม่ได้เป็นวงรีอย่างที่เขาได้รับข้อมูล ตรงนี้ทำให้ Hickman  สูญเงินไปทันที 50,000 เหรียญฯ</p>
<p>เมื่อความนิยมในตัวสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว Apple ได้รับยอดจองสั่งซื้อ iphone 4S มากกว่า 1 ล้านเครื่องภายในวันเดียว เปรียบเทียบกับเมื่อตอนเปิดตัว iPhone4 ที่มียอดจองสั่งซื้อ 600,000 เครื่องภายในวันเดียว ส่งผลให้ธุรกิจของการทำเคส iPhone ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการป้องกันตัวเครื่องหรือเพื่อความสวยงามกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น</p>
<p>ตามรายงานของ NPD Group ระบุว่า ในรอบ 12 เดือนนับจากเดือนสิงหาคมของปีก่อน ผู้บริโภคใช้เงินมากกว่า 436 ล้านเหรียญฯ ในการซื้อเคสโทรศัพท์มือถือ เพิ่มขึ้น 33% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน</p>
<p>ผู้ผลิต iPhone  ไม่เต็มใจที่จะระบุคุณลักษณะของเครื่องล่วงหน้า บริษัทที่ทำเคสต้องอาศัยข่าวลือ ความลับที่รั่วไหลจากโรงงานและการคาดการณ์อย่างคร่าว ๆ จากแหล่งอื่นที่ได้ประเมินหน้าตา iPhone 4S นี้ ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ</p>
<p>Karl Jacob ซีอีโอของ Coveroo บริษัทผู้ผลิตเคส กล่าวว่า &#8221; ถ้าหากคุณมีความสามารถในการพินิจพิเคราะห์ที่ดี มีการประเมินรวมทั้งการวางแผนที่ถูกต้อง คุณสามารถผลิตรอได้เลย  ถ้าหากบริษัทเดาถูก ก็แปลว่าในขณะที่คนอื่นๆ  กำลังอยู่ระหว่างการผลิต คุณก็มีสินค้ากว่า 100,000 ชิ้นอยู่ระหว่างการจัดส่งจากจีนมาแล้ว แต่ถ้าหากเดาผิด ก็หมายความว่า &#8220;มีความเสี่ยงที่จะสูญเงินหลายล้านดอลลาร์ในการสร้างสต็อกสินค้าที่ไม่สร้างมูลค่า&#8221;</p>
<p>ก่อนหน้านี้การเสี่ยงแบบนี้ได้ทำให้ Hard Candy ล้ำหน้ากว่าใคร เมื่อมีการเปิดตัว iPod touch รุ่นใหม่ในเดือนกันยายน 2010  บริษัทมีสินค้าพร้อมขายภายใน 1 สัปดาห์หลังจากการเปิดตัว นั่นเป็นไปได้เพราะว่าหุ้นส่วนผู้ผลิตต่างประเทศรู้ข่าวรั่วไหลของการออกแบบหลายเดือนล่วงหน้า การจ่ายสินบนอาจมีนัยสำคัญ ราคาเคสของ Hard Candy ขั้นต่ำคือ 30 เหรียญฯ และกำไรขั้นต้นเฉลี่ยราว 60%-65% ตามการอ้างอิงของ Hickman เขาคาดหวังว่ารายรับประจำปีจะเลย 50 ล้านเหรียญฯ ไปในปี 2013</p>
<p>Hickman กล่าวว่า เขาไม่ได้จ่ายเงินเพื่อคุณสมบัติเหล่านั้น โรงงานหลายแห่งในเสิ่นเจิ้นและกว่างโจวต่างมีความหวังในการทำธุรกิจกับเขา เขาปฏิเสธที่จะบอกชื่อหุ้นส่วนชาวเอเชียเพียงแต่กล่าวว่าพวกเขาคือโรงงานเดียวกันกับที่ผลิตสินค้าให้คู่แข่ง อย่าง Cae-Mate , Speck Products และ Incase</p>
<p>ทางด้าน Speck และ Incase ปฏิเสธว่าไม่ได้ใช้ข้อมูลรั่วไหลเรื่องการดีไซน์ ส่วน Case-Mate ปฏิเสธที่จะให้ความเห็น แต่ในช่วงกลางเดือนกันยายนพวกเขาได้โพสต์รูปเคสสำหรับ iPhone แบบใหม่ที่มีขนาดบางกว่าเดิมเหมือนกันกับต้นแบบของ Hard Candy แต่หลังจากที่มีคนที่เขียนบล็อกเกี่ยวกับเทคโนโลยีสังเกตเห็น พวกเขาก็เอารูปเหล่านั้นออกจากเว็บไซต์</p>
<p>ทางด้านผู้ผลิตเคสที่ทำธุรกิจสไตล์ไม่หวือหวาส่วนใหญ่ต่างบอกว่า พวกเขารอรายละเอียดอย่างเป็นทางการก่อน โดย Dave Gatto ซีอีโอ ของ Incase  กล่าวว่า &#8221; มันสำคัญอย่างมากในการทำมันให้ถูกต้องเหมาะสมมากกว่าที่จะมีมันเป็นคนแรก&#8221;</p>
<p>Irene Baran ซีอีโอ ของ Speck กล่าวว่า เราไม่รู้ว่าอะไรที่จะเจาะตลาดได้ &#8220;เราฟังข่าวลือเหมือนกันกับคนอื่น ๆ และเดาอย่างมีหลักการ&#8221; ผู้บริหารของบริษัทหลายคนก็รู้จัก Hickman ซึ่งเคยทำงานที่ Speck มาก่อนหลังจากนั้นเขาได้ลาออกไปในปี 2006 เพื่อตั้งบริษัทคู่แข่งที่ชื่อ Hard Candy โดย Rusty Everett รองประธานฝ่ายขายของ Speck กล่าวว่า &#8220;เขาเป็นที่รู้จักในเรื่องของการทำอะไรเสี่ยง  ๆ ถ้าหากว่าผมเป็นหนึ่งในผู้ลงทุนของเขาแล้วละก็ ผมคงประสาทกินแน่ ๆ &#8221;</p>
<p>อ้างอิงข้อมูลจาก  www.businessweek.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%a0%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-436-%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หนังสือชีวประวัติของ สตีฟ จ๊อบส์</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b8%9f-%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b8%9f-%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 12 Oct 2011 10:03:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Apple]]></category>
		<category><![CDATA[Benjamin Franklin]]></category>
		<category><![CDATA[Elaine Petrocelli]]></category>
		<category><![CDATA[Henry Kissinger]]></category>
		<category><![CDATA[iSteve: The Book of Jobs]]></category>
		<category><![CDATA[Steve Jobs]]></category>
		<category><![CDATA[Walter Isaacson]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2582</guid>
		<description><![CDATA[ ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงของคืนวันพุธ หนังสือชีวประวัติของ Steve Jobs ที่กำลังจะวางแผงของผู้แต่ง  Walter Isaacson  ก็พุ่งขึ้นเป็นหนังสือขายดีที่สุดบน Amazon.com  จากอันดับที่ 384 มาเป็น อันดับ 1 ในเช้าของวันพฤหัสบดี ผู้ซื้อรายหนึ่งที่ร้าน Powell&#8217;s Books ในเมือง Portland รัฐ Oregon ได้สั่งหนังสือเล่มดังกล่าวถึง 5oo เล่ม ส่วนทางด้านสำนักพิมพ์ Simon &#38; Schuster กล่าวว่า ได้เร่งระยะเวลาการวางแผงให้ใกล้เข้ามา จากวันที่ 21 พฤศจิกายน เป็น วันที่ 24 ตุลาคมและพอถึงตอนบ่าย อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ก็ต้องตกตะลึงกับความแรงของหนังสือเล่มนี้ เพียงแค่ขึ้นหัวเรื่องว่า &#8220;Steve Jobs&#8221; หลายสัปดาห์ก่อนออกวางจำหน่าย Patricia Bostelman รองประธานฝ่ายการตลาดของ  Barnes &#38; Noble  กล่าวว่า &#8220;เราคิดว่านี่เป็นหนังสือกลุ่มผู้ใหญ่ที่ไม่ได้อยู่ในหมวดนวนิยายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปี&#8221; ทางด้านผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจนี้ กล่าวว่า &#8220;มันง่ายมากที่จะขายหนังสือเล่มนี้หลายล้านเล่มในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวเล่ม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2582/screen-shot-2554-10-12-at-5-09-26-pm"  rel="attachment wp-att-2587"><img class="alignleft size-medium wp-image-2587" style="margin: 5px;" title="Steve Jobs" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/10/Screen-Shot-2554-10-12-at-5.09.26-PM-300x204.png" alt="Steve Jobs" width="300" height="204" /></a>ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงของคืนวันพุธ หนังสือชีวประวัติของ Steve Jobs ที่กำลังจะวางแผงของผู้แต่ง  <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://topics.nytimes.com/top/reference/timestopics/people/i/walter_isaacson/index.html?inline=nyt-per" title="More articles about Walter Isaacson."  rel="external nofollow">Walter Isaacson</a></noindex>  ก็พุ่งขึ้นเป็นหนังสือขายดีที่สุดบน Amazon.com  จากอันดับที่ 384 มาเป็น อันดับ 1 ในเช้าของวันพฤหัสบดี ผู้ซื้อรายหนึ่งที่ร้าน Powell&#8217;s Books ในเมือง Portland รัฐ Oregon ได้สั่งหนังสือเล่มดังกล่าวถึง 5oo เล่ม ส่วนทางด้านสำนักพิมพ์ Simon &amp; Schuster กล่าวว่า ได้เร่งระยะเวลาการวางแผงให้ใกล้เข้ามา จากวันที่ 21 พฤศจิกายน เป็น วันที่ 24 ตุลาคมและพอถึงตอนบ่าย อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ก็ต้องตกตะลึงกับความแรงของหนังสือเล่มนี้ เพียงแค่ขึ้นหัวเรื่องว่า &#8220;Steve Jobs&#8221; หลายสัปดาห์ก่อนออกวางจำหน่าย</p>
<p>Patricia Bostelman รองประธานฝ่ายการตลาดของ  Barnes &amp; Noble  กล่าวว่า &#8220;เราคิดว่านี่เป็นหนังสือกลุ่มผู้ใหญ่ที่ไม่ได้อยู่ในหมวดนวนิยายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปี&#8221;</p>
<p>ทางด้านผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจนี้ กล่าวว่า &#8220;มันง่ายมากที่จะขายหนังสือเล่มนี้หลายล้านเล่มในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวเล่ม หนังสือเสียง และ e-book อย่างเมื่อปีที่แล้ว หนังสือไดอารีของ George W. Bush ชื่อ &#8220;Decision Point&#8221;  ขายได้มากกว่าสามล้านเล่ม ถือได้ว่าเป็นจำนวนที่มหาศาลสำหรับธุรกิจสิ่งพิมพ์</p>
<p>ความจูงใจของหนังสือส่วนใหญ่มาจาก การให้สัญญาว่าจะเป็นการเล่าถึงชีวิตส่วนตัวของ สตีฟ จ็อบส์  เนื่องจากภาพลักษณ์ของ Jobs ที่จะออกสู่สายตาของสาธารณะชนถูกควบคุมอย่างเคร่งครัด แต่ในการพบกับผู้ซื้อหนังสือ  Isaacson ได้สัญญาว่าหนังสือเล่มนี้จะพูดถึงแง่มุมส่วนตัวในชีวิต Steve Jobs  รวมถึงเรื่องราวในวัยเด็กและตอนย่างเข้าวัยรุ่นที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อน ไม่ได้มีแต่เรื่องราวทางธุรกิจของเขาเท่านั้น</p>
<p>Isaacson ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้นั้นยังเคยเขียนหนังสือชีวประวัติของ Benjamin Franklin และ Henry Kissinger มาก่อนหน้านี้ด้วย</p>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2582/screen-shot-2554-10-12-at-5-11-00-pm"  rel="attachment wp-att-2588"><img class="alignleft size-full wp-image-2588" style="margin: 5px;" title="Steve Jobs [Hardcover]" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/10/Screen-Shot-2554-10-12-at-5.11.00-PM.png" alt="Steve Jobs [Hardcover]" width="193" height="295" /></a>ทางด้าน Elaine Petrocelli เจ้าของร้านหนังสือ Book Passage  กล่าวว่า &#8220;ฉันคิดว่า เหตุผผลที่คิดว่าหนังสือเล่มนี้กำลังจะมีความสำคัญอย่างมากนั้นก็คือว่า มันไม่ได้เป็นหนังสือที่เขียนรวดเดียวจบ แต่เป็นหนังสือที่ Isaacson  ได้ทำงานอย่างต่อเนื่องและใช้ความรู้ทั้งหมดที่มีของเขาเพื่อให้ได้เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ นอกจากนี้แล้วมันยังเหมาะกับกลุ่่มผู้อ่านในวงกว้าง ไม่เพียงแต่เฉพาะกับผู้ที่สนใจชื่นชอบเรื่องราวเกี่ยวกับเทคโนโลยีเท่านั้น &#8221;</p>
<p>&#8220;ลูก ๆ ของฉันที่กำลังเริ่มต้นทำงานต่างก็ชื่นชอบในตัว Steve และพวกเขาต้องการที่จะอ่านมันรวมทั้งตัวฉันเองด้วย  ฉันเห็นว่ามันเป็นของขวัญวันคริสมาสต์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด ฉันคิดว่าทุกคนต่างก็ต้องการที่จะอ่านหนังสือเล่มนี้&#8221;</p>
<p>ถึงแม้ว่ามีการต่อต้านแนวความคิดของ Apple อยู่บ้างในเมือง Portland  แต่ Gerry Donaghy ผู้ซื้อหนังสือที่ร้าน Powell’s กล่าวว่า เขาคาดว่าหนังสือเล่มดังกล่าวจะขายได้หลายร้อยเล่ม แม้จะมีการลดราคาหนังสือปกแข็งจากราคาปกที่ตั้งไว้ 35 เหรียญฯ เพียงเล็กน้อย&#8221;</p>
<p>เขาเขียนในอีเมล์ว่า &#8221; มีคำกล่าวปฏิเสธมากมายเกี่ยวกับ &#8220;แนวความคิดของ Apple&#8221; และอะไรทำนองนี้ แต่เมื่อสื่อยักษ์ใหญ่ประโคมข่าวว่า Steve ได้เปลี่ยนความสัมพันธ์ของผู้บริโภคกับคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี เพลงและภาพยนตร์ได้อย่างไร  ผมคิดว่ายังมีคนอีกจำนวนมากที่สนใจในเรื่องนี้&#8221;</p>
<p>ความสนใจที่มีต่อหนังสือเล่มนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในหัวเมืองใหญ่ ๆ เท่านั้น  โดย Jessilynn Norcross เจ้าของร้านขายหนังสือ McLean &amp; Eakin ในเมือง Petoskey รัฐ Michigan กล่าวว่า ทางร้านเพิ่งพิมพ์โปสเตอร์ขนาดเล็กเพื่อไว้แขวนให้กับผู้ลงทะเบียน ซึ่งเป็นการเผยแพร่หนังสือให้กับสาธารณะชนอีกทางหนึ่ง  บนโปสเตอร์มีข้อความว่า &#8220;iSad <img src='http://www.herothailand.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_sad.gif' alt=':(' class='wp-smiley' /> .&#8221;</p>
<p>เธอกล่าวว่า &#8220;หากใครต้องการสั่งซื้อหนังสือ นี่เป็นแนวทางของเราในการบอกกับพวกเขาเกี่ยวกับหนังสืออย่างไม่น่าเกลียด คุณรู้ได้เลยว่าลูกค้ากำลังต้องการอะไร&#8221;</p>
<p>Isaacson เคยทำงานร่วมกับ Steve ซึ่งได้อนุญาตให้เขาสัมภาษณ์กว่า 40 ครั้ง ในช่วงสองปีมานี้ระหว่างที่ Steve ต้องต่อสู้กับมะเร็งตับอ่อน</p>
<p>Isaacson เป็นซีอีโอของ Aspen Institute และยังคงเป็นผู้สัมภาษณ์สมาชิกในครอบครัวของ Steve และเพื่อนร่วมงานของเขา</p>
<p>เมื่อเดือนเมษายน สำนักพิมพ์  Simon &amp; Schuster  ได้ประกาศว่าจะพิมพ์หนังสือโดยใช้ชื่อหนังสือว่า &#8220;iSteve: The Book of Jobs&#8221; และวางแผนออกวางจำหน่ายในปี 2012  ต่อมาทางสำนักพิมพ์ได้ย่นเวลาการวางจำหน่ายให้เร็วขึ้นเป็นเดือนพฤศจิกายน  ปีนี้และเปลี่ยนชื่อหนังสือเป็น  &#8221;Steve Jobs&#8221;</p>
<p>ทางด้านสำนักพิมพ์ กล่าวว่า &#8221; Steve ไม่ได้ถามถึงเนื้อหาในเล่มเพื่อที่จะดูว่ามีอะไรที่ไม่เหมาะสม เขากล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า  &#8221;บางครั้งก็ดูจะโหดร้ายไปหน่อยกับคนที่เขาทำงานด้วยและต่อต้านการแข่งขัน&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อ้างอิงจาก  www.nytimes.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b8%9f-%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ซีอีโอ Alibaba ต้องการซื้อ Yahoo</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%ad-alibaba-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-yahoo/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%ad-alibaba-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-yahoo/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 Oct 2011 16:24:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Alibaba.com]]></category>
		<category><![CDATA[Jack Ma]]></category>
		<category><![CDATA[Yahoo]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2567</guid>
		<description><![CDATA[ ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com ในการพูดที่ Stanford University  Jack Ma ซีอีโอและประธานกรรมการของ Alibaba ได้กล่าวว่า &#8220;เรามีความสนใจอย่างมากที่จะซื้อกิจการทั้งหมดของ Yahoo&#8221; ตามข้อมูลจากเว็บไซต์  www.allthingsd.com  เขาได้กล่าวว่า &#8220;เรามีความสนใจอย่างมากที่จะซื้อกิจการทั้งหมดของ Yahoo  ซึ่งตัว Alibaba group ของเราเองและ Yahoo ต่างก็มีความสำคัญต่อกัน หากใครก็ตามที่สนใจจะซื้อกิจการของ Yahoo จริง ๆ ต้องมาคุยกับเรา&#8221; Alibaba ก่อตั้งขึ้นในปี  1998 เป็นกลุ่มธุรกิจส่วนตัวที่เน้นทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในจีน ซึ่งกลุ่มนี้อาจเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นตลาดกลางออนไลน์สำหรับคู่ค้าระดับธุรกิจต่อธุรกิจทั้งระหว่างประเทศและในประเทศ นอกจากนี้แล้ว Alibaba group ยังมีธุรกิจค้าปลีกและบริษัทรับชำระเงินระบบค้นหาสินค้าและให้บริการศูนย์ข้อมูลด้วยระบบ Cloud อีกด้วย อย่างที่ได้กล่าวในตอนต้น Alibaba Group มีพนักงานมากกว่า 22,000 คน ในกว่า 70 เมืองตามภูมิภาคต่าง  ๆ  มีสำนักงานอยู่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลี ไต้หวัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><br/></p>
<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2567/screen-shot-2554-10-03-at-11-31-46-pm"  rel="attachment wp-att-2570"><img class="alignleft size-medium wp-image-2570" style="margin: 5px;" title="Yahoo" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/10/Screen-Shot-2554-10-03-at-11.31.46-PM-300x177.png" alt="Yahoo" width="300" height="177" /></a>ในการพูดที่ Stanford University  Jack Ma ซีอีโอและประธานกรรมการของ Alibaba ได้กล่าวว่า &#8220;เรามีความสนใจอย่างมากที่จะซื้อกิจการทั้งหมดของ Yahoo&#8221;</p>
<p>ตามข้อมูลจากเว็บไซต์  www.allthingsd.com  เขาได้กล่าวว่า &#8220;เรามีความสนใจอย่างมากที่จะซื้อกิจการทั้งหมดของ Yahoo  ซึ่งตัว Alibaba group ของเราเองและ Yahoo ต่างก็มีความสำคัญต่อกัน หากใครก็ตามที่สนใจจะซื้อกิจการของ Yahoo จริง ๆ ต้องมาคุยกับเรา&#8221;</p>
<p>Alibaba ก่อตั้งขึ้นในปี  1998 เป็นกลุ่มธุรกิจส่วนตัวที่เน้นทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในจีน ซึ่งกลุ่มนี้อาจเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นตลาดกลางออนไลน์สำหรับคู่ค้าระดับธุรกิจต่อธุรกิจทั้งระหว่างประเทศและในประเทศ นอกจากนี้แล้ว Alibaba group ยังมีธุรกิจค้าปลีกและบริษัทรับชำระเงินระบบค้นหาสินค้าและให้บริการศูนย์ข้อมูลด้วยระบบ Cloud อีกด้วย</p>
<p>อย่างที่ได้กล่าวในตอนต้น Alibaba Group มีพนักงานมากกว่า 22,000 คน ในกว่า 70 เมืองตามภูมิภาคต่าง  ๆ  มีสำนักงานอยู่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลี ไต้หวัน อินเดีย อังกฤษและสหรัฐฯ  ปัจจุบัน Yahoo ถือหุ้นอยู่ใน Alibaba.com ซึ่งเป็นธุรกิจส่วนหนึ่งของกลุ่มอยู่ราว 40%</p>
<p>ทางด้าน Yahoo ได้บอกเมื่อช่วงต้นเดือนนี้ว่า กำลังเจรจาการควบรวมกิจการหรืออยู่ระหว่างหารือการขายกิจการให้กับ Aol   แต่ตามรายงงานของ Aol  บอกว่า Tim Armstrong ซีอีโอของ Aol ได้ทำข้อตกลงกับตัวแทนของ Allen &amp; Co. ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ทำงานให้กับ Yahoo เช่นกัน</p>
<p>สถานะของ Yahoo เริ่มสั่นคลอนมากขึ้นตั้งแต่การปลดอดีตซีอีโอ Carol Bartz  และตอนนี้ก็กำลังมองหาซีอีโอคนใหม่</p>
<p>ย้อนกลับไปในเดือน สิงหาคม ปี 2005  Yahoo ได้ประกาศข้อตกลงในการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระยะยาวกับ Alibaba Group ในจีน ภายใต้เงื่อนไขและข้อตกลงว่า Yahoo ยกธุรกิจของ Yahoo ในจีนให้ Alibaba.com เป็นผู้ดูแลและทั้งสองบริษัทได้ทำงานร่วมกันเพื่อทำแบรนด์ Yahoo ให้เติบโตในจีน</p>
<p>นอกจากนี้ Yahoo ยังได้ลงทุนกว่า 1 พันล้านเหรียญในการซื้อหุ้นของ Alibaba.com ทำให้ Yahoo ถือหุ้น 40% และมีสิทธิในการลงคะแนนได้ 35% ถือว่าเป็นผู้ลงทุนทางยุทธศาสตร์ทีใหญ่ที่สุดใน Alibaba.com</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อ้างอิงข้อมูลจาก www.venturebeat.com<br />
<br/></p>
<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%ad-alibaba-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-yahoo/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Kindle Fire ดัดแปลงมาจาก Android</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/kindle-fire-%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-android/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/kindle-fire-%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-android/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 Oct 2011 14:20:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Amazon Appstore]]></category>
		<category><![CDATA[Amazon Kindle Fire]]></category>
		<category><![CDATA[Amazon Silk]]></category>
		<category><![CDATA[android]]></category>
		<category><![CDATA[Barnes & Noble]]></category>
		<category><![CDATA[Honeycomb]]></category>
		<category><![CDATA[iOS]]></category>
		<category><![CDATA[Nook Color]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2554</guid>
		<description><![CDATA[&#160;  ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com อีกด้านหนึ่งของ Amazon Kindle Fire ที่ทางทีมงานของ Amazon ไม่ค่อยได้พูดถึงกันสักเท่าไหร่นักก็คือ Kindle Fire  นั้นทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android Amazon ไม่ได้ซ่อนความจริงที่ว่า Kindle  Fire นั้นทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android และผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลด app ได้จาก Appstore ของ Amazon ได้ แต่ข้อความที่ส่งออกไปค่อนข้างชัดเจนคือ นี่ไม่ใช่อุปกรณ์ Android แต่เป็นอุปกรณ์ของ Amazon John Gruber ได้เขียนไว้ในบล็อกของเขาว่า มีการกล่าวถึง Android เพียงแค่ในหน้าแนะนำสินค้าของ Kindle Fire เพื่ออ้างอิงถึง Amazon Appstore เท่านั้น เมื่อ Amazon เปิดัว Appstore สำหรับ Android  ของพวกเขาเมื่อเดือนมีนาคม บางคนถึงกับแปลกใจว่าทำไม Amazon ถึงต้องยุ่งยากในการสร้างทางเลือกสำหรับตลาด Android แล้วตอนนี้เหตุผลก็เป็นที่ชัดเจนว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2554/screen-shot-2554-10-03-at-9-13-12-pm"  rel="attachment wp-att-2559"><img class="alignleft size-medium wp-image-2559" style="border-style: initial; border-color: initial; border-image: initial; border-width: 0px; margin: 5px;" title="Kindle Fire" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/10/Screen-Shot-2554-10-03-at-9.13.12-PM-300x288.png" alt="Kindle Fire" width="300" height="288" /></a>อีกด้านหนึ่งของ Amazon Kindle Fire ที่ทางทีมงานของ Amazon ไม่ค่อยได้พูดถึงกันสักเท่าไหร่นักก็คือ Kindle Fire  นั้นทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android</p>
<p>Amazon ไม่ได้ซ่อนความจริงที่ว่า Kindle  Fire นั้นทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android และผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลด app ได้จาก Appstore ของ Amazon ได้ แต่ข้อความที่ส่งออกไปค่อนข้างชัดเจนคือ นี่ไม่ใช่อุปกรณ์ Android แต่เป็นอุปกรณ์ของ Amazon</p>
<p>John Gruber ได้เขียนไว้ในบล็อกของเขาว่า มีการกล่าวถึง Android เพียงแค่ในหน้าแนะนำสินค้าของ Kindle Fire เพื่ออ้างอิงถึง Amazon Appstore เท่านั้น</p>
<p>เมื่อ Amazon เปิดัว Appstore สำหรับ Android  ของพวกเขาเมื่อเดือนมีนาคม บางคนถึงกับแปลกใจว่าทำไม Amazon ถึงต้องยุ่งยากในการสร้างทางเลือกสำหรับตลาด Android แล้วตอนนี้เหตุผลก็เป็นที่ชัดเจนว่า เป็นการทำให้ Amazon สามารถสร้างช่องทางเข้าถึง app ต่าง ๆ บนอุปกรณ์ของตัวเองได้นั่นเอง</p>
<p>Amazon จะตรวจสอบ app ที่เพิ่มเข้ามา เช่นเดียวกันกับที่ Apple ตรวจสอบ app ของตนเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้งาน Kindle Fire สามารถเข้าถึง app ที่สามารถทำงานได้ดีกับอุปกรณ์ของพวกเขา</p>
<p>ในส่วนของประสบการณ์ผู้ใช้นั้น Appstore บน Kindle Fire ได้ถูกปรับปรุงทั้งหมดและที่ต่างจาก Android ทั่วไปคือ ไม่ต้องมีตลาดของ  Android มารองรับ  วิธีการของ  Amazon เหมือนกันอย่างมากกับการเข้าถึง App store บนอุปกรณ์ที่ใช้ iOS</p>
<p>กล่าวโดยสรุปว่า Appstore ของ Amazon เป็นองค์ประกอบพื้นฐานอย่างหนึ่งของระบบปฏิบัติการ Android</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Amazon ไม่ได้เป็นบริษัทแรกที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android กับอุปกรณ์ของตน โดยเพียงปรับเปลี่ยนส่วนติดต่อกับผู้ใช้งานและเพิ่ม Appstore ของตนเข้าไป ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ต่างก็มีหน้าตาส่วนติดต่อกับผู้ใช้งานของระบบปฏิบัติการ Android ที่เฉพาะตัวแตกต่างกันไป แต่การปรับเปลี่ยนหน้าตาดังกล่าวของ Amazon ได้ก้าวไปไกลกว่าการคิดถึงเรื่องการเปลี่ยนธีมในส่วนติดต่อกับผู้ใช้งาน โดย Amazon ได้สร้าง app ของตัวเอง สำหรับใช้งาน email และเล่นวิดิโอ ( โดยการใช้ Amazon Instant Video ) รวมถึงการฟังเพลงและอ่านหนังสือ</p>
<p>Amazon เลือกใช้ Android 2.3 เป็นระบบปฏิบัติการหลักแทนที่จะเป็นระบบปฏิบัติการ Honeycomb ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับแท็บเล็ตโดยเฉพาะ และเราคาดหวังว่าบริษัทได้ใช้โอกาสนี้ในการปรับเปลี่ยนเวอร์ชัน 2.3 นี้ให้เข้ากันได้กับฮาร์ดแวร์ของ Kindle Fire</p>
<p>นอกจากนั้นแล้ว แทนที่จะใช้เว็บเบราเซอร์ที่มากับ Android  Amazon กลับเลือกที่จะสร้างเว็บเบราเซอร์ของตัวเองที่เรียกว่า Amazon Silk  ซึ่ง Silk สามารถทำงานได้ทั้งบนเซิร์ฟเวอร์และบนอุปกรณ์และยังถูกปรับแต่งมาให้สามารถส่งเนื้อหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ</p>
<p>อุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เกือบทั้งหมดที่ผมเคยใช้ แม้แต่อุปกรณ์ที่มีการปรับเปลี่ยนธีมให้ดูไม่เหมือน Android อย่างเครื่องอ่าน e-book ของ Barnes &amp; Noble ที่เรียกว่า Nook Color นั้นก็ยังใช้ชุดคำสั่งบางอย่างของ Android ซึ่งนี่ไม่ใช่วิธีที่ Kindle Fire ทำ โดย Amazon ได้ทำให้ทุกขั้นตอนสามารถปรับแต่งส่วนติดต่อผู้ใช้งานได้อย่างเต็มที่</p>
<p>ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผมจึงมองว่าสิ่งที่ Amazon ทำนั้นเป็นแขนงที่แตกออกมา นั่นก็คือการใช้ซอฟท์แวร์ในแนวทางที่ต่างออกไป ที่ต่างจากแนวทางต้นแบบ บางทีนี่อาจจะเป็นครั้งแรกสำหรับการดัดแปลงจาก Android เพราะว่า Android ส่วนมากอยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของ Apache และไม่ได้รับอนุญาตให้จัดทำเป็นสัญญาอนุญาตสำหรับซอฟต์แวร์เสรี โดยที่ Amazon เอง ไม่ต้องรับผิดชอบการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้กับแกนหลักของ Android  ซึ่งหมายความว่า Amazon สามารถที่จะเลือกทำให้แตกต่างจากรุ่นแกนหลักที่ได้รับการปรับปรุงอย่างเป็นทางการ โดยเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มหน้าที่การทำงานให้กับ Android รุ่น 2.3  มากกว่าที่จะเลือกเอา Ice Cream Sandwich มาใช้่</p>
<p>เราคาดว่า Amazon ได้เริ่มโน้มน้าวให้นักพัฒนา Android หันมาปรับเปลี่ยน app ของพวกเขาให้เข้ากันได้อย่างลงตัวกับ Kindle Fire</p>
<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/kindle-fire-%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-android/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Amazon เป็น &#8220;ทั้งเพื่อนและคู่แข่งในเวลาเดียวกัน&#8221;</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/amazon-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%81/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/amazon-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%81/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Sep 2011 17:14:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[amazon]]></category>
		<category><![CDATA[HarperCollins]]></category>
		<category><![CDATA[Jeff Bezos]]></category>
		<category><![CDATA[Kindle Fire]]></category>
		<category><![CDATA[Kindle Touchscreen]]></category>
		<category><![CDATA[Profile Books]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2538</guid>
		<description><![CDATA[ ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com การเปิดตัวเครื่องอ่าน e-book แบบใหม่ของ Amazon ที่ชื่อว่า Kindle Fire นั้น ได้ถูกเรียกว่าเป็น &#8220;ตัวเปลี่ยนเกมส์&#8221; สำหรับตลาด e-book ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่อวันพุธที่ผ่านมา Jeff Bezos ซีอีโอของ Amazon ได้เปิดเผยว่า อุปกรณ์ที่มีการรอคอยกันอย่างมากจะมีราคาต่ำกว่า iPad ของ Apple กว่าครึ่ง คือ มีราคาขายอยู่ที่ 199 เหรียญฯ นอกจากนี้ Bezos ยังได้เปิดตัวอุปกรณ์จอสัมผัส ที่เรียกว่า Kindle Touchscreen ในราคา 99 เหรียญฯ และ Kindle แบบมาตรฐานรุ่นใหม่ที่มีน้ำหนักเบากว่าเดิม สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi ได้ ตั้งราคาขายไว้ที่่ 79 เหรียญฯ สำหรับปฏิกิริยาของทางสำนักพิมพ์ต่าง ๆ นั้นตื่นเต้นที่เห็นการเปิดตัวของอุปกรณ์ก่อนคริสต์มาส ซึ่งเมื่อปีที่แล้วยอดขาย e-book เติบโตอย่างมโหฬารเมื่อเครื่องอ่าน e-book กลายเป็นของขวัญยอดนิยม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><br/><br />
<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2538/screen-shot-2554-09-30-at-12-18-55-am"  rel="attachment wp-att-2539"><img class="alignleft size-medium wp-image-2539" style="margin: 5px;" title="Amazon Kindle Fire" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/09/Screen-Shot-2554-09-30-at-12.18.55-AM-300x179.png" alt="Amazon Kindle Fire" width="300" height="179" /></a>การเปิดตัวเครื่องอ่าน e-book แบบใหม่ของ Amazon ที่ชื่อว่า Kindle Fire นั้น ได้ถูกเรียกว่าเป็น &#8220;ตัวเปลี่ยนเกมส์&#8221; สำหรับตลาด e-book ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว</p>
<p>เมื่อวันพุธที่ผ่านมา Jeff Bezos ซีอีโอของ Amazon ได้เปิดเผยว่า อุปกรณ์ที่มีการรอคอยกันอย่างมากจะมีราคาต่ำกว่า iPad ของ Apple กว่าครึ่ง คือ มีราคาขายอยู่ที่ 199 เหรียญฯ</p>
<p>นอกจากนี้ Bezos ยังได้เปิดตัวอุปกรณ์จอสัมผัส ที่เรียกว่า Kindle Touchscreen ในราคา 99 เหรียญฯ และ Kindle แบบมาตรฐานรุ่นใหม่ที่มีน้ำหนักเบากว่าเดิม สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi ได้ ตั้งราคาขายไว้ที่่ 79 เหรียญฯ</p>
<p>สำหรับปฏิกิริยาของทางสำนักพิมพ์ต่าง ๆ นั้นตื่นเต้นที่เห็นการเปิดตัวของอุปกรณ์ก่อนคริสต์มาส ซึ่งเมื่อปีที่แล้วยอดขาย e-book เติบโตอย่างมโหฬารเมื่อเครื่องอ่าน e-book กลายเป็นของขวัญยอดนิยม</p>
<p><noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/a href=&quot;http://www.amazon.com/?_encoding=UTF8&amp;tag=alltimeseller-20&amp;linkCode=ur2&amp;camp=1789&amp;creative=390957" ><img class="alignleft size-medium wp-image-2540" title="Kindle Fire" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/09/Screen-Shot-2554-09-30-at-12.21.05-AM-300x289.png" alt="Kindle Fire Amazon" width="300" height="289" /></a></noindex>Dan Franklin บรรณาธิการฝ่ายดิจิตอลของ Random House UK กล่าวว่า &#8220;ด้วยราคาที่ไม่แพงจะช่วยเปิดตลาดใหม่จากผู้ซื้อที่มีแรงจูงใจอยู่แล้ว&#8221;</p>
<p>ในขณะที่ Michael Bhaskar จาก Profile Books กล่าวว่า &#8220;Amazon ได้ทำให้การแข่งขันของแท็บเล็ตเปิดกว้างขึ้นทันทีจากการตั้งราคาในตลาดสำหรับของขวัญ&#8221; โดยเขาได้ทำนายว่า อย่างน้อย Kindle Fire น่าจะขายได้ในอังกฤษก่อนช่วงคริสต์มาสไม่น้อยกว่าหลักแสนเครื่อง</p>
<p>ในขณะเดียวกัน Stephanie Duncan ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อดิจิตอลของ  Bloomsbury ได้คาดการณ์ว่า Kindle Fire พร้อมที่ก้าวกระโดดในตลาด e-book ในส่วนของหนังสือหัวเรื่องที่มีภาพประกอบ เช่น หนังสือทำอาหารและหนังสือภาพสำหรับเด็ก</p>
<p>เธอกล่าวว่า &#8220;ไม่ว่าอะไรก็ตามที่ทำให้ประสบการณ์ของการการอ่านหนังสือดิจิตอลดีขึ้นย่อมเป็นสิ่งที่ทำให้สำนักพิมพ์รู้สึกดี&#8221;</p>
<p>การอ่านหนังสือ e-book ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตลอดปี 2011 ตามรายงานของ Random House UK ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอังกฤษ โดยได้รายงานว่า ยอดขาย e-book คิดเป็น 10% ของยอดขายทั้งหมด แต่การเปิดตัวอุปกรณ์ล่าสุดของ Amazon ในครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มความกังวลภายในตลาดการค้าหนังสือในเรื่องของการครอบงำตลาดที่เพิ่มขึ้นของ Amazon</p>
<p>Victoria Barnsley  ซีอีโอของ HarperCollins เมื่อเดือนที่แล้วได้พูดถึง Amazon ว่าเป็น &#8220;ทั้งเพื่อนและคู่แข่งในเวลาเดียวกัน&#8221;</p>
<p>&#8220;พวกเขาได้ทำในสิ่งที่วิเศษสำหรับธุรกิจหนังสือ ..  แต่ก็ไม่น่าสงสัยเลยว่าปัจจุบันพวกเขามีอำนาจในมืออย่างมากและในความเป็นจริงพวกเขาก็กำลังเข้าใกล้กับการอยู่ในสถานะผูกขาดตลาดเข้าไปทุกที&#8221;</p>
<p>อ้างอิงข้อมูลจาก www.guardian.co.uk</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/amazon-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Facebook อาจเก็บข้อมูลการท่องเว็บของเรา</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/facebook-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/facebook-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Sep 2011 03:51:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Facebook]]></category>
		<category><![CDATA[Nick Cubrilovic]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2527</guid>
		<description><![CDATA[ ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com เป็นไปได้หรือไม่ว่า Facebook กำลังติดตามการท่องเว็บของคุณถึงแม้คุณจะได้ออกจากระบบของ Facebook ไปแล้วก็ตาม ? Nick Cubrilovic แฮคเกอร์ชาวออสเตรเลียและยังเป็นนักเขียนด้วยนั้น บอกว่า Facebook อาจรู้ว่าคุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่ เพียงเพราะว่าเรามีปุ่ม Share ซึ่งในปัจจุบันเว็บไซต์เกือบทุกแห่งต่างก็มีปุ่มนี้ Cubrilovic ได้ทดสอบเกี่ยวกับ cookies และพบว่าการออกจากระบบของ Facebook แล้วไม่ได้หมายความว่า Facebook จะไม่สามารถรู้ได้ว่าคุณไปยังหน้าเว็บไซต์ไหนต่อหากใข้เบราเซอร์เดียวกันอยู่ เป็นไปได้ไหมที่เราจะมีทั้งความเป็นส่วนตัวและเครือข่ายสังคมออนไลน์ไปพร้อม ๆ กัน หรือความเป็นส่วนตัวเป็นสิ่งที่หายไปนานเนื่องจากเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง Facebook ? Cubrilovic เขียนลงในบล็อกเมื่อวันอาทิตย์ แสดงให้เห็นว่ามี cookie อะไรบ้างที่ถูกส่งออกไประหว่างที่ทำการเข้าสู่ระบบผู้ใช้ของ Facebook เมื่อไปยังหน้า Facebook.com เปรียบเทียบกับเมื่อผู้ใช้ออกจากระบบของ Facebook ไปแล้วและไปที่หน้า Facebook.com ซึ่งการออกจากระบบของ Facebook ไปแล้วนั้นเหมือนว่าจะเป็นการลบความเป็นตัวตนของบางอย่างของเราออกไป  แต่เปล่าเลย !!!! cookie ที่ใช้ในการจำแนกว่าเป็นตัวผมนั้นยังคงมีอยู่ (ทำหน้าที่เป็นหมายเลขประจำตัว) แม้ว่าผมออกได้ทำการออกจากระบบแล้ว หลังการออกจากระบบยังคงมีการส่ง cookies ต่าง ๆ อีก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><br/><br />
<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2527/images"  rel="attachment wp-att-2530"><img class="alignleft size-medium wp-image-2530" style="margin: 5px;" title="Facebook" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/09/images-300x113.jpg" alt="Facebook" width="300" height="113" /></a>เป็นไปได้หรือไม่ว่า Facebook กำลังติดตามการท่องเว็บของคุณถึงแม้คุณจะได้ออกจากระบบของ Facebook ไปแล้วก็ตาม ?</p>
<p><noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://nikcub.appspot.com/" title="Cubrilovic"  target="_blank" rel="external nofollow">Nick Cubrilovic</a></noindex> แฮคเกอร์ชาวออสเตรเลียและยังเป็นนักเขียนด้วยนั้น บอกว่า Facebook อาจรู้ว่าคุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่ เพียงเพราะว่าเรามีปุ่ม Share ซึ่งในปัจจุบันเว็บไซต์เกือบทุกแห่งต่างก็มีปุ่มนี้</p>
<p>Cubrilovic ได้ทดสอบเกี่ยวกับ cookies และพบว่าการออกจากระบบของ Facebook แล้วไม่ได้หมายความว่า Facebook จะไม่สามารถรู้ได้ว่าคุณไปยังหน้าเว็บไซต์ไหนต่อหากใข้เบราเซอร์เดียวกันอยู่</p>
<p>เป็นไปได้ไหมที่เราจะมีทั้งความเป็นส่วนตัวและเครือข่ายสังคมออนไลน์ไปพร้อม ๆ กัน หรือความเป็นส่วนตัวเป็นสิ่งที่หายไปนานเนื่องจากเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง Facebook ?</p>
<p>Cubrilovic เขียนลงในบล็อกเมื่อวันอาทิตย์ แสดงให้เห็นว่ามี cookie อะไรบ้างที่ถูกส่งออกไประหว่างที่ทำการเข้าสู่ระบบผู้ใช้ของ Facebook เมื่อไปยังหน้า Facebook.com เปรียบเทียบกับเมื่อผู้ใช้ออกจากระบบของ Facebook ไปแล้วและไปที่หน้า Facebook.com ซึ่งการออกจากระบบของ Facebook ไปแล้วนั้นเหมือนว่าจะเป็นการลบความเป็นตัวตนของบางอย่างของเราออกไป  แต่เปล่าเลย !!!!</p>
<p>cookie ที่ใช้ในการจำแนกว่าเป็นตัวผมนั้นยังคงมีอยู่ (ทำหน้าที่เป็นหมายเลขประจำตัว) แม้ว่าผมออกได้ทำการออกจากระบบแล้ว หลังการออกจากระบบยังคงมีการส่ง cookies ต่าง ๆ อีก 9 cookie ออกมารวมทั้ง cookie ที่สำคัญที่สุดที่ใช้สำหรับระบุตัวตนว่าคุณเป็นผู้ใช้ Facebook</p>
<p>นี่ไม่ใช่ความหมายของการออกจากระบบ Facebook เพียงแต่เปลี่ยนลักษณะของ cookie แทนที่จะถอดเอามันออกไปเมื่อผู้ใช้ Facebook ได้ออกจากระบบแล้ว</p>
<p>นั่นหมายความว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณไปเยี่ยมชมหน้าเว็บเพจใดที่มีปุ่ม Share ปุ่ม Like หรือว่าวิดเจ็ทใด ๆ ของ Facebook ก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดนี้จะถูกส่งไปยัง Facebook ทำให้พวกเขารู้ว่าคุณกำลังไปที่ไหนบนเว็บไซต์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #3366ff;"><strong>นี่ไม่ใช่ข่าวใหม่สำหรับใครก็ตาม มันระบุไว้อยู่แล้วในหน้านโยบายความเป็นส่วนตัวของ Facebook</strong></span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"> เราได้รับข้อมูลเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ เกมส์ แอพพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ที่ใช้โครงสร้างของ Facebook หรือเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่มีวิทเจ็ดหรือปลั๊กอินของ Facebook  อยู่  ซึ่งข้อมูลที่ได้รับเหล่านี้อาจรวมถึงวันและเวลาที่คุณได้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์นั้นรวมถึงที่อยู่เว็บไซต์หรือ URL ที่คุณกำลังเยี่ยมชมอยู่ ข้อมูลทางด้านเทคนิคที่เกี่ยวกับ IP address  เบราเซอร์และระบบปฏิบัติการที่ใช้ และถ้าหากคุณยังอยู่ในระบบของ Facebook เราก็จะเก็บข้อมูลผู้ใช้ของคุณด้วย</span></p>
<p>แต่การเปิดเผยตรงนี้นั้นหมายความว่าข้อมูลเหล่านี้ยังถูกเก็บได้แม้คุณได้ออกจากระบบ Facebook ไปแล้ว ตามบันทึกที่ได้จากการทดลองจาก cookie และผู้คนอาจจะแปลกใจว่าข้อมูลทั้งหมดนี้มีความหมายอะไรกับ Facebook</p>
<p>คำแนะนำก็คือให้ทำการออกจากระบบของ Facebook  แต่การออกจากระบบของ Facebook นั้น เป็นเพียงการไม่อนุญาตให้เว็บเบราเซอร์เข้าถึงเว็บแอพพลิเคชันของ Facebook   แต่ยังมี cookie จำนวนหนึ่ง (รวมทั้งเลขบัญชีผู้ใช้ Facebook ของคุณ) ยังคงถูกส่งออกไปยัง Facebook.com ถึงแม้คุณจะได้ทำการออกจากระบบแล้วก็ตาม  Facebook ยังคงรู้และสามารถติดตามทุก ๆ หน้าที่คุณแวะเข้าไปได้ วิธีแก้มีอยู่ทางเดียวคือการลบ cookie  ทุกอันของ Facebook จากเว็บเบราเซอร์ของคุณ หรือใช้เว็บเบราเซอร์อื่นแยกต่างหากหากต้องการใช้งาน Facebook</p>
<p>เป็นที่ชัดเจนว่า Cubrilovic ได้ยืนยันข้อมูลที่เขาได้จากการทดลอง เขากล่าวว่า &#8220;เขาพร้อมที่จะแบ่งปันข้อมูลนี้เนื่องจากมีการพูดคุยกันถึงเรื่องความเป็นส่วนตัวที่เกิดขึ้นไปทั่วอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดของ Facebook ที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของ <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://developers.facebook.com/docs/opengraph/" title="Open Graph"  target="_blank" rel="external nofollow">Open Graph</a></noindex> และ &#8220;การแบ่งปันอย่างไหลลื่น&#8221;</p>
<p>ช่วงเวลาของการแบ่งปันอย่างไหลลื่นนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ Mark Zuckerberg พูดถึงค่อนข้างมากใน F8 คีย์โน๊ตของเขา โดยเขาอธิบายว่าผู้ใช้สามารถแบ่งปันกิจกรรมของพวกเขาผ่านทางเว็บไซต์ไปยัง Facebook โดยไม่ต้องคิดถึงมันเลยจริง ๆ  ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของ Facebook และทุก ๆ อย่าง</p>
<p>ผู้ใช้บางคนมีความกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว กลัวว่าแอพพลิเคชันเหล่านั้นจะยอมให้โพสต์ใน Facebook  ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำของคุณโดยปราศจากการได้รับการยินยอมอย่างชัดแจ้ง ผู้ใช้อาจจะแบ่งปันเนื้อหาบน Facebook ที่พวกเขาไม่ได้ต้องการแบ่งปันเลยจริง ๆ</p>
<p>ทางด้านเว็บไซต์ ZDNet ได้รับติดต่อจาก Facebook  โดยพวกเขาได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า Facebook ไม่ได้ติดตามการใช้งานเว็บไซต์ของผู้ใข้และยังได้อธิบายจุดประสงค์ของการใช้ cookie หลังจากที่ได้ทำการออกจากระบบไปแล้วด้วยว่า</p>
<p><span style="color: #ff0000;">Facebook ไม่ได้ติดตามการใช้งานเว็บไซต์ของผู้ใช้ แต่เราได้ใช้ cookie กับปลั๊กอินเครือข่ายสังคมออนไลน์ของเราเพื่อที่จะจัดหาเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับลักษณะส่วนบุคคล ( ตัวอย่างเช่น การป้องกันการใช้งานจากเด็กที่ีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ที่พยายามจะลงทะเบียนโดยการโกงอายุ ) ไม่มีการจัดเก็บข้อมูลเมื่อคุณเห็นปลั๊กอินเครือข่ายสังคมออนไลน์ของเราที่ใช้สำหรับแสดงผลโฆษณาที่ตรงกับเนื้อหา เราได้ทำการลบหรือทำให้เนื้อหาไม่สามารถระบุที่มาได้ภายใน 90 วันและเราไม่เคยขายข้อมูลของผู้ใช้</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;">     สำหรับการใช้ cookie หลังจากที่ได้ออกจากระบบไปแล้วนั้น เราใช้มันเพื่อความปลอดภัยและเป็นการปกป้อง รวมถึงใช้สำหรับแยกแยะผู้ที่ทำการสแปมหรือการหลอกหลวง โดยมีการตรวจสอบเมื่อมีผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตกำลังพยายามเข้าสู่บัญชีผู้ใช้งานของคุณ เป็นการช่วยคุณให้สามารถกลับเข้าใช้งานบัญชีผู้ใช้ของคุณได้อีกครั้งหากถูกขโมยบัญชีผู้ใช้งานไป ทำให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่าที่กำหนดที่พยายามโกงอายุไม่สามารถลงทะเบียนผู้ใช้งานได้  เพิ่มศักยภาพการรักษาความปลอดภัยของบัญชีผู้ใช้ เช่น การตรวจสอบและมีการแจ้งเตือนเมื่อมีการเข้าสู่ระบบ และแยกแยะเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าใช้งานได้แบบให้คงอยู่ในระบบตลอด</span></p>
<p>Facebook ได้ออกมากล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า ในวันนี้ ที่เราเรียกกันว่า &#8220;cookie ของผู้ใช้งาน&#8221; นั้น เป็นสิ่งที่มีข้อมูลของหมายเลขบัญชีผู้ใช้บรรจุอยู่ และในตอนนี้มันได้ถูกทำลายแล้วเมื่อมีการออกจากระบบ  Facebook กล่าวว่า &#8220;มันมีข้อบกพร่องของระบบเมื่อผู้ใช้ไม่ได้ถูกลบออกไปหลังจากที่ได้ทำการออกจากระบบ เราจะทำการปรับปรุงข้อบกพร่องดังกล่าวในวันนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทางด้าน Cubrilovic ได้อัพเดตบล็อกของเขาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนี้ เขายังคงเตือนเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว โดยบอกว่า ยังคงมี  cookie หลังจากได้ทำการออกจากระบบแล้ว  Facebook ได้ทำการเปลี่ยนแปลงอย่างมากเท่าที่พวกเขาสามารถทำได้กับผลของการออกจากระบบ พวกเขาต้องการรักษาความสามารถในการติดตามการใช้งานเบราเซอร์หลังจากที่ผู้ใช้ได้ออกจากระบบไปแล้วเพื่อความปลอดภัยและจุดประสงค์ของการป้องกันสแปม และพวกเขาต้องการที่จะสามารถเก็บข้อมูลการใช้งานหน้าเพจนั้นด้วยเหตุผลของประสิทธิภาพการทำงานและอื่นๆ</p>
<p>ผมยังคงแนะนำว่าให้ผู้ใช้ทำการลบ cookie หรือแยกใช้เบราเซอร์อีกตัวต่างหาก  ผมเชื่อ Facebook เมื่อพวกเขาได้อธิบายว่า cookie เหล่านี้มีไว้ทำอะไรแต่มันไม่ใช่เหตุผลที่น่าพึงพอใจในเรื่องความเป็นส่วนตัวและเหตุผลในการที่จะเริ่มดำเนินการรักษาความปลอดภัย</p>
<p>พูดสั้น ๆ ก็คือ Facebook ยังคงสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับคุณหลังจากที่ได้ทำการออกจากระบบไปแล้ว พวกเขาให้เหตุผลที่เฉพาะเจาะจงว่าเพื่อรักษาให้ cookie เหล่านั้นยังคงทำงานได้ ซึ่งด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัยและการป้องกันเป็นหลัก ผมเดาว่า มันขึ้นอยู่กับผู้ใช้ Facebook ที่เป็นผู้ตัดสินใจว่าคำอธิบายดังกล่าวนั้นเป็นส่ิงที่เข้าใจได้หรือไม่ หรือควรทำตามที่ Cubrilovic แนะนำ โดยลบ cookie ทิ้งหรือไม่ก็ใช้เบราเซอร์อีกตัวแยกต่างหากเมื่อต้องการใช้งาน Facebook</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อ้างอิงข้อมูลจาก www.webpronews.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/facebook-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Ozon.ru กับวิธีคิดแบบ Amazon.com</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/ozon-ru-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-amazon-om/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/ozon-ru-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-amazon-om/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 25 Sep 2011 08:17:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[amazon]]></category>
		<category><![CDATA[Ozon]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2514</guid>
		<description><![CDATA[ ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com Ozon.ru มักจะถูกเรียกว่าเป็น Amazon.com ของรัสเซีย แต่ความแตกต่างระหว่างบริษัทที่ตั้งอยู่ในมอสโคว์และเติบโตอย่างรวดเร็วนี้กับยักษ์ใหญ่ค้าปลีกออนไลน์ของอเมริกากำลังเผยให้เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ในรัสเซียไม่ได้มีบริการของ FedEx หรือ UPS ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทำให้ Ozon ต้องบริหารจัดการกลุ่มรถบรรทุกขนส่งของตัวเองที่มีหลายร้อยคันซึ่งต้องเดินทางไปไกลถึงเมือง Khabarovsk ซึ่งไกลออกไปถึง  4,000   ไมล์และอยู่ห่างจากชายแดนจีนเพียง 19 ไมล์ ชาวรัสเซียส่วนใหญ่ไม่ชอบใช้เครดิตการ์ด ดังนั้นตามปกติลูกค้าจะใช้วิธีจ่ายเงินสดกับพนักงานที่มาส่งสินค้า ลูกค้าของ Ozon หลายรายค่อนข้างระมัดระวังในการสั่งสินค้าออนไลน์อีกด้วยทำให้มียอดการซื้อขายสินค้าและชำระเงินมากกว่า 10%  ผ่านทางโทรศัพท์ Maelle Gavet ซีอีโอของ Ozon กล่าวว่า &#8220;เราดูสิ่งที่ Amazon ทำ แต่เราพยายามปรับให้เข้ากับตลาดของรัสเซียอยู่เสมอ การใช้วิธีลอกแบบมาทั้งดุ้นเพื่อมาใช้นั้นไม่ได้ผลกับที่นี่&#8221; เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา บริษัทได้ประกาศว่า ได้เพิ่มทุนจำนวน 100 ล้านเหรียญฯ จากนักลงทุนร่วม รวมทั้งจาก Baring  Vostok Private Equity Fund และ Rakuten ซึ่งเป็นเว็บไซต์ค้าปลีกออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><br/><br />
<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2514/screen-shot-2554-09-25-at-3-23-42-pm"  rel="attachment wp-att-2518"><img class="alignleft size-medium wp-image-2518" style="margin: 5px;" title="Ozon.ru" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/09/Screen-Shot-2554-09-25-at-3.23.42-PM-300x134.png" alt="Ozon.ru" width="300" height="180" /></a>Ozon.ru มักจะถูกเรียกว่าเป็น Amazon.com ของรัสเซีย แต่ความแตกต่างระหว่างบริษัทที่ตั้งอยู่ในมอสโคว์และเติบโตอย่างรวดเร็วนี้กับยักษ์ใหญ่ค้าปลีกออนไลน์ของอเมริกากำลังเผยให้เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ</p>
<p>ในรัสเซียไม่ได้มีบริการของ FedEx หรือ UPS ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทำให้ Ozon ต้องบริหารจัดการกลุ่มรถบรรทุกขนส่งของตัวเองที่มีหลายร้อยคันซึ่งต้องเดินทางไปไกลถึงเมือง Khabarovsk ซึ่งไกลออกไปถึง  4,000   ไมล์และอยู่ห่างจากชายแดนจีนเพียง 19 ไมล์</p>
<p>ชาวรัสเซียส่วนใหญ่ไม่ชอบใช้เครดิตการ์ด ดังนั้นตามปกติลูกค้าจะใช้วิธีจ่ายเงินสดกับพนักงานที่มาส่งสินค้า ลูกค้าของ Ozon หลายรายค่อนข้างระมัดระวังในการสั่งสินค้าออนไลน์อีกด้วยทำให้มียอดการซื้อขายสินค้าและชำระเงินมากกว่า 10%  ผ่านทางโทรศัพท์</p>
<p>Maelle Gavet ซีอีโอของ Ozon กล่าวว่า &#8220;เราดูสิ่งที่ Amazon ทำ แต่เราพยายามปรับให้เข้ากับตลาดของรัสเซียอยู่เสมอ การใช้วิธีลอกแบบมาทั้งดุ้นเพื่อมาใช้นั้นไม่ได้ผลกับที่นี่&#8221;</p>
<p>เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา บริษัทได้ประกาศว่า ได้เพิ่มทุนจำนวน 100 ล้านเหรียญฯ จากนักลงทุนร่วม รวมทั้งจาก Baring  Vostok Private Equity Fund และ Rakuten ซึ่งเป็นเว็บไซต์ค้าปลีกออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น</p>
<p>Ozon มีพนักงานกว่า 1,100 คน มีสำนักงานตั้งอยู่ที่กรุงมอสโคว์และมีศูนย์กระจายสินค้าซึ่งมีพื้นที่กว่า 8,000 ตารางฟุตในเมือง Tver ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างกรุงมอสโคว์และเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก  โดยบริษัทวางแผนจะใช้เงินลงทุนจำนวนนี้ในการปรับปรุงเว็บไซต์และสร้างศูนย์ข้อมูลเพื่อทดแทนระบบโครงสร้างเครือข่ายขั้นพื้นฐานของประเทศที่ยังไม่รวดเร็วพอ</p>
<p>Giuseppe Zocco หุ้นส่วนนักลงทุนจาก Index Ventures ซึ่งได้ให้ทุนสนับสนุนมาตั้งแต่ปี 2007 และเพิ่งจะลงทุนเพิ่มรอบใหม่ กล่าวว่า &#8220;พวกเขาเพิ่งจะจัดส่งสินค้าหลายล้านชิ้นในช่วงสองสามปีมานี้  มันค่อนข้างไปได้ดีทีเดียว&#8221;</p>
<p>การลงทุนเพิ่มของ Ozon แสดงให้เห็นว่าเป็นปีที่มีความหมายสำหรับอินเตอร์เน็ตของรัสเซีย โดยเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา Mail.ru ผู้ให้บริการเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ของรัสเซียและเป็นผู้ลงทุนใน Facebook มีมูลค่าหุ้นในตลาดลอนดอนเพิ่มขึ้นเป็น 912 ล้านเหรียญฯ ทางด้าน Yandex ซึ่งเป็นเสิร์ชเอ็นจินของรัสเซียได้ก็ได้เริ่มขายหุ้นเป็นครั้งแรกในเดือนพฤษภาคมในตลาดหุ้น Nasdaq ซึ่งระดมทุนได้ถึง 1.3 พันล้านเหรียญฯ</p>
<p>เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในจีน นักลงทุนถูกล่อใจด้วยแนวโน้มของโอกาสในตอนเริ่มแรก มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจำนวน 67  ล้านรายในรัสเซียจากจำนวนประชากรทั้งสิ้น 147 ล้านคน และจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตของรัสเซียเติบโตเร็วที่สุดในยุโรป</p>
<p>สำหรับเว็บไซต์ Ozon มีอายุเกือบ 14 ปีแล้ว เมื่อบริษัทซอฟท์แวร์ที่ชื่อ Reksoft ในเมืองเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์กเห็นการแถลงข่าวของ Amazon และตัดสินใจที่จะนำรูปแบบธุรกิจดังกล่าวมาใช้ในรัสเซีย</p>
<p>ความพยายามในตอนเริ่มแรกได้ดึงความสนใจจาก Baring Vostok ซึ่งได้ย้ายบริษัทมายังมอสโคว์และในที่สุดได้ว่าจ้างให้ Bernard Lukey  ซึ่งเขาเกิดที่สวิตซ์เซอร์แลนด์และเป็นอดีตผู้บริหารด้านการตลาดของ Yandex ให้เข้ามาบริหาร</p>
<p>Lukey  ได้ทำให้บริษัทมีเงินลงทุนเพิ่มขึ้น ทำให้รายรับของบริษัทเพ่ิมขึ้นถึง 5 เท่า สร้างศูนย์การกระจายสินค้า และเพิ่มรายได้จากกำไรของธุรกิจในส่วนของการท่องเที่ยวอีกด้วย สองปีมาแล้วที่เขาได้เตรียมตัวลงจากตำแหน่งเพื่อที่จะกลับไปยังบ้านเกิด ( ปัจจุบันเขายังคงดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการของ Ozon )</p>
<p>ซึ่งคนที่จะมารับตำแหน่งนี้ต่อจากเขาก็ค่อนข้างแน่ชัดว่า เป็น Gavet เธออายุ 33 ปี เป็นชาวฝรั่งเศส สามารถพูดฝรั่งเศส รัสเซียและอังกฤษ มีประสบการณ์การทำงาน 6 ปีในส่วนปฏิบัติการค้าปลีีกผู้บริโภคของ Boston Consulting Group</p>
<p>เธอเริ่มรับผิดชอบงานในส่วนของ Lukey เมื่อช่วงต้นปีและได้ปรับเปลี่ยนหลายอย่างอย่างรวดเร็ว โดย Ozon ได้ทดลองขายเครื่องอ่าน e-book เหมือน Kindle ของ Amazon โดยใช้ชื่อว่า Ozon Galaxy แต่ Gavet ได้หยุดความพยามยามนั้นไว้ก่อนและหันมาเน้นเรื่องการขาย e-book   วิดิโอเกมส์ และเนื้อหาดิจิตอลสำหรับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์พกพา</p>
<p>เธอยังได้พยายายามขยายระยะเวลาการดูแลลูกค้าให้เป็นตลอด 24 ชั่วโมง ตลอด 7 วัน เนื่องจากชาวรัสเซียชอบที่จะติดต่อสื่อสารผ่านโทรศัพท์ เป้าหมายหนึ่งของเธอก็คือ  ทำให้ฝ่ายดูแลลูกค้าของ Ozon เป็นคนสุภาพ เธอบอกว่า คนรัสเซียไม่ใช่คนที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดีนัก มันยากที่จะทำให้พวกเขาพูดดี ๆ กับลูกค้า มันไม่ได้มีอยู่ในวัฒนธรรมของที่นี่&#8221;</p>
<p>ความท้าทายอย่างอื่นสำหรับ Ozon ก็คือการเฟ้นหาบุคคลากรที่มีคุณสมบัติตามต้องการ  วิศวกรเก่ง ๆ ของรัสเซียนั้นหายากและมีค้าจ้างแพง โดยเว็บโปรแกรมเมอร์ในมอสโคว์ต้องการค้าจ้างสูงกว่าโปรแกรมเมอร์ในซานฟรานซิสโกเสียอีก เธอยังพูดติดตลกว่า บางทีบริษัทอาจพิจารณาจ้างงาน ( outsoucing )โปรแกรมเมอร์ในสหรัฐฯแทน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อ้างอิงข้อมูลจาก Bloombergbusinessweek</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/ozon-ru-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-amazon-om/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Amazon ให้ยืม e-book ผ่านห้องสมุด</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/amazon-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%a1-e-book-%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/amazon-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%a1-e-book-%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Sep 2011 14:27:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[amazon]]></category>
		<category><![CDATA[e-book]]></category>
		<category><![CDATA[kindle]]></category>
		<category><![CDATA[Whispersync]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสมุด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2501</guid>
		<description><![CDATA[ ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com จากนี้ไป นักอ่านสามารถดาวน์โหลด Kindle book จากห้องสมุดแถวบ้านได้แล้ว​  โดยมีห้องสมุดที่ร่วมมือกับ e-book ของ Amazon กว่า 11,000 แห่ง เมื่อวันพุธที่ผ่านมา  Amazon ได้ประกาศว่าได้เปิดให้บริการยืมหนังสือ e-book โดยสามารถดาวน์โหลด e-book สำหรับ Kindle ได้จากห้องสมุดสาธารณะใกล้บ้านตามที่บริษัทได้รับปากเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งผู้อ่านสามารถเข้าไปยังเว็บไซต์ของห้องสมุดดังกล่าวเพื่อให้ทางห้องสมุดจัดส่งตัวเครื่อง Kindle ให้หรือว่าสามารถดาวน์โหลด app ได้ผ่านทางเว็บไซต์ของห้องสมุดโดยตรง ซึ่งระยะเวลาของการยืมนั้น ห้องสมุดจะเป็นผู้กำหนด โดยก่อนครบกำหนดยืม 3 วัน ทาง Amazon จะมีอีเมล์แจ้งเตือนอีกครั้ง การยืมหนังสือที่เป็น e-book  ยังช่วยให้นักอ่านมีโอกาสในการทำสิ่งที่ห้องสมุดไม่เคยยอมรับ อย่างการเขียนหรือเน้นข้อความในหนังสือ Jay Marine ผู้อำนวยการส่วนของ Amazon Kindle  กล่าวว่า &#8220;ห้องสมุดเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของชุมชนของเราและเราตื่นเต้นที่จะได้เห็น Kindle book สามารถหาอ่านได้จากห้องสมุดราว 11,000 แห่งทั่วประเทศ  เรากำลังทำแม้แต่่สิ่งพิเศษเล็ก ๆ น้อย ๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2501/screen-shot-2554-09-24-at-9-34-16-pm"  rel="attachment wp-att-2504"><img class="alignleft size-medium wp-image-2504" title="Kindle e-book" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/09/Screen-Shot-2554-09-24-at-9.34.16-PM-300x191.png" alt="Kindle e-book" width="300" height="191" /></a>จากนี้ไป นักอ่านสามารถดาวน์โหลด Kindle book จากห้องสมุดแถวบ้านได้แล้ว​  โดยมีห้องสมุดที่ร่วมมือกับ e-book ของ Amazon กว่า 11,000 แห่ง</p>
<p>เมื่อวันพุธที่ผ่านมา  Amazon ได้ประกาศว่าได้เปิดให้บริการยืมหนังสือ e-book โดยสามารถดาวน์โหลด e-book สำหรับ Kindle ได้จากห้องสมุดสาธารณะใกล้บ้านตามที่บริษัทได้รับปากเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งผู้อ่านสามารถเข้าไปยังเว็บไซต์ของห้องสมุดดังกล่าวเพื่อให้ทางห้องสมุดจัดส่งตัวเครื่อง Kindle ให้หรือว่าสามารถดาวน์โหลด app ได้ผ่านทางเว็บไซต์ของห้องสมุดโดยตรง</p>
<p>ซึ่งระยะเวลาของการยืมนั้น ห้องสมุดจะเป็นผู้กำหนด โดยก่อนครบกำหนดยืม 3 วัน ทาง Amazon จะมีอีเมล์แจ้งเตือนอีกครั้ง</p>
<p>การยืมหนังสือที่เป็น e-book  ยังช่วยให้นักอ่านมีโอกาสในการทำสิ่งที่ห้องสมุดไม่เคยยอมรับ อย่างการเขียนหรือเน้นข้อความในหนังสือ</p>
<p>Jay Marine ผู้อำนวยการส่วนของ Amazon Kindle  กล่าวว่า &#8220;ห้องสมุดเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของชุมชนของเราและเราตื่นเต้นที่จะได้เห็น Kindle book สามารถหาอ่านได้จากห้องสมุดราว 11,000 แห่งทั่วประเทศ  เรากำลังทำแม้แต่่สิ่งพิเศษเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่นี่ ตามปกติการจดบันทึกลงในหนังสือเป็นสิ่งที่กระทำไม่ได้ในห้องสมุด แต่เรากำลังปรับปรุงเรื่องนี้โดยการขยายเทคโนโลยี Whispersync  ไปยังห้องสมุด ดังนั้นการจดบันทึกของคุณ การเน้นข้อความสำคัญ และการคั่นหน้าหนังสือจะถูกทำสำรองข้อมูลไว้เสมอและสามารถกลับมาอ่านต่อได้ในครั้งต่อไปเมื่อคุณเข้ามาอ่านหนังสือหรือตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มดังกล่าว&#8221;</p>
<p>เทคโนโลยี ereader ของ Amazon ในช่วงแรกนั้นยังไม่ค่อยเข้ากันได้กับ  e-book ของห้องสมุด จึงต้องทำให้กระจายออกไปในวงกว้าง ซึ่งช่วยให้สามารถเข้าถึง ebook ได้จากห้องสมุดสาธารณะและโรงเรียนต่าง ๆ ในการที่จะช่วยให้เกิดการแก้ปัญหาได้อย่างลงตัว</p>
<p>การยืมหนังสือ e-book  เกิดขึ้นที่ห้องสมุดต่าง ๆ  ตัวอย่าง เช่น ห้องสมุดสาธารณะนิวยอร์ก ซึ่งได้ระบุว่าในเดือนมีนาคม สถิติการใช้งาน e-book เพิ่มสูงขึ้นถึง 36% กว่าปีที่ผ่านมา</p>
<p>สมาคมห้องสมุดอเมริกันได้ประเมินว่ามีห้องสมุดทุกแห่งรวมกันทั้งหมดในอเมริกากว่า 122,101 แห่ง ซึ่งทาง Amazon ไม่ได้ระบุรายชื่อห้องสมุดที่มีการให้ยืม Kindle ebook แต่แนะนำว่าให้ผู้ที่สนใจให้ลองสอบถามกับห้องสมุดที่อยู่ใกล้เคียงดู</p>
<p>&nbsp;<br />
<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<p>อ้างอิงจาก mashable.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/amazon-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%a1-e-book-%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Book Warehouse  เช่าร้าน The Travel Bookshop</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/book-warehouse-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-the-travel-bookshop/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/book-warehouse-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-the-travel-bookshop/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Sep 2011 02:53:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[Book Warehouse]]></category>
		<category><![CDATA[Notting Hill Bookshop]]></category>
		<category><![CDATA[The Travel Bookshop]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2493</guid>
		<description><![CDATA[ ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com ร้านหนังสือ The Travel Bookshop ในภาพยนตร์เรื่อง Notting Hill จะกลับมาเปิดเป็นร้านหนังสืออีกครั้งในสัปดาห์นี้หลังจากที่ Book Warehouse ได้ทำสัญญาเช่าตึกครึ่งหนึ่งจาก Sarah Anderson ผู้ก่อตั้งร้านหนังสือแห่งนี้ James Malin กรรมการผู้จัดการ Book Warehouse  กล่าวว่า &#8220;ร้านหนังสือจะเริ่มเปิดในวันพฤหัสบดี ที่ 22 กันยายน นี้ หรืออาจเป็นวันศุกร์ ที่ 23 กันยายน และเป็นไปได้ว่าอาจจะขายหนังสือเหมือนกับ Notting Hill Bookshop  แต่จะเน้นหนังสือในกลุ่มท่องเที่ยวไปจนถึงหนังสือหัวเรื่องอื่น ๆ นี่เป็นร้านหนังสือที่มีชื่อเสียงเป็นที่จดจำและรู้จักกันดีก่อนที่จะเป็นร้านในภาพยนตร์เสียอีก เราไม่ต้องการเห็นมันต้องปิดตัวลงและกลายเป็นร้านกาแฟมาเปิดแทน เราต้องการทำร้านต่ออย่างที่เคยเป็นแต่จะเพิ่มรายการหนังสือให้มากขึ้นโดยคงการตกแต่งไว้เหมือนเดิม&#8221; ทางด้าน Simon Gaul ที่ได้ซื้อกิจการ The Travel Bookshop มาจาก Anderson ในปี 1991  กล่าวว่า &#8221; ร้านใหม่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับร้านหนังสือเดิมและเตือนว่าเจ้าของใหม่ต้องต่อสู้กับความพยายามใด ๆ ก็ตามที่ได้ทำสำเร็จมาแล้ว โดยเขาได้ปฏิเสธความพยายามในการขายแบรนด์เนมที่เกี่ยวข้องกับ The Travel Bookshop ให้กับ Book Warehouse [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><br/></p>
<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2493/screen-shot-2554-09-21-at-9-59-49-am"  rel="attachment wp-att-2494"><img class="alignleft size-medium wp-image-2494" style="margin: 5px;" title="The Travel Bookshop" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/09/Screen-Shot-2554-09-21-at-9.59.49-AM-300x225.png" alt="The Travel Bookshop" width="300" height="225" /></a>ร้านหนังสือ The Travel Bookshop ในภาพยนตร์เรื่อง Notting Hill จะกลับมาเปิดเป็นร้านหนังสืออีกครั้งในสัปดาห์นี้หลังจากที่ Book Warehouse ได้ทำสัญญาเช่าตึกครึ่งหนึ่งจาก Sarah Anderson ผู้ก่อตั้งร้านหนังสือแห่งนี้</p>
<p>James Malin กรรมการผู้จัดการ Book Warehouse  กล่าวว่า &#8220;ร้านหนังสือจะเริ่มเปิดในวันพฤหัสบดี ที่ 22 กันยายน นี้ หรืออาจเป็นวันศุกร์ ที่ 23 กันยายน และเป็นไปได้ว่าอาจจะขายหนังสือเหมือนกับ Notting Hill Bookshop  แต่จะเน้นหนังสือในกลุ่มท่องเที่ยวไปจนถึงหนังสือหัวเรื่องอื่น ๆ</p>
<p>นี่เป็นร้านหนังสือที่มีชื่อเสียงเป็นที่จดจำและรู้จักกันดีก่อนที่จะเป็นร้านในภาพยนตร์เสียอีก เราไม่ต้องการเห็นมันต้องปิดตัวลงและกลายเป็นร้านกาแฟมาเปิดแทน เราต้องการทำร้านต่ออย่างที่เคยเป็นแต่จะเพิ่มรายการหนังสือให้มากขึ้นโดยคงการตกแต่งไว้เหมือนเดิม&#8221;</p>
<p>ทางด้าน Simon Gaul ที่ได้ซื้อกิจการ The Travel Bookshop มาจาก Anderson ในปี 1991  กล่าวว่า &#8221; ร้านใหม่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับร้านหนังสือเดิมและเตือนว่าเจ้าของใหม่ต้องต่อสู้กับความพยายามใด ๆ ก็ตามที่ได้ทำสำเร็จมาแล้ว โดยเขาได้ปฏิเสธความพยายามในการขายแบรนด์เนมที่เกี่ยวข้องกับ The Travel Bookshop ให้กับ Book Warehouse เนื่องจาก Book Warehouse เป็นเพียงสถานที่สำหรับขายหนังสือค้างสต็อก ไพ่ ปฏิทิน แมกกาซีนและอื่น ๆ  ถึงแม้ว่าจะมีการสร้างคุณค่าอย่างการตั้งชื่อว่า The Book Warehouse Notting Hill ทั้งที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กันเลย เพียงแต่ได้เช่าสถานที่ส่วนหนึ่งของร้านเดิมของ The Travel Bookshop ซึ่งมีอายุ 30 กว่าปีแล้ว&#8221;</p>
<p>Malin กล่าวว่า &#8220;เขาหวังที่จะจ้างพนักงานบางคนที่เคยทำงานในร้านหนังสือนี้มาก่อน เราจะยังทำแบบที่เคยทำก่อนหน้านี้กับลูกค้าที่เข้ามาสั่งหนังสือท่องเที่ยวที่ตนเองต้องการ ดังนั้นการมีพนักงานที่มีทักษะน่าจะเป็นสิ่งมีค่าที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด โดยเขาและ Howard น้องชายซึ่งเป็นเจ้าของ Book Warehouse ร่วมกันนั้น อาศัยอยู่ห่างจากร้านหนังสือไม่เกิน 300 หลา</p>
<p>The Travel Bookshop ก่อตั้งขึ้นในปี 1979 และได้ปิดตัวลงเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/book-warehouse-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-the-travel-bookshop/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Digital Textbook จะแทนที่ตัวเล่มได้จริงหรือ?</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/digital-textbook-%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/digital-textbook-%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Sep 2011 02:36:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[textbook]]></category>
		<category><![CDATA[University of California]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอล textbook]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2469</guid>
		<description><![CDATA[ ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com ปัญหาของ textbook ในแบบตัวเล่มนั้นที่เห็นได้ชัด อย่างแรกเลยคือ  &#8221;น้ำหนัก&#8221; ซึ่งโดยเฉลี่ย textbook ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับวิชาฟิสิกส์นั้นจะหนักราว 3.6 ปอนด์และมีราคาแพง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักเรียนนักศึกษาที่มีงบประมาณจำกัด ซึ่งโดยทั่วไปแล้วคิดเป็นเงินหลายร้อยดอลลาร์ทุก ๆ ภาคการศึกษา แต่สิ่งที่แย่กว่านั้นคือ textbook แบบตัวเล่มนั้น มีการปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาเล็ก ๆ  น้อย  ๆ อยู่ตลอดเวลา อาจารย์หลายท่านต้องการให้นักศึกษาของพวกเขาใช้ฉบับที่ปรับปรุงแก้ไขล่าสุดเท่านั้นในการเรียน สำหรับนักศึกษาเอง นั่นก็หมายความว่า โดยพื้นฐานพวกเขาต้องติดอยู่กับน้ำหนักราวสี่ปอนด์ที่พวกเขาไม่สามารถขายคืนได้ และถึงแม้จะขายคืนได้ ก็ขายได้ราคาถูกมาก แล้วทำไมต้องเป็นดิจิตอล textbook ถ้าหากว่ามันดีอย่างที่ได้อ้างไว้ว่าสามารถช่วยบรรเทาปัญหาหลายอย่าง แต่จนถึงเดี๋ยวนี้ พวกมันกลับเป็นดังเช่นภาพลวงตาที่ช่างห่างไกล เหมือนฝันที่เต็มไปด้วยหมอกมากกว่าจะเป็นเรื่องจริง ลองจินตนาการว่า textbook จะบอบบาง หนักเพียง 1.3 ปอนด์ เหมือน iPad ซึ่งฟังดูแล้วมันดีเกินกว่าที่จะเป็นจริง แต่มีบางโรงเรียนที่นำร่องไปบ้างแล้วโดยเพิ่งทำการเปลี่ยนจาก textbook ไปเป็นหนังสือดิจิตอล โดยหนึ่งในนั้นก็ได้แก่ มหาวิทยาลัย Cornell และมหาวิทยาลัย Brown รวมทั้งหลักสูตรการแพทย์ที่ University of California- Irvine ซึ่งได้ให้ชั้นเรียนทั้งหมดใช้ iPad ที่ดาวน์โหลด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2469/screen-shot-2554-09-20-at-9-45-15-am"  rel="attachment wp-att-2476"><img class="alignleft size-full wp-image-2476" title="digital textbook" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/09/Screen-Shot-2554-09-20-at-9.45.15-AM.png" alt="digital textbook" width="403" height="302" /></a>ปัญหาของ textbook ในแบบตัวเล่มนั้นที่เห็นได้ชัด อย่างแรกเลยคือ  &#8221;น้ำหนัก&#8221; ซึ่งโดยเฉลี่ย textbook ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับวิชาฟิสิกส์นั้นจะหนักราว 3.6 ปอนด์และมีราคาแพง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักเรียนนักศึกษาที่มีงบประมาณจำกัด ซึ่งโดยทั่วไปแล้วคิดเป็นเงินหลายร้อยดอลลาร์ทุก ๆ ภาคการศึกษา</p>
<p>แต่สิ่งที่แย่กว่านั้นคือ textbook แบบตัวเล่มนั้น มีการปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาเล็ก ๆ  น้อย  ๆ อยู่ตลอดเวลา อาจารย์หลายท่านต้องการให้นักศึกษาของพวกเขาใช้ฉบับที่ปรับปรุงแก้ไขล่าสุดเท่านั้นในการเรียน</p>
<p>สำหรับนักศึกษาเอง นั่นก็หมายความว่า โดยพื้นฐานพวกเขาต้องติดอยู่กับน้ำหนักราวสี่ปอนด์ที่พวกเขาไม่สามารถขายคืนได้ และถึงแม้จะขายคืนได้ ก็ขายได้ราคาถูกมาก</p>
<p>แล้วทำไมต้องเป็นดิจิตอล textbook ถ้าหากว่ามันดีอย่างที่ได้อ้างไว้ว่าสามารถช่วยบรรเทาปัญหาหลายอย่าง แต่จนถึงเดี๋ยวนี้ พวกมันกลับเป็นดังเช่นภาพลวงตาที่ช่างห่างไกล เหมือนฝันที่เต็มไปด้วยหมอกมากกว่าจะเป็นเรื่องจริง</p>
<p>ลองจินตนาการว่า textbook จะบอบบาง หนักเพียง 1.3 ปอนด์ เหมือน iPad ซึ่งฟังดูแล้วมันดีเกินกว่าที่จะเป็นจริง</p>
<p>แต่มีบางโรงเรียนที่นำร่องไปบ้างแล้วโดยเพิ่งทำการเปลี่ยนจาก textbook ไปเป็นหนังสือดิจิตอล โดยหนึ่งในนั้นก็ได้แก่ มหาวิทยาลัย <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.cornell.edu/" title="Cornell University"  target="_blank" rel="external nofollow">Cornell</a></noindex> และมหาวิทยาลัย Brown รวมทั้งหลักสูตรการแพทย์ที่ University of California- Irvine ซึ่งได้ให้ชั้นเรียนทั้งหมดใช้ iPad ที่ดาวน์โหลด  Textbook ของปีที่แล้ว</p>
<p>แต่ไม่ใช่ทุกแห่งที่พร้อมจะทำอย่างนั้น ?</p>
<p>Kalpit Shah นักศึกษาที่กำลังจะขึ้นปีที่สองของ Irvine&#8217;s medical program กล่าวว่า &#8220;พวกมันไม่ได้ถูกใช้ให้เป็นเครื่องมือสำหรับการเรียนเพราะว่ามันไม่สามารถอ่านหรือเขียนลงไปได้ ดังนั้นราวหนึ่งในสามของคนที่เข้าเรียนโปรแกรมเดียวกันนี้ใช้ iPad เข้าชั้นเรียนเพื่อจดโน๊ต ส่วนอีกหนึ่งในสามใช้คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คและคนอื่น  ๆ ที่เหลือใช้กระดาษกับปากกา&#8221;</p>
<p>เหตุผลที่มันยังไม่โดนนั้น เขาบอกผมว่า &#8220;ก็คือว่า textbook ในแบบของแท็บเล็ตนั้นเป็นเหมือนกับไฟล์ PDF  การทำงานของมันมีข้อจำกัด และนักเรียนที่ไม่คล่องเทคโนโลยีไม่ได้ถูกจูงใจให้เรียนรู้พฤติกรรมการเรียนแบบใหม่นี้</p>
<p>Matt MacInnis ซีอีโอของ Inkling กล่าวว่า &#8221; ดิจิตอล textbook ยังไม่ได้รับความสนใจ ซึ่งผมหมายความว่า มุมมองในปัจจุบันของดิจิตอล textbook นั้น เป็นเหมือนการจำลองหนังสือตัวเล่มมา และคนเราเพิ่งพยายามทำสิ่งนี้มาได้เพียง 10 ปีเอง  ตัวอย่างเช่น ถ้าหากว่าเรากำลังนิยามคำว่าดิจิตอล  textbook  ตอนนี้ยังไม่มีความหวังว่าจะกลายมาเป็นสินค้าหลัก&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อ้างอิงข้อมูลจาก Time.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/digital-textbook-%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อนาคตของห้องสมุด ?</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 18 Sep 2011 09:15:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[Bodleian]]></category>
		<category><![CDATA[British Library]]></category>
		<category><![CDATA[iBook store]]></category>
		<category><![CDATA[Wellcome Librry]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสมุด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2449</guid>
		<description><![CDATA[ ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com บ่ายวันนี้ โดยที่ไม่ต้องลุกออกจากโต๊ะไปไหน ผมได้เปิดดูหนังสือภาพต้นฉบับของ Alice&#8217;s Adventures Under Ground  ที่ Lewis Carroll เขียนไว้โดยมีลูกสาวของเขาเป็นแรงบันดาลใจของเรื่องนี้ คือ Alice Liddell ในปี 1874   &#160; ผมได้ค้นหาข้อมูลแผนที่ของ Cornewallia &#38; Wallia  ในศตวรรษที่ 16 จาก World atlas ของ Gerardus Mercator’s การทำสำเนาเอกสารทั้งเล่มเป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยครั้งนักที่ผ่านมา การทำสำเนาขึ้นมาอีกฉบับนับเป็นเรื่องที่มีราคาแพงจนน่าตกใจ และมีทางเดียวที่จะเห็นรูปเล่มของหนังสือเหล่านี้บนกระดาษก็คือการไปตามหาตามห้องหนังสือหายากของห้องสมุดขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน การรวมตัวกันของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความสะดวกทางด้านการเงินทำให้ห้องสมุดต่าง ๆ คิดทบทวนการเข้าถึงสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดของพวกเขา  โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา ทาง British Library ได้เปิดตัวแอพพลิเคชันสำหรับอุปกรณ์ของ Apple ที่สามารถทำให้ผู้อ่านสามารถดาวน์โหลดและอ่านหนังสือตั้งแต่ศตวรรษที่ 19  เป็นต้นมากว่า 45,000 เล่ม โดยเสียค่าธรรมเนียมเดือนละ 2 ปอนด์ ณ เวลาเดียวกันนี้เอง ทางห้องสมุดได้เริ่มขายหนังสือที่สแกนมาจากหนังสือเก่าและทรงคุณค่าหายาก อย่างเช่น Leonardo [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<div>
<h1><span class="Apple-style-span" style="font-size: 13px; font-weight: normal;"><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2449/screen-shot-2554-09-18-at-4-17-38-pm"  rel="attachment wp-att-2451"><img class="alignleft size-medium wp-image-2451" style="margin: 5px;" title="British Library" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/09/Screen-Shot-2554-09-18-at-4.17.38-PM-300x191.png" alt="British Library" width="300" height="191" /></a>บ่ายวันนี้ โดยที่ไม่ต้องลุกออกจากโต๊ะไปไหน ผมได้เปิดดูหนังสือภาพต้นฉบับของ Alice&#8217;s Adventures Under Ground  ที่ Lewis Carroll เขียนไว้โดยมีลูกสาวของเขาเป็นแรงบันดาลใจของเรื่องนี้ คือ <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://en.wikipedia.org/wiki/Alice_Liddell" title="Alice Liddell"  target="_blank" rel="external nofollow">Alice Liddell</a></noindex> ในปี 1874  </span></h1>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมได้ค้นหาข้อมูลแผนที่ของ Cornewallia &amp; Wallia  ในศตวรรษที่ 16 จาก World atlas ของ Gerardus Mercator’s</p>
</div>
<div>
<p>การทำสำเนาเอกสารทั้งเล่มเป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยครั้งนักที่ผ่านมา การทำสำเนาขึ้นมาอีกฉบับนับเป็นเรื่องที่มีราคาแพงจนน่าตกใจ และมีทางเดียวที่จะเห็นรูปเล่มของหนังสือเหล่านี้บนกระดาษก็คือการไปตามหาตามห้องหนังสือหายากของห้องสมุดขนาดใหญ่</p>
</div>
<div>
<p>อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน การรวมตัวกันของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความสะดวกทางด้านการเงินทำให้ห้องสมุดต่าง ๆ คิดทบทวนการเข้าถึงสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดของพวกเขา  โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา ทาง British Library ได้เปิดตัวแอพพลิเคชันสำหรับอุปกรณ์ของ Apple ที่สามารถทำให้ผู้อ่านสามารถดาวน์โหลดและอ่านหนังสือตั้งแต่ศตวรรษที่ 19  เป็นต้นมากว่า 45,000 เล่ม โดยเสียค่าธรรมเนียมเดือนละ 2 ปอนด์</p>
</div>
<div>
<p>ณ เวลาเดียวกันนี้เอง ทางห้องสมุดได้เริ่มขายหนังสือที่สแกนมาจากหนังสือเก่าและทรงคุณค่าหายาก อย่างเช่น Leonardo notebooks และ Mercator atlas ผ่านทาง iBook store ของ Apple</p>
</div>
<div>
<p>หนังสือที่ถูกสแกนเหล่านี้ได้นำมาจัดรูปแบบให้แสดงผลได้ดีกับ iPhone และ iPad มีการทำแอนิเมชันตอนพลิกหน้าพร้อมทั้งลูกเล่นได้อย่างน่าสนใจ</p>
</div>
<div>
<p>British Library ไม่ได้เป็นห้องสมุดเพียงแห่งเดียวที่ตระหนักถึงความเป็นไปได้ของอุปกรณ์จอสัมผัสเหล่านี้   <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.bsb-muenchen.de/index.php" title="Bayerische Staatsbibliothek"  target="_blank" rel="external nofollow">Bayerische Staatsbibliothek</a></noindex> ในเมือง Munich ถือว่าเป็นห้องสมุดที่ก้าวหน้าไปมากที่สุด ซึ่งมีรายการหนังสือให้เลือกมากมายตั้งแต่โครงการที่เพิ่งทำเป็นดิจิตอลเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยไม่เสียเงิน ผู้ที่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชันของพวกเขาสามารถอ่านงานเขียนต้นฉบับบของ <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://en.wikipedia.org/wiki/Nibelungenlied" title="Nibelungenlied"  target="_blank" rel="external nofollow">Nibelungenlied</a></noindex> ได้แบบตัวเต็ม รวมทั้งงานของ Plotinus,Venerable Bede  และอื่น ๆ อีกมากมาย</p>
<p><noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://library.wellcome.ac.uk/" title="Wellcome Library"  target="_blank" rel="external nofollow">Wellcome Librry</a></noindex> เป็นอีกแห่งหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาสู่รูปแบบนี้ โดย Wellcome Library ได้เก็บรักษาตำราแพทย์โบราณชั้นดีจำนวนมากมายให้เข้าถึงได้ผ่านรูปแบบออนไลน์ แต่ยังทำให้อ่านบนอุปกรณ์พกพาได้ไม่มากนัก</p>
<p>ส่วนทางด้านของ <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.bodleian.ox.ac.uk/bodley" title="Bodleian"  target="_blank" rel="external nofollow">Bodleian</a></noindex> เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้เปิดตัวแอพพลิเคชันที่ครอบคลุมงานพระคัมภีร์ไบเบิล ฉบับของ King James</p>
<p>สำหรับ <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.nypl.org/collections/nypl-collections/archival-materials" title="New York Public Library"  target="_blank" rel="external nofollow">New York Public Library</a></noindex>  ได้เริ่มทะยอยทำออนไลน์ชุดของเอกสารจดหมายเหตุ ตั้งแต่ช่วง World’s Fair ปี 1939</p>
<p>Michael Stocking ซึ่งบริษัทของเขาเป็นผู้ทำ Armadillo Systems ได้ร่วมงานกับ <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.bl.uk/" title="British Library"  target="_blank" rel="external nofollow">British Library</a></noindex> , <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.library.manchester.ac.uk/"  rel="external nofollow">John Rylands Library</a></noindex> และ <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.nhm.ac.uk/"  rel="external nofollow">Natural History Museum</a></noindex>  เพื่อผลิตและขายงานประพันธ์ที่ทรงคุณค่าในรูปแบบที่สแกนแล้วผ่านทาง iBook store</p>
<p>เขากล่าวว่า &#8221; เรามีหนังสือที่ยอดเยี่ยมมากมายและในตอนนี้เราจะทำยังไงกับมัน ? แต่ละโครงการ ทำให้ห้องสมุดมีรายได้อย่างต่อเนื่อง คุณก็รู้ว่ามหาวิทยาลัยให้เงินอุดหนุนห้องสมุดค่อนข้างน้อยในอังกฤษ ห้องสมุดเองก็ต้องอาศัยเงินและทรัพยากรต่าง ๆ</p>
<p>นั่นก็คือเหตุผลที่เราเข้ามาเพื่อช่วยห้องสมุดให้สามารถทำรายได้เพิ่มขึ้น&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อ้างอิงจาก บทความของ Tim Martin  telegraph.co.uk</p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Barnes &amp; Noble กับการแข่งขันครั้งใหม่จาก e-book</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/barnes-noble-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/barnes-noble-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Sep 2011 09:14:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[Barnes & Noble]]></category>
		<category><![CDATA[borders]]></category>
		<category><![CDATA[Crown Books]]></category>
		<category><![CDATA[e-book]]></category>
		<category><![CDATA[NOOK]]></category>
		<category><![CDATA[Perseus Book Group]]></category>
		<category><![CDATA[Simon & Schuster]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2431</guid>
		<description><![CDATA[ ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com ในภาพยนต์เรื่อง &#8220;You&#8217;ve Got Mail&#8221;  Tom Hanks แสดงเป็น Joe Fox เจ้าของร้านหนังสือขนาดใหญ่ชื่อ Fox &#38; son  Books ที่แข่งขันไล่บี้ให้ร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่ชื่อ The Shop Around The Corner  ซึ่งเจ้าของร้านแสดงโดย  Meg Ryan จนต้องปิดกิจการลงในที่สุด สำหรับ Barnes &#38; Noble ต้องเจอกับการแข่งขันครั้งใหม่จาก e-book ที่ได้ส่งผลกระทบทำให้กำไรและจำนวนคนที่เข้าร้านหนังสือลดลง 12 ปีต่อมา อาจเป็นไปได้ว่า Joe Fox ต้องกลับมาเป็นกังวลอีกครั้ง เมื่อผู้อ่านได้ผละจากร้านหนังสือเล็ก  ๆ เพื่อเจอกับความประหลาดใจว่า จริง  ๆ แล้ว พวกเขาต้องการร้านหนังสือกันหรือเปล่า  คนส่วนใหญ่กำลังสั่งซื้อหนังสือทางออนไลน์หรือดึงมันออกมาจากลังหนังสือขายดีในร้าน Wal-Mart แต่การคุกคามที่น่ากลัวสำหรับธุรกิจนี้และนักอ่านบางคนก็คือการเติบโตของ e-book ในช่วงห้าเดือนแรกของปี 2009  ยอดขาย e-book [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<div>
<div>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2431/screen-shot-2554-09-15-at-4-14-02-pm"  rel="attachment wp-att-2440"><img class="alignleft size-medium wp-image-2440" style="margin: 5px;" title="Barnes &amp; Noble" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/09/Screen-Shot-2554-09-15-at-4.14.02-PM-300x163.png" alt="ร้านหนังสือ Barnes &amp; Noble" width="300" height="163" /></a>ในภาพยนต์เรื่อง &#8220;You&#8217;ve Got Mail&#8221;  Tom Hanks แสดงเป็น Joe Fox เจ้าของร้านหนังสือขนาดใหญ่ชื่อ Fox &amp; son  Books ที่แข่งขันไล่บี้ให้ร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่ชื่อ The Shop Around The Corner  ซึ่งเจ้าของร้านแสดงโดย  Meg Ryan จนต้องปิดกิจการลงในที่สุด</p>
<p>สำหรับ Barnes &amp; Noble ต้องเจอกับการแข่งขันครั้งใหม่จาก e-book ที่ได้ส่งผลกระทบทำให้กำไรและจำนวนคนที่เข้าร้านหนังสือลดลง</p>
<p>12 ปีต่อมา อาจเป็นไปได้ว่า Joe Fox ต้องกลับมาเป็นกังวลอีกครั้ง เมื่อผู้อ่านได้ผละจากร้านหนังสือเล็ก  ๆ เพื่อเจอกับความประหลาดใจว่า จริง  ๆ แล้ว พวกเขาต้องการร้านหนังสือกันหรือเปล่า  คนส่วนใหญ่กำลังสั่งซื้อหนังสือทางออนไลน์หรือดึงมันออกมาจากลังหนังสือขายดีในร้าน Wal-Mart</p>
<p>แต่การคุกคามที่น่ากลัวสำหรับธุรกิจนี้และนักอ่านบางคนก็คือการเติบโตของ e-book</p>
<p>ในช่วงห้าเดือนแรกของปี 2009  ยอดขาย e-book คิดเป็น 2.9% ของยอดขายตัวเล่ม และในช่วงเวลาเดียวกันนี้ของปี 2010  ยอดขาย e-book ซึ่งโดยทั่วไปมีราคาถูกกว่าหนังสือปกแข็งนั้น เติบโตเป็น 8.5% ของยอดขายตัวเล่ม ตามรายงานจากสมาคมสำนักพิมพ์อเมริกัน โดยได้รับอานิสงฆ์มาจากยอดขายของ Amazon Kindle และ Apple iPad</p>
<p>สำหรับ Barnes &amp; Noble ซึ่งเป็นร้านหนังสือที่ครองความยิ่งใหญ่มานานในอเมริกา การแข่งขันครั้งใหม่นี้ได้นำไปสู่ผลกำไรและจำนวนคนเข้าร้านที่เริ่มลดลง หลังจากที่ทางบริษัทได้ประกาศขายกิจการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ทาง Leonard Riggio  ประธานกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Barnes &amp; Noble  ผู้ที่ได้ประกาศความเชื่อมั่นของเขาในอนาคตของบริษัท ได้กล่าวเป็นนัยว่า เขาอาจจะซื้อบริษัทนี้ด้วยตัวเขาเองและเอามันออกจากตลาดหุ้น</p>
<p>สำหรับผู้อ่านแล้ว e-book ไม่เพียงแต่หมายความถึงการเปลี่ยนรูปแบบของประสบการณ์ในการอ่านเท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนรูปแบบการซื้อหนังสือจากเดิมที่เป็นการเดินทอดน่องไปตามชั้นหนังสือ  อ่านดูปกและหากชอบใจก็หยิบเล่มนั้นออกมา</p>
<p>สำนักพิมพ์หลายแห่งต้องแปลกใจที่เห็นความนิยมในตัว  e-book เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายหนังสือตัวเล่มที่พวกเขาเป็นตัวแทนจำหน่ายอยู่ ถ้าหากจำนวนร้านหนังสือลดลง บรรดาสำนักพิมพ์เกรงว่ายอดขายก็จะลดลงตามไปด้ว ย บ้างก็กังวลว่าร้านหนังสือขนาดใหญ่จะเป็นเหมือนกับร้านขายเทปและซีดีเพลงที่ต้องปิดตัวลงเมื่อธุรกิจเพลงเข้าสู่รูปแบบดิจิตอล</p>
<p>Laurence J. Kirshbaum  ตัวแทนนักเขียน กล่าวว่า &#8220;การเปลี่ยนแปลงจากหนังสือตัวเล่มไปเป็นหนังสือดิจิตอลนั้น สามารถทำให้ระบบเศรษฐกิจบางส่วนชะลอตัวได้ แต่ไม่สามารถช่วยเยียวยาความสูญเสียที่เกิดขึ้น เราต้องการให้คนไปที่ร้านและมองหาหนังสือสักเล่มที่พวกเขาไม่รู้ว่ามันมีอยู่และซื้อมันมาอ่าน&#8221;</p>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2431/screen-shot-2554-09-15-at-4-18-45-pm"  rel="attachment wp-att-2441"><img class="alignleft size-medium wp-image-2441" style="margin: 5px;" title="Barnes &amp; Noble e-book NOOK" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/09/Screen-Shot-2554-09-15-at-4.18.45-PM-300x144.png" alt="Barnes &amp; Noble e-book NOOK" width="300" height="144" /></a>ทางด้าน Carolyn Reidy ซีอีโอของ Simon &amp; Schuster กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า &#8220;ในปัจจุบัน e-book ทำรายได้ให้กับบริษัทหนังสือราว 8% ของรายได้ทั้งหมด&#8221; เธอทำนายว่า ยอดขาย e-book จะสูงขึ้นถึง 40% ภายในสามถึงห้าปีต่อจากนี้</p>
<p>ส่วน Mike Shatzkin ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Idea Logical Company ซึ่งให้คำปรึกษาแก่สำนักพิมพ์ต่าง ๆ ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงดิจิตอลนี้ กล่าวว่า &#8220;e-book เคลื่อนไปข้างหน้าเร็วขึ้นทุกทีตลอดเวลาซึ่งทำให้หลายสิ่งดูไม่เข้าข้างร้านหนังสือตามสถานที่ต่าง  ๆ &#8221;</p>
<p>Iris Reeves  รองผู้จัดการของ East Texas วัย 53 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่ไปร้านหนังสือ เกือบทุกสุดสัปดาห์ เธอและสามีจะขับรถเป็นระยะทางราว 60 ไมล์ ไปยังร้านหนังสือ Barnes &amp;  Noble ที่ใกล้ที่สุด เพื่อใช้ช่วงเวลาอันยาวนานในการเลือกซื้อหนังสือ  เธอซื้อหนังสือปกอ่อนหลายเล่ม (เรื่องสยองขวัญ,นวนิยายวิทยาศาสตร์, นวนิยายแนวเหนือจริง ) ส่วนสามีจะซื้อหนังสือพวกวรรณกรรมทั่วไปและนิตยสารเกี่ยวกับยานยนต์สองสามฉบับ</p>
<p>เธอเห็นสัญญาณเตือนจากร้านหนังสือราวหนึ่งโหล ทั้งที่เป็นร้านหนังสืออิสระและร้านหนังสือที่มีสาขาอย่างเช่น Crown Books  ค่อย ๆ หายไป นอกจาก Barnes &amp; Noble และ Borders แล้ว มีเพียงร้านหนังสืออื่น ๆ แถบใกล้เคียงเท่านั้นที่ขายหนังสือใหม่ซึ่งทั้งหมดเป็นร้านหนังสือเกี่ยวกับศาสนา</p>
<p>Reeves บอกว่า &#8221; ฉันไม่ต้องการเสียทางเลือกของการเข้าไปในร้านหนังสือและหยิบจับหนังสือสักเล่มจริง ๆ  ฉันชอบที่จะเดินไปมาในทางเดินระหว่างชั้นหนังสือ ดูว่ามีอะไรตรงนั้น ถ้าหากฉันมีสิทธิเลือก ต้องเป็นหนังสือกระดาษทั้งหมด !!</p>
<p>ใครก็ตามที่มาลงเอยในร้านสาขาของ Barnes &amp; Noble จำนวน 720 สาขาเหล่านี้ จะต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในอุตสาหกรรมและถ้าหากการเปลี่ยนแปลงไปสู่ e-book  เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่องเช่นนี้ จะเป็นเครืื่องพิสูจน์ว่า Barnes &amp; Noble สามารถประสบความสำเร็จในฝั่งของการขายหนังสือดิจิตอลได้เช่นเดียวกับที่เคยประสบความสำเร็จในแบบของตัวเล่มหรือไม่</p>
<p>William Lynch ซีอีโอของ Barnes &amp; Noble กล่าวในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า &#8220;ร้านสาขาต่าง ๆ ได้ถูกดัดแปลงใหม่ให้สามารถดึงดูดคนเข้าร้านได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มสินค้าอย่างเช่นเกมส์และของเล่นที่เสริมสร้างทักษะความรู้ และเน้นการทำตลาดเครื่องอ่าน e-book ของเรา ซึ่งก็คือ Nook.</p>
<p>Lynch บอกว่า &#8221; เราคิดว่าเรามียุทธศาสตร์ที่มาถูกทาง การเติบโตในส่วนของ e-book  ของเรานั้นรุดหน้ากว่าแผนที่ตั้งไว้ไปถึง 9 เดือน&#8221;</p>
<p>มันเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในเรื่องความไม่แน่นอนสำหรับบริษัท   ในยุค 90 ที่เป็นยุครุ่งเรืองของร้านหนังสือขนาดใหญ่นั้น Barnes &amp; Noble เคยครองความยิ่งใหญ่ มีการกระจายตัวเข้าถึงลูกค้าอย่างรวดเร็วและน่าอัศจรรย์ใจด้วยการที่มีหนังสือให้เลือกมากมายหลากหลายแขนงพร้อมทั้งส่วนลดอย่างมากมายแบบที่ร้านหนังสือที่เล็กกว่าหรือร้านหนังสืออิสระไม่สามารถสู้ได้เลย ทำให้ Riggio  ได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลสูงสุดในธุรกิจหนังสือ</p>
<p>David Steinberger ซีอีโอของ Perseus Book Group กล่าวว่า &#8221;เมื่อตอนที่ Barnes &amp; Noble เติบโตนั้น มีหลายสิ่งที่ดีมาก ๆ สำหรับสำนักพิมพ์ต่าง ๆ และนักเขียน พวกเขามีพลัง มีความมั่นใจสูง พวกเขาจัดงานร่วมกับนักเขียนได้อย่างยอดเยี่ยมและพวกเขายังมีหนังสือให้เลือกมากมาย&#8221;</p>
<p>แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ Barnes &amp; Noble  ต้องแข่งขันกับ Amazon.com ซึ่งเป็นผู้นำตลาด e-book และมีหนังสือตัวเล่มให้เลือกมากมายบนโลกออนไลน์ การมาของ iPad ในเดือนเมษายนเป็นเพียงการเพิ่มความสนใจในตัว e-book เท่านั้น</p>
<p>Peter Osnos ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการพิเศษของ PublicAffairs ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์อิสระ กล่าวว่า &#8221; บริษัทแห่งนี้กำลังก้าวผ่านการต่อสู้ขั้นพื้นฐานอย่างแท้จริง สิ่งที่คุณมีก็คือการก่อตัวของปัจจัยการเปลี่ยนแปลงของทิศทางการซื้อหนังสือที่กำลังเกิดขึ้น ในภาวะเศรษฐกิจซบเซาโดยทั่วไป &#8221;</p>
<p>เมื่อมีการขยายร้าน Barnes &amp; Noble ที่ Union Square ใน Manhattan  นั้น การเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่กำลังครอบคลุมบริษัทและธุรกิจนี้ได้แสดงบทบาทอย่างเต็มที่ ชั้นหนังสือถูกทำให้ว่างเปล่าเพื่อที่จะทำให้เป็นห้องสำหรับของเล่นและเกมส์ มีสัญลักษณ์ห้อยลงมากจากเพดานเพื่อแสดงออกถึงความรู้สึกสดชื่นร่าเริง</p>
<p>Reidy จาก Simon &amp; Schuster บอกว่า &#8220;ผมชอบทุกสิ่งที่ทำให้คนเข้ามาที่ร้าน ถ้าหากของเด็กเล่นหรือเกมส์นำครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งเข้ามาในร้านหนังสือ ผมก็พอใจแล้ว&#8221;</p>
<p>นอกจากนี้บริษัทกำลังอยู่ในช่วงก้าวสำคัญในการจับตลาดดิจิตอล  ในเดือนกันยายนทาง Barnes &amp; Noble จะเริ่มสร้างร้านขายเครื่องอ่าน e-book  Nook ของตัวเองบนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางฟุต</p>
<p>Samantha Robinson นักศึกษาวัย 24 ปี หยุดอยู่ตรงด้านนอกของร้านที่ Union Square  เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในมือของมือมี Nook ที่เพิ่งซื้อมาใหม่ เธอบอกว่า &#8220;ฉันกำลังจะซื้อหนังสือให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ด้วยเครื่องอ่่าน e-book นี้ เพราะว่ามันราคาถูกมาก&#8221; และถ้าหากว่าเธอหยุดการซื้อหนังสือแบบตัวเล่มไปจริง ๆ &#8220;ฉันคงไม่คิดถึงมันเลย&#8221; เธอกล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>อ้างอิงจาก  www.nytimes.com</p>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/barnes-noble-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บังกาลอร์ แหล่งสร้าง app แห่งใหม่ของโลก</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87-app-%e0%b9%81%e0%b8%ab/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87-app-%e0%b9%81%e0%b8%ab/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Sep 2011 17:24:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[App]]></category>
		<category><![CDATA[MoFirst]]></category>
		<category><![CDATA[QBurst]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2420</guid>
		<description><![CDATA[ ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com ทางเข้าบริษัท MoFirst Solution อยู่ไม่ไกลจากบ่อเกรอะและบรรดาหมาจรจัดของสลัมแห่งหนึ่งจากหลาย ๆ แห่งในเมืองมุมไบ ภายในบริษัทบรรยากาศดูไม่ต่างจากออฟฟิศของบริษัทของโปรแกรมเมอร์ที่อื่น  ๆ ของอินเดีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำรายได้ให้กับประเทศกว่า 88.1 พันล้านเหรียญฯ ต่อปี จากการให้บริการเทคโนโลยีข้อมูลและธุรกิจการจ้างงานจากภายนอก (outsources ) ในขณะที่ การให้บริการทางด้าน IT ยังคงมีบทบาทหลักต่อธุรกิจเทคโนโลยีของประเทศ หลายบริษัท เช่น MoFirst  กำลังสร้างโอกาสถัดไปให้กับอินเดียในการรับงาน outsources ด้วยการจ้างโปรแกรมเมอร์หลายพันคนในช่วงไม่กี่ปีมานี้เพื่อที่จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากความต้องการในการสร้างโปรแกรมสำหรับ iPhone และ iPad รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ในส่วนของการจ้างงานการทำ app บนอุปกรณ์พกพานั้นอาจเป็นธุรกิจที่ทำรายได้สูงถึง 5.6 พันล้านเหรียญฯ ต่อปีเมื่อถึงปี 2015 จากการประเมินของ Forrester Research Anshul Gupta นักวิเคราะห์จาก firmGartner ในมุมไบ กล่าวว่า &#8220;อินเดียเป็นสถานที่ของตรรกะ และด้วยเหตุผลเดียวกันกับซอฟท์แวร์ ที่นี่มีราคาถูก&#8221; ความต้องการโปรแกรมเมอร์เขียนโค๊ดสำหรับระบบปฏิบัติการ iOS ของ Apple [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><br/></p>
<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<h1><span class="Apple-style-span" style="font-size: 13px; font-weight: normal;"><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2420/screen-shot-2554-09-13-at-12-27-36-am"  rel="attachment wp-att-2425"><img class="alignleft size-medium wp-image-2425" style="margin: 5px;" title="MoFirst" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/09/Screen-Shot-2554-09-13-at-12.27.36-AM-300x174.png" alt="MoFirst" width="300" height="174" /></a>ทางเข้าบริษัท MoFirst Solution อยู่ไม่ไกลจากบ่อเกรอะและบรรดาหมาจรจัดของสลัมแห่งหนึ่งจากหลาย ๆ แห่งในเมืองมุมไบ ภายในบริษัทบรรยากาศดูไม่ต่างจากออฟฟิศของบริษัทของโปรแกรมเมอร์ที่อื่น  ๆ ของอินเดีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำรายได้ให้กับประเทศกว่า 88.1 พันล้านเหรียญฯ ต่อปี จากการให้บริการเทคโนโลยีข้อมูลและธุรกิจการจ้างงานจากภายนอก (outsources )</span></h1>
<p>ในขณะที่ การให้บริการทางด้าน IT ยังคงมีบทบาทหลักต่อธุรกิจเทคโนโลยีของประเทศ หลายบริษัท เช่น MoFirst  กำลังสร้างโอกาสถัดไปให้กับอินเดียในการรับงาน outsources ด้วยการจ้างโปรแกรมเมอร์หลายพันคนในช่วงไม่กี่ปีมานี้เพื่อที่จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากความต้องการในการสร้างโปรแกรมสำหรับ iPhone และ iPad รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android</p>
<p>ในส่วนของการจ้างงานการทำ app บนอุปกรณ์พกพานั้นอาจเป็นธุรกิจที่ทำรายได้สูงถึง 5.6 พันล้านเหรียญฯ ต่อปีเมื่อถึงปี 2015 จากการประเมินของ Forrester Research</p>
<p>Anshul Gupta นักวิเคราะห์จาก firmGartner ในมุมไบ กล่าวว่า &#8220;อินเดียเป็นสถานที่ของตรรกะ และด้วยเหตุผลเดียวกันกับซอฟท์แวร์ ที่นี่มีราคาถูก&#8221;</p>
<p>ความต้องการโปรแกรมเมอร์เขียนโค๊ดสำหรับระบบปฏิบัติการ iOS ของ Apple ได้เพิ่มขึ้นถึง 20% ในระหว่างช่วงไตรมาศแรกและไตรมาศที่สองของปีนี้ตามรายงานของ Elance  ซึ่งเป็นเว็บไซต์บริษัทนายหน้าหางานที่ช่วยจับคู่ระหว่างผู้ที่รับจ้างทำงานอย่าง MoFirst กับผู้ที่ต้องการสร้าง app</p>
<p>สำหรับความต้องการโปรแกรมเมอร์ที่เขียนโปรแกรมบนระบบปฏิบัติการ Android นั้น เพิ่มขึ้น 15% ในขณะที่ความต้องการนักพัฒนาสำหรับอุปกรณ์อย่าง Blackberry เพิ่มขึ้น 3%</p>
<p>Ajai Shankar ที่ใช้เวลา 12 ปีในฐานะโปรแกรมเมอร์ให้กับบริษัทต่าง ๆ ในอเมริกา ซึ่งหนึ่งในนั้นได้แก่ Wal-Mart Store กล่าวว่า &#8220;app สำหรับ iPhone ได้รับความนิยมอย่างมาก&#8221; เขากลับมาอินเดียในปีนี้เพื่อเปิดร้านรับพัฒนา app สำหรับอุปกรณ์พกพาของตัวเอง</p>
<p>&#8220;การแข่งขันของเราในขณะนี้ก็คือว่า เมื่อคุณได้พัฒนาแอพพลิเคชันสำหรับ iPhone  สิ่งต่อมาที่รู้ก็คือคุณต้องทำอย่างเดียวกันนี้สำหรับ Android&#8221;</p>
<p>Akash Dongre ซีอีโอของ MoFirst กล่าวว่า &#8220;ลูกค้าของ MoFirst ส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐฯ อังกฤษและตะวันออกกลาง โดยบริษัทคิดค่าทำงานชั่วโมงละ 15 ถึง 20 เหรียญฯ&#8221; หากเทียบกับนักพัฒนาโปรแกรมในสหรัฐฯ ที่คิดค่าทำงานชั่วโมงละ 50 ถึง 100 เหรียญฯ</p>
<p>&#8220;Friends Aloud เป็นหนึ่งในในบรรดา app ที่ MoFirst ได้พัฒนาขึ้นและเปิดตัวไปเมื่อต้นปีนี้ ซึ่งเป็น app ที่อัพเดตสถานะ Facebook ของผู้ใช้แบบอ่านออกเสียงได้ โดย MoFirst ได้คิดค่าทำงานกับบริษัทลูกค้าที่ตั้งอยู่ใน Texas  ในการพัฒนา app นี้เป็นเงินราว 8,000 เหรียญ ซึ่งถูกกว่าจ้างบริษัทนักพัฒนาโปรแกรมในอเมริกากว่าครึ่ง และทำงานได้เสร็จเรียบร้อยภายในระยะเวลาราวสามเดือน&#8221;</p>
<p>หนึ่งในคู่แข่งของ MoFirst ได้แก่ QBurst Technologies ซึ่งก่อตั้งบริษัทในปี 2004 ในฐานะผู้พัฒนาเว็บไซต์ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของอินเดียในเมือง Trivandrum ต่อมาในปี 2008 บริษัทได้หันมาเน้นพัฒนา app มากขึ้น</p>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2420/screen-shot-2554-09-13-at-12-30-52-am"  rel="attachment wp-att-2426"><img class="alignleft size-medium wp-image-2426" style="margin: 5px;" title="QBurst" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/09/Screen-Shot-2554-09-13-at-12.30.52-AM-300x205.png" alt="QBurst" width="300" height="205" /></a>Qburst ช่วยพัฒนา app สำหรับอุปกรณ์พกพากว่า 150 app สำหรับลูกค้าในอังกฤษและอเมริกา รวมถึง app ที่ชื่อ PrivateFly สำหรับ iPhone ของบริษัท  St. Albans ในอังกฤษที่ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาเที่ยวบินเจ็ทและจองเที่ยวบินเจ็ทส่วนตัวได้ รวมทั้งแอพพลิเคชันขายสินค้าบน iPad สำหรับ Simba Toys และแอพพลิเคชันการค้นหาสินค้าสำหรับ thefind.com</p>
<p>Manjith Kamalasanan ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจของ QBurst กล่าวว่า &#8220;บริษัทของเรามีพนักงาน 400 คน ที่รับผิดชอบในการพัฒนาเว็บไซต์และ app สำหรับ  iPhone  โดยมียอดรายรับรวมเพิ่มขึ้นถึง  76%  มาอยู่ที่ 3.18 ล้านเหรียญฯ เมื่อปีที่แล้ว</p>
<p>Dongre ซีอีโอของ MoFirst กล่าวว่า &#8220;การจ้างพนักงานเริ่มยากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากมีการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้นมาก สำหรับบริษัทของเรา ได้ว่าจ้างนักศึกษาจบใหม่ ที่มีอัตราเงินเดือนอยู่ที่ 20,000 รูปี หรือประมาณ 437 เหรียญฯ แต่พนักงานหลายคนได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้น 40% ภายใน 6 เดือนหลังจากที่ได้ทำงานกับบริษัท เนื่องจากการแข่งขันและการแย่งตัวพนักงานจากบริษัทอื่น</p>
<p>ทางด้าน Kamalasanan กล่าวว่า &#8220;QBurst ต้องการจ้างนักพัฒนาอาวุโสอีกราว 6 คนและนักพัฒนาที่ยังไม่มีประสบการณ์อีกราว 12 คนในช่วงสามเดือนข้างหน้านี้ &#8221;</p>
<p>การเพิ่มขึ้นของนักพัฒนา app บนอุปกรณ์พกพานั้นเป็นสัญญาณให้เห็นว่าบริษัทเทคโนโลยีของอินเดียหลายรายอาจเปลี่ยนแปลงตัวเองจากรูปแบบบริษัทผู้ให้บริการซอฟท์แวร์แบบเดิม โดยหันมาสร้างผลิตภัณฑ์แบบครบวงจร</p>
<p>Gupta จาก Gartner กล่าวว่า &#8220;ไม่เชิงว่าจะเป็นการจ้างงานจากภายนอกเพียงอย่างเดียว การย้ายฐานการผลิตมาที่อินเดียก็กำลังเกิดขึ้นมาได้ระยะหนึ่งแล้ว  การแข่งขันในการสร้างแอพพลิเคชันมีมากขึ้น  มีหลายสิ่งที่ต้องทำกับการวิจัยและพัฒนารวมถึงการประดิษฐ์คิดค้นในเรื่องพวกนี้&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg Businessweek</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87-app-%e0%b9%81%e0%b8%ab/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผู้ก่อตั้ง Project Gutenberg เสียชีวิตแล้วในวัย 64 ปี</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87-project-gutenberg-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%81/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87-project-gutenberg-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%81/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 11 Sep 2011 06:59:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารหนังสือต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[Michael Stern Hart]]></category>
		<category><![CDATA[Project Gutenberg]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2411</guid>
		<description><![CDATA[ ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com Michael Stern Hart ผู้ก่อตั้ง Project Gutenberg ซึ่งเป็นโครงการห้องสมุด e-book ขนาดใหญ่ที่สามารถเข้าอ่านได้ฟรี ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 64 ปี ซึ่งโครงการของเขาเกิดขึ้นก่อนที่จะมี Kindle , Nook หรือ iPhone นานมาก Michael Stern Hart ได้ก่อตั้ง Project Gutenberg ซึ่งเป็นเครือข่ายอาสาสมัครที่ทุ่มเทให้กับการทำ e-book ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ฟรี Hart ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ก่อตั้ง ebook  ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ที่บ้านของเขาในรัฐ Illinois Hart เคยเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัย Illinois ตอนที่เริ่มโครงการ Project Gutenberg นั้น เขามีอายุ 40 ปี โดยเริ่มโครงการในปี 1971 เป็นการพิมพ์ข้อความเนื้อหาของการประกาศอิสรภาพของอเมริกาเข้าไปในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ซึ่งเขาและอาสาสมัครคนอื่น ๆ อีกกว่าหนึ่งร้อยคนสามาถเข้าถึงเครือข่ายนี้ได้ ในการให้สัมภาษณ์เมื่อปลายปีที่แล้ว เขากล่าวว่า &#8220;โครงการนี้และอาสาสมัครที่เข้าร่วมได้จัดทำ ebook ไปแล้วกว่า 100,000 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/archives/2411/screen-shot-2554-09-11-at-2-00-38-pm"  rel="attachment wp-att-2413"><img class="alignleft size-medium wp-image-2413" style="margin: 5px;" title="Project Gutenberg" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/09/Screen-Shot-2554-09-11-at-2.00.38-PM-300x165.png" alt="Project Gutenberg" width="300" height="165" /></a>Michael Stern Hart ผู้ก่อตั้ง <noindex><a target="_blank" rel="nofollow" href="http://www.herothailand.com/blog/goto/http://www.gutenberg.org/" title="Project Gutenberg"  target="_blank" rel="external nofollow">Project Gutenberg</a></noindex> ซึ่งเป็นโครงการห้องสมุด e-book ขนาดใหญ่ที่สามารถเข้าอ่านได้ฟรี ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 64 ปี ซึ่งโครงการของเขาเกิดขึ้นก่อนที่จะมี Kindle , Nook หรือ iPhone นานมาก</p>
<p>Michael Stern Hart ได้ก่อตั้ง Project Gutenberg ซึ่งเป็นเครือข่ายอาสาสมัครที่ทุ่มเทให้กับการทำ e-book ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ฟรี</p>
<p>Hart ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ก่อตั้ง ebook  ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ที่บ้านของเขาในรัฐ Illinois</p>
<p>Hart เคยเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัย Illinois ตอนที่เริ่มโครงการ Project Gutenberg นั้น เขามีอายุ 40 ปี โดยเริ่มโครงการในปี 1971 เป็นการพิมพ์ข้อความเนื้อหาของการประกาศอิสรภาพของอเมริกาเข้าไปในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ซึ่งเขาและอาสาสมัครคนอื่น ๆ อีกกว่าหนึ่งร้อยคนสามาถเข้าถึงเครือข่ายนี้ได้</p>
<p>ในการให้สัมภาษณ์เมื่อปลายปีที่แล้ว เขากล่าวว่า &#8220;โครงการนี้และอาสาสมัครที่เข้าร่วมได้จัดทำ ebook ไปแล้วกว่า 100,000 รายการ ให้ผู้คนสามารถเข้าไปอ่านได้ฟรี&#8221;</p>
<div class="wp-caption alignleft" style="width: 410px"><img class="  " style="margin: 5px;" title="Project Gutenberg" src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/1/1f/Michael_Hart_and_Gregory_Newby_at_HOPE_Conference.jpg" alt="" width="400" height="300" /><p class="wp-caption-text">ภาพจาก WikipediaMichael Stern Hart คนซ้าย</p></div>
<p>การประกาศข่าวมรณกรรมของเขา ถูกโพสต์ไว้ในเว็บไซต์ของ Project Gutenberg  ซึ่งบอกว่า Hart ได้ทำงานเป็นเหมือนกับศาสตราจารย์ปฏิบัติวิชาชีพที่ทำงานโดยไม่มีตำแหน่งและได้รับการว่าจ้างทุก ๆ ปี แต่ในบทสัมภาษณ์เมื่อหลายปีที่ผ่านมา เขาบอกอย่างชัดเจนว่าโครงการนี้เป็นงานที่ทำมาชั่วชีวิตของและเขามีความสุขกับมัน</p>
<p>Hart เกิดที่เมือง Tacoma รัฐ Washington ในปี 1947 และมาโตที่ Urbana เขาเข้ารับราชการทหารกับทางกองทัพก่อนที่จะจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยด้วยปริญญาสาขาศิลปศาสตร์</p>
<p>หนังสือที่เพิ่มเข้าไปใน Project Gutenberg นั้น เร่ิมต้นจากการพิมพ์เข้าไปในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของ Hart และอาสาสมัครคนอื่น ๆ สำหรับทำเผยแพร่ แต่ในบางครั้งก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีข้อผิดพลาดรวมถึงข้อผิดพลาดที่เกี่ยวกับการพิมพ์ แต่ทาง Hart เองก็กล่าวว่าเขาเพียงต้องการเผยแพร่หนังสือให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87-project-gutenberg-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Amazon ออกแท็บเล็ตของตัวเองโดยใช้ Android</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/amazon-%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82/</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/amazon-%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 01 Sep 2011 19:05:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธุรกิจและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Amazon Tablet]]></category>
		<category><![CDATA[Apple]]></category>
		<category><![CDATA[Blackberry]]></category>
		<category><![CDATA[HP]]></category>
		<category><![CDATA[iPad]]></category>
		<category><![CDATA[RIM]]></category>
		<category><![CDATA[tablet]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=2400</guid>
		<description><![CDATA[ ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com Amazon ตั้งเป้าว่าจะเปิดตัวแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ของตัวเองก่อนคริสมาสต์นี้ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะทำให้การแข่งขันกับ iPad จาก Apple นั้นดุเดือดยิ่งขึ้น ซึ่ง iPad ครองส่วนแบ่งการตลาดแท็็บเล็ตเหนือคู่แข่งรายอื่นมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2010 แม้ว่าเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Amazon ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในเรื่องนี้ แต่นักวิเคราะห์และผู้สังเกตการณ์ในธุรกิจนี้จำนวนมากต่างก็เห็นพ้องกันว่า Amazon กำลังเตรียมการที่จะเข้าสู่ตลาดแท็บเล็ตที่มีการแข่งขันสูงเพื่อเพิ่มอิทธิพลของอุปกรณ์พกพาสำหรับอ่าน e-book ของตนเองที่เรียกว่า Kindle แต่ในขณะเดียวกันทาง Apple ได้เปิดให้ทดลองใช้บริการใหม่ ซึ่งก็คือ iCloud  ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดเพลงและฟังเพลงแบบไร้สายด้วย iPhone และ iPad ได้โดยใช้ผ่านบริการ iTune Match ซึ่งจะทำให้ Apple เข้ามาเป็นคู่แข่งคนสำคัญกับบริการ Music Locker ของ Amazon  ที่เปิดตัวในสหรัฐฯ ไปเมื่อช่วงต้นปีนี้ Sarah Rotman จาก Forrester ให้ความเห็นเรื่องแท็บเล็ตจาก Amazon ว่า  &#8221; ถ้าหาก Jeff Bezos  ตั้งราคาเครื่องไว้ต่ำกว่า 300 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3> <a href="http://www.herothailand.com" title="ร้านหนังสือออนไลน์-สั่งหนังสือต่างประเทศ"  target="_blank">ร้านหนังสือออนไลน์-Herothailand.com</a></h3>
<p><a href="http://www.herothailand.com/blog/?attachment_id=2405"  rel="http://www.amazon.com/#?_encoding=UTF8&amp;tag=alltimeseller-20&amp;linkCode=ur2&amp;camp=1789&amp;creative=390957" target="_blank"><img class="alignleft size-medium wp-image-2405" style="margin: 5px;" title="Amazon Tablet Plan" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2011/09/Screen-Shot-2554-09-02-at-2.02.56-AM-300x174.png" alt="Amazon Tablet Plan" width="300" height="174" /></a>Amazon ตั้งเป้าว่าจะเปิดตัวแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ของตัวเองก่อนคริสมาสต์นี้ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะทำให้การแข่งขันกับ iPad จาก Apple นั้นดุเดือดยิ่งขึ้น ซึ่ง iPad ครองส่วนแบ่งการตลาดแท็็บเล็ตเหนือคู่แข่งรายอื่นมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2010</p>
<p>แม้ว่าเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Amazon ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในเรื่องนี้ แต่นักวิเคราะห์และผู้สังเกตการณ์ในธุรกิจนี้จำนวนมากต่างก็เห็นพ้องกันว่า Amazon กำลังเตรียมการที่จะเข้าสู่ตลาดแท็บเล็ตที่มีการแข่งขันสูงเพื่อเพิ่มอิทธิพลของอุปกรณ์พกพาสำหรับอ่าน e-book ของตนเองที่เรียกว่า Kindle</p>
<p>แต่ในขณะเดียวกันทาง Apple ได้เปิดให้ทดลองใช้บริการใหม่ ซึ่งก็คือ iCloud  ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดเพลงและฟังเพลงแบบไร้สายด้วย iPhone และ iPad ได้โดยใช้ผ่านบริการ iTune Match ซึ่งจะทำให้ Apple เข้ามาเป็นคู่แข่งคนสำคัญกับบริการ Music Locker ของ Amazon  ที่เปิดตัวในสหรัฐฯ ไปเมื่อช่วงต้นปีนี้</p>
<p>Sarah Rotman จาก Forrester ให้ความเห็นเรื่องแท็บเล็ตจาก Amazon ว่า  &#8221; ถ้าหาก Jeff Bezos  ตั้งราคาเครื่องไว้ต่ำกว่า 300 เหรียญฯ และเปิดตัวในเดือนตุลาคมนี้แล้ว เราอาจเห็น Amazon ขายแท็บเล็ตได้ราวสามล้านถึงห้าล้านเครื่องจนถึงสิ้นปีและอาจทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงกับสภาพตลาดแบบเดิม&#8221; อย่างไรก็ตาม เธอเห็นว่า Apple เองก็พยายามเร่งสร้างอิทธิพลเพื่อครองตลาดส่วนนี้อย่างต่อเนื่องซึ่ง Apple ครองตลาดคิดคร่าว ๆ  ราวสามในสี่ส่วน โดยในไตรมาศสุดป้ายของปีที่แล้วเพียงไตรมาศเดียว Apple ขาย iPad ไปทั้งหมดจำนวนเจ็ดล้านสามแสนเครื่อง</p>
<p>&#8221; แม้ว่าสิ่งที่ Amazon ท้าทาย Apple นั้น เป็นสิ่งเล็กน้อยมากเทียบได้กับ David  ท้าทายยักษ์โกไลแอท เมื่อดูจากมูลค่าบริษัทในตลาด กำไรและเงินสดของทั้งสองบริษัท  ความกล้าที่จะขายแท็บเล็ตของ Amazon บวกกับความแข็งแกร่งของแบรนด์ทำให้พอจะเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกับ iPad ในตลาด&#8221;</p>
<p>ตั้งแต่เปิดตัว iPad นั้น Apple สามารถขาย iPad ได้กว่า 28 ล้านเครื่อง โดยจากรายงานผลประกอบการเมื่อเร็ว ๆ นี้ระบุว่าภายในระยะเวลาสามเดือนนับจากเดือนเมษายนจนถึงเดือนมิถุนายนนั้นสามารถขาย iPad ได้ 9.2 ล้านเครื่อง แม้ว่าทางฝั่ง Amazon ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับยอดขาย Kindle แต่นักวิเคราะห์จาก  IDC เชื่อว่าในช่วงไตรมาศสุดท้ายของปี 2010 น่าจะอยู่ที่ราว 3  ล้านเครื่องจากที่มีผู้ใช้อยู่ก่อนหน้านั้นแล้วหลายล้านเครื่อง เนื่องจากการทำรุ่นราคาต่ำออกมา ทาง IDC ได้ประเมินว่าในปี 2010  ยอดขาย Kindle น่าจะอยู่ราว ๆ 6  ล้านเครื่อง</p>
<p>นักวิเคราะห์คาดว่าแท็บเล็ตที่กำลังจะเปิดตัวของ Amazon นั้นจะใช้ระบบปฏิบัติการ Android  mobile  ซึ่งกลายเป็นระบบปฏิบัติการที่นิยมในตลาดสมาร์ทโฟนซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Nokia บริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือสัญชาติฟินแลนด์ แต่ทั้งนี้คงมีผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อ iPad ส่วนหนึ่งก็เนื่องมาจากการที่ยังไม่มีเนื้อหาและ app รองรับมากมายอย่างของ iPad</p>
<p>แต่  Amazon เอง ก็ได้เตรียมทำ  app market สำหรับ Android ของตนเองมาได้สักระยะหนึ่งแล้วและยังมี app ของ Kindle เองที่ใช้กับ Android อยู่ก่
