Archive | ธุรกิจและเทคโนโลยี

Kindle Fire

Tags: , , , , , , , , , ,

USPS ห้ามจัดส่งอุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่ลิเธียม

Posted on 13 May 2012 by admin

ตั้งแต่วันที่ี 16 พฤษภาคม USPS จะหยุดจัดส่ง iPad และ Kindle ไปยังกองทัพและลูกค้าที่อยู่ในต่างประเทศ

 

USPS จะหยุดส่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีแบตเตอรี่ลิเธียมออกนอกประเทศตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคมนี้ เป็นต้นไป มีการคาดการณ์ว่าอาจส่งผลดีกับผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุภัณฑ์รายอื่น ซึ่งในบางประเทศอาจมีแนวโน้มการใช้บริการเพิ่มขึ้นถึง 4  เท่า

ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป USPS จะไม่อนุญาตให้มีการจัดส่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีแบตเตอรี่ลิเธียมเป็นส่วนประกอบ อย่างเช่น iPad , Kindle สมาร์ทโฟน ออกนอกประเทศ ดังนั้นบริษัทของอเมริกาหลายแห่งที่มีกลุ่มลูกค้าอยู่ต่างประเทศรวมทั้งผู้ที่ต้องการส่งสินค้าที่มีแบตเตอรี่ลิเธียมเป็นส่วนประกอบ ต้องหันไปใช้บริการของผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุภัณฑ์รายอื่นแทนในอัตราค่าบริการที่สูงกว่า อย่างเช่น UPS , FedEx , TNT , DHL

สำหรับแบตเตอรี่ลิเธียมนั้นเป็นที่นิยมใช้สำหรับจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิด สามารถระเบิดหรือว่าติดไฟได้ในบางโอกาส อย่างไรก็ตามแบตเตอรี่ลิเธียมได้ถูกนำไปเกี่ยวโยงกับเรื่องเครื่องบินขนส่งตกอย่างน้อยสองครั้งตั้งแต่ปี 2006  รวมทั้งครั้งที่เครื่องบินเจ็ทของ UPS ตกใน Dubai  อย่างไรก็ตามธุรกิจในการจัดส่งสินค้าอิิเล็กทรอนิกส์ส่วนบุคคลนี้คิดเป็นมูลค่าราวหลายพันล้านเหรียญฯ ต่อปี

เหตุผลของ USPS ที่งดการจัดส่งก็เนื่องมาจากเป็นการเห็นพ้องต้องกันของ International Civil Aviation Organization (ICAO) และ Universal Postal Union (UPU) สองหน่วยงานระหว่างประเทศ

USPS บอกกับลูกค้าว่า ในวันที่ “1 มกราคม 2013 ลูกค้าจะสามารถส่งแบตเตอรี่ลิเธีียมไปต่างประเทศได้ในจำนวนจำกัดเท่านั้นและต้องมีการติดตั้งแบตเตอรี่เข้ากับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างเหมาะสม ในระหว่างนี้คนอเมริกันที่หวังจะส่ง ipad ,Kindle แบตเตอรี่สำหรับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คและสมาร์ทโฟนไปยังต่างประเทศนั้นอาจเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฏหมายโดยแจ้งชื่อสินค้าเป็นอย่างอื่นหรือไม่ก็ต้องส่งผ่านบริการจัดส่งพัสดุแบบของรายอื่นที่มีค่าบริการแพงกว่า ในกรณีของ FedEx นั้นจะมีบริการกล่องสำหรับส่งไปยังฐานทัพของสหรัฐฯ ตามที่ต่าง ๆ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีข้อกำหนดเดียวกัน  หลังจากวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ การจัดส่ง iPad ไปยังต่างประเทศต้องส่งไปยังที่อยู่ของพลเรือนในประเทศปลายทางเท่านั้น ซึ่งประเทศอย่าง Kuwait อาจทำราคากระโดดจากอัตรา Military Priority Mail จาก $5.30 ไปเป็นสูงกว่า $20

ทาง USPS แจ้งว่า การแก้ไขกฏระเบียบใหม่นี้เกิดจากมาตรฐานของทาง ICAO และ UPU ซึ่งทั้งสองหน่วยงานนี้ห้ามจัดส่งแบตเตอรี่ลิเธียมในการขนส่งพัสดุภัณฑ์เพื่อการค้าระหว่างประเทศทางอากาศ (แต่ยอมให้จัดส่งได้ผ่านผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุภัณฑ์รายอื่น ) สำหรับการที่เลือกวันที่ 16  พฤษภาคม 2555 เป็นวันแรกนั้นก็เพื่อ “ให้ผู้ส่งจดหมายมีเวลาปรับเปลี่ยนการจัดส่ง” ทาง USPS เองก็ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงอาจทำให้ลูกค้าได้รับความไม่สะดวก และในฐานะที่ USPS กำลังร่วมมือกับหน่วยงานที่เชี่ยวชาญในการร่างข้อบังคับนี้ จะพยายามดูว่าจะมีข้อยกเว้นใดได้บ้างก่อนเดือนมกราคม ปี 2013 นี้

และแน่นอนว่า กลุ่มคนที่เดือดร้อนที่สุดจากการตัดสินใจของ USPS ในครั้งนี้เห็นจะเป็นทหารในกองทัพที่ประจำการในฐานทัพต่างประเทศ     ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคมเป็นต้นไปนั้น เพื่อน ๆ หรือสมาชิกในครอบครัวที่หวังจะส่งแท็บเล็ตราคาถูกและเครื่องอ่านอีบุ๊คส์ให้กับสมาชิกที่อยู่ต่างประเทศจะไม่สามารถส่งผ่าน USPS ได้  ซึ่งการบังคับใช้นี้เฉพาะการส่งแบตเตอรี่ลิเธียมออกนอกประเทศเท่านั้น

Winnie Pritchett จากองค์กรการกุศล ชื่อ iPads for Soldiers ซึ่งส่ง iPad ไปยังทหารในกองทัพสหรัฐฯ ที่อยู่ต่างประเทศ โดยไม่ได้อาศัยการสนับสนุนทางการเงินจาก Apple  กล่าวว่า ปัจจุบันพวกเขาส่ง ipad คราวละมาก ๆ ไปยังฐานทัพในต่างประเทศโดยผ่าน USPS

Pritchett เรียกข้อกำหนดใหม่นี้ว่าเป็น กรณีฆ่าตัวตายของผู้ให้บริการไปรษณีย์  โดยโครงการของเขาได้่ส่ง iPad กว่า 600 เครื่องไปยังอัฟกานิสถาน ในปี 2011   ซึ่ง iPad แต่ละเครื่องนั้นใช้ระยะเวลาการจัดส่งราวสองสัปดาห์  iPad นั้น ได้รับความนิยมจากทหารที่ได้รับบาดเจ็บสูญเสียแขน พวกเขาสามารถใช้ระบบสัมผัสได้ง่ายกว่าการใช้คอมพิวเตอร์ตามปกติ

ส่วนทางด้านผู้ให้บริการขนส่งพัสดุภัณฑ์รายอื่น อย่าง FedEx , DHL  และ UPS ยอมให้ส่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมได้ตามปกติ โดย Mike Mangeot จาก UPS  กล่าวว่า ทางบริษัทได้ควบคุมการจัดส่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีแบตเตอรี่ลิเธียมเป็นส่วนประกอบตามข้อกำหนดของสหรัฐฯ และหน่วยงานที่ควบคุมการจัดส่งพัสดุภัณฑ์ระหว่างประเทศ  มีการฝึกอบรมพนักงานในการจัดการกับพัสดุที่มีแบตเตอรี่่ลิเธียมเป็นส่วนประกอบและได้ให้คำแนะนำเรื่องการบรรจุหีบห่อที่เหมาะสมแก่ลูกค้าในเรื่องนี้

ถึงแม้ว่า  USPS   อ้างว่านี่เป็นการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับระหว่างประเทศ แต่ทั้งหมดทั้งปวงก็มีเพียง Australia Post เท่านั้นที่ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้  ตัวอย่างเช่น Royal mail ของอังกฤษ ก็ยังยอมให้ส่งสมาร์ทโฟน iPad และ Kindle ได้จะห้ามก็แต่เพียงในรายที่จัดส่งแบตเตอรี่สำหรับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คส์ ส่วนทางด้าน Japan Post ก็ห้ามจัดส่งแบตเตอรี่ลิเธียมเฉพาะการจัดส่งทางเรือ  และสำหรับ German Bundespost  ยังคงสามารถส่งแบตเตอรี่ลิเธียมได้แต่ต้องอยู่ภายใต้ระเบียบความปลอดภัยที่เข้มงวด

 

Comments (0)

Kindle Fire 3G

Tags: , , , , , , ,

ข่าวดีสำหรับทุกคน เมื่อ ebook ไม่มี DRM

Posted on 06 May 2012 by admin

บทความนี้อ้างอิงจากงานเขียนของ  Copy Doctorow

การตัดสินใจของสำนักพิมพ์ Tor Books ที่จะเลิกใช้ การจัดการสิทธิดิจิตอล  DRM  ( DIgital Rights Management )  นั้นเป็นการส่งสัญญาณว่าได้เริ่มต้นจุดสิ้นสุดสงครามรูปแบบที่หลากหลายของ e-book

เมื่อปลายเดือนเมษายน Tor Books สำนักพิมพ์นวนิยายวิทยาศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมทั้งบริษัทลูกอย่าง Tor UK ที่มีสำนักงานในอังกฤษ ได้ประกาศว่า ทางสำนักพิมพ์จะเลิกใช้ Digital Rights Management (DRM ) กับ e-book ของทางสำนักพิมพ์ทุกเล่มในฤดูร้อนนี้ ซึ่งถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ธุรกิจส่ิงพิมพ์ นี่เป็นการเริ่มต้นจุดจบสำหรับ DRM ซึ่งผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และสำนักพิมพ์ใช้มันเพื่อจำกัดการใช้เนื้อหาดิจิตอลของพวกเขาภายหลังการขาย  ถือว่าเป็นข่าวดี ไม่ว่าคุณจะเป็นสำนักพิมพ์ นักเขียน หรือนักอ่าน หรือใครสักคนที่หยิบหนังสือมาอ่านเพียงปีละครั้ง

 

ส่ิงแรกที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับการใช้ DRM กับ e-book  ก็คือว่า มันไม่มีประสิทธิภาพ

เช่นเดียวกันกับระบบ DRM ที่มีอยู่ทั้งหมด  การนำ DRM มาใช้กับ  e-book นั้น เชื่อว่าคุณสามารถแจกจ่าย e-book ที่สามารถเปิดอ่านได้ก็ต่อเมื่อต้องได้รับการอนุญาตก่อนและไม่มีใครเลยสักคนที่คุณส่ง e-book ให้จะรู้วิธิีการว่าต้องทำอย่างไรเพื่อที่จะเปิดอ่านมัน   เมื่อมีผู้ใช้สักคนหนึ่งเปิดมันได้ เกมส์ก็เริ่มต้นขึ้น !

เนื่องจากคนที่ฉลาดสามารถแจกจ่าย ebook  ที่เขาได้ถอดเอา DRM ออกไปแล้ว หรือจะใช้โปรแกรมในการถอดเอา DRM ออกไป หรืออาจเป็นไปได้ทั้งสองอย่าง  และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ตลาดที่ถูกกฏหมายสำหรับ DRM จึงหายไป ไม่มีผู้อ่านคนไหนที่อยากซื้อ ebook แล้วเปิดอ่านได้เฉพาะเมื่อได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ และตั้งแต่ที่การทำ ebook เถื่อนเป็นธุรกิจหาได้ง่ายและยืดหยุ่นได้มากกว่าการต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อ ebook ที่ถูกต้อง จึงส่งผลให้ ebook เถื่อนที่ได้ถอดเอา DRM ออกไปแล้วนั้น ได้รับความนิยมมากกว่า ebook เพื่อการค้าที่เข้ารหัสไว้ด้วย DRM

ยังมีอะไรมากกว่านั้นอีก  เนื่องจาก ebook สามารถนำมาแปลงเป็นไฟล์ดิจิตอลได้อีกเรื่อย ๆ นั่นก็คือว่า มันง่ายมากในการเข้ารหัส DRM ใหม่อีกครั้งกับ ebook เล่มเดิม หรือสแกนหนังสือ หรือจับภาพหน้าจอ ebook ที่ถูกเข้ารหัสไว้ด้วย DRM  แล้วใช้โปรแกรมแปลงภาพเป็นตัวอักษร อย่างที่ Goole ได้สแกนหนังสือกว่า 16 ล้านเล่มในช่วงสองสามปีให้หลังมานี้

เท่านี้ก็เปิดอ่าน ebook ได้แล้ว !

World largest's  Scientific fiction publisher

DRM ไม่ดีต่อธุรกิจ 

ถ้าหากระบบ DRM ทั้งหมด เป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าที่เคยซื้อ ebook ถูกกฏหมายกลายไปเป็นคนดาวน์โหลด eb00k เถื่อน นี่ก็น่าจะเป็นผลเสียอย่างแน่นอนสำหรับสำนักพิมพ์ แต่ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือแนวทางที่ DRM  เป็นสิ่งที่เลวร้ายมากสำหรับธุรกิจ ในหลายประเทศที่พัฒนาแล้วได้ลงนามในสนธิสัญญาข้อตกลงเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา WIPO Copyright Treaty of 1996 และได้รวมเข้าไปในกฏหมายของตนเพื่อเป็นข้อกำหนดว่า การที่บุคคลใดถอดเอา DRM ออกไปจากไฟล์ดิจิตอล หากไม่ใช่ผู้จัดจำหน่ายที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในช้ินงานนั้นแล้ว ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมาย

ถ้าหากสำนักพิมพ์ Tor ขายหนังสือ ebook ของผมให้คุณผ่าน Kindle ที่เข้ารหัส DRM ของ Amazon ไว้  ไม่ว่าผมหรือสำนักพิมพ์ Tor  จะไม่มีสิทธิในการถอดเอา DRM ของ Amazon นั้นออกไป และถ้าหากว่า Amazon ต้องการลดราคาหนังสือ ebook เล่มนั้น  ( บางสิ่งที่ Amazon ได้ทำกับหลายสำนักพิมพ์มานานแล้วเมื่อข้อตกลงการจัดจำหน่าย ebook ของพวกเขาเริ่มต้นขึ้นก็จะตามมาด้วยการต่อรองครั้งใหม่) และหากทางสำนักพิมพ์ Tor ต้องการให้ลิขสิทธิ์การขายหนังสือ ebook เล่มดังกล่าวนี้ให้กับคู่แข่งอย่าง Waterstone’s แล้ว  สำนักพิมพ์จะต้องชั่งใจว่าผู้อ่านของพวกเขาเต็มใจที่จะซื้อหนังสือเล่มเดิมนี้ใหม่อีกครั้งหรือไม่ ?

เนื่องจากว่า มีเพียง Amazon เพียงผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถอนุญาตให้คุณถอดเอา DRM ออกไปจาก Kindle ebook และเนื่องจากว่าการทำอย่างนั้นอาจก่อให้เกิดประโยชน์ทางการค้ากับคู่แข่งโดยตรงของ Amazon  ซึ่งแน่นอนว่า Amazon คงจะไม่ร่วมมือกับสำนักพิมพ์ Tor ที่จะทำอย่างนี้แน่นอน ไม่มีใครอยากจะฆ่าตัวตายด้วยการทำธุรกิจแบบนี้

หากมองย้อนกลับไปเมื่อวันที่เริ่มต้นขาย ebook  สำนักพิมพ์ใหญ่ ๆ ยังคงเชื่อใน DRM  หรืืออย่างน้อยที่สุด  ก็ไม่สงสัยที่จะอ้างถึง DRM ของผู้จัดจำหน่าย พวกเขามองว่าการใช้ DRM  ”ก็ยังดีกว่าไม่ใช้เลย”

เมื่อมีการตั้งคำถามถึงความหมายโดยนัยของการแข่งขัน ในธุรกิจของพวกเขาที่สัมพันธ์กับ DRM ของผู้จัดจำหน่ายแล้ว พวกเขาจะเต็มไปด้วยความหวัง พวกเขาเข้าใจว่า “ความสามารถในการแปลงไฟล์ ebook” เป็นความท้าทายทางเทคนิคอย่างหนึ่งที่อยู่เหนือความสามารถของผู้อ่านโดยทั่วไป ซึ่งเมื่อเทียบกับตอนไม่มี DRM นั้น พวกเขาแปลงไฟล์ ebook ได้หลากหลายรูปแบบ แต่เมื่อมี DRM สำนักพิมพ์เชื่อว่า ผู้อ่านต้องดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรมพิเศษเพื่อที่จะทำให้พวกเขาสามารถแปลงไฟล์ Kindle ebook ให้ไปแสดงผลใน Nook หรือไม่ก็ในทางกลับกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องธรรมดาสามัญที่จะทำกันได้ง่าย ๆ

 

ปัญหาของรูปแบบไฟล์ ebook ที่เคยเกิดขึ้น

สำนักพิมพ์เคยมีประสบการณ์อันเลวร้ายกับเรื่องของรูปแบบไฟล์ ซึ่งอาจอธิบายถึงความเข้าใจผิดที่พวกเขามีต่อความยาก “ในการแปลงไฟล์”  ebook ได้

สำนักพิมพ์หลายแห่งเริ่มต้นแปลงไฟล์เรียงพิมพ์ดิจิตอลของตนด้วยโปรแกรม QuarkXPress  ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ทำงานได้ค่อนข้างข้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคแรก ๆ นอกจากนี้ไฟล์งานของโปรแกรมยังยากต่อการนำไปใช้ต่อกับโปรแกรมอื่น ๆ

เมื่อสำนักพิมพ์เริ่มเปลี่ยนมาใช้การเรียงพิมพ์ด้วยโปรแกรม Adobe InDesign  พวกเขาต้องใช้เงินหลายล้านเหรียญในการเปลี่ยนแปลงนี้และปัญหาทางเทคนิคที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังคงหลอกหลอนพวกเขามาจนถึงทุกวันนี้ แต่ทุกสิ่งย่อมมีข้อยกเว้น ไม่มีกฏตายตัว โดยส่วนมากนักพัฒนาแอพพลิเคชันสามารถจัดการกับรูปแบบใหม่นี้ได้โดยง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสารเวิร์ด เบราเซอร์ โปรแกรมงานเอกสาร โปรแกรมเล่นวิดิโอ เล่นเพลงและโปรแกรมตกแต่งรูป สามารถจัดการกับรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างมากเหล่านี้ได้

แต่เมื่อบรรดานักเขียนอิสระ สำนักพิมพ์ขนาดเล็กและขนาดกลางหรือในบางโอกาสก็นักเขียนหัวดื้อย่างผม ทำ ebook ที่ไม่มี DRM ออกมานั้น ใครกันเล่าที่จะเป็นคนโน้มน้าวให้สำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่ปล่อย ebook ของพวกเขาออกวางขายโดยไม่มี DRM ดังนั้นมันจึงไม่ใช่จุดที่มากเกินไปในการทำโปรแกรมที่สามารถอ่าน ebook ได้ทุกรูปแบบ  ผู้อ่านยังคงต้องรักษาเครื่องอ่าน ebook ไว้หลายเครื่อง สำหรับไว้อ่าน ebook แต่ละเล่มที่มี DRM แตกต่างกัน

ภาพรวมของตลาด

คนส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการอ่านหนังสือ  โดยทั่วไปคนซื้อหนังสือมักจะซื้อหนังสือปีละเล่มหรือนาน ๆ ที สักเล่ม  ในทางตรงกันข้ามมีคนเพียงจำนวนหยิบมือที่เป็นนักอ่านตัวยง ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ซื้อหนังสือ 100-150 เล่มต่อปี ตลาดนี้เป็นสิ่งที่สำนักพิมพ์ต้องออกมาป้องกันส่วนแบ่งการตลาดของตนและมีแนวโน้มว่าใครก็ตามที่ใช้เงินมากกว่า หนึ่งร้อยเหรียญฯ หรือมากกว่านั้นไปกับเครื่องอ่าน ebook  ถือว่าเป็นนักอ่านตัวยง นั่นคือเหตุผลว่าทำไมสำนักพิมพ์ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่กังวลไปกับการที่ Amazon  จะลดราคาหนังสือ ebook  มาใหม่ในราคาที่ถูกมาก  เนื่องจากเจ้าของ Kindle เป็นกลุ่มคนกลุ่มเดียวกันกับกลุ่มนักอ่านตัวยงที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของตลาดสำหรับหนังสือปกแข็งออกใหม่และขายเต็มราคา

การลดราคา ebook ตอนที่หนังสือปกแข็งเพ่ิงออกใหม่ๆ ก็เหมือนเป็นการกินกันเองของหนึ่งในแหล่งที่มาของกำไรที่สำคัญในธุรกิจนี้

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้อ่านเหล่านี้ก็ยังเป็นกลุ่มคนที่มีแนวโน้มที่จะต่อต้านข้อจำกัดของ DRM พวกเขาเป็นลูกค้าที่รวบรวมห้องสมุดขนาดใหญ่หลายแห่งจากผู้ขาย และให้คุณค่ากับนหนังสือของพวกเขาเสมือนเป็นสินทรัพย์ในระยะยาวที่พวกเขาคาดหวังว่าจะสามารถอ่านมันได้จนกว่าจะตายจากกันไป พวกเขาอาจมีโอกาสเปลี่ยนแปลงรูปแบบการอ่าน ebook ในทุก ๆ สองปีเพื่อให้แน่ใจว่าหนังสือของพวกเขาจะสามารถอ่านได้ แต่เมื่อไม่ได้เป็นอย่างนั้น พวกเขาจะหมางเมินและจะหาวิธีการที่จะได้หนังสือของพวกเขากลับมาในอนาคตโดยไม่ต้องรอขออนุญาต ไม่มีใครหรอกที่ต้องการถูกลงโทษจากความซื่อสัตย์ที่เขามี

นอกจากนี้แล้วก็ยังมีกลุ่มผู้อ่านกลุ่มอื่น ที่อาจจะอ่านหนังสือเป็นบางโอกาส เช่นใครสักคนที่คว้าหนังสือไปอ่านในช่วงที่ไปเที่ยวชาดหายตอนวันหยุดสุดสัปดาห์และก็โยนมันทิ้งไปหลังจากนั้น กลุ่มนักอ่านตัวยงก็มีจุดเริ่มต้นมาจากกลุ่มผู้อ่านเป็นบางโอกาส และพวกเขามีโอกาสสำหรับอ่านหนังสือมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นสำนักพิมพ์เองก็จะต้องไม่ทิ้งกลุ่มผู้อ่านเป็นบางโอกาสนี้ไป ผู้อ่านเหล่านี้ยังคงไม่ค่อยเข้าใจ DRM  เนื่องจากพวกเขาไม่ค่อยรู้อะไรมากนักเกี่ยวกับ ebook และเครื่องอ่าน ebook และมีแนวโน้มว่าจะซื้อหนังสือ ebook ที่ไม่เข้ากันกับอุปกรณ์ที่ตัวเองใช้อ่านอีกด้วย แต่เมื่อไม่มี DRM แล้ว ผู้อ่านเหล่านี้จะสามารถหาเครืองมือที่ง่ายต่อการอ่านหนังสือ ebook ที่หลากหลายรูปแบบจากผู้ขายคนไหนก็ได้

 

Comments (0)

RELATED SITES

บทความล่าสุด