<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Herothailand.com BLOG! &#187; ริโกแบร์ ซง</title>
	<atom:link href="http://www.herothailand.com/blog/archives/tag/%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%8b%e0%b8%87/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.herothailand.com/blog</link>
	<description>From Zero to Hero</description>
	<lastBuildDate>Thu, 29 Jul 2010 17:34:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>ลิเวอร์พูลในตำนาน</title>
		<link>http://www.herothailand.com/blog/archives/43</link>
		<comments>http://www.herothailand.com/blog/archives/43#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Jan 2009 05:42:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[มุมนักเขียน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์ลไฮนซ์ รีดเล่]]></category>
		<category><![CDATA[ซาลิฟ ดิเยา]]></category>
		<category><![CDATA[ฌิมี่ ตราโอเร่]]></category>
		<category><![CDATA[ตำนานลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[บียอน ทอเร่ ควาร์เม่]]></category>
		<category><![CDATA[ฟิล บาบ์ปส์]]></category>
		<category><![CDATA[รอย อีแวนส์]]></category>
		<category><![CDATA[ริโกแบร์ ซง]]></category>
		<category><![CDATA[ลิเวอร์พูล]]></category>
		<category><![CDATA[อีมิล เฮสกีย์]]></category>
		<category><![CDATA[อีริค ไมเยอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เชร์ราดด์ อุลลิเยร์]]></category>
		<category><![CDATA[เดวิด เจมส์]]></category>
		<category><![CDATA[เอล ฮัดจิ ดิยุฟ]]></category>
		<category><![CDATA[แฮร์รี่ คีเวลล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.herothailand.com/blog/?p=43</guid>
		<description><![CDATA[หากจะกล่าวถึงกีฬาที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันแล้ว ฟุตบอลจัดเป็นชนิดกีฬาที่มีแฟนบอลให้ความสนใจมากที่สุดในโลก ดังปรากฎการณ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลในทุกระดับ ตั้งแต่ฟุตบอลนักเรียน ฟุตบอลลีกภายในประเทศ ไปจนถึงการแข่งขันฟุตบอลระดับชาติ ระดับทวีปหรือระดับโลก ผู้คนต่างคลั่งไคล้ฟุตบอลกันชนิด &#8220;เข้าเส้น&#8221; ( soccer is my life ) และได้ติดตามเชียร์ทีมโปรดของตนไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปีก็ตาม สำหรับผมแล้ว &#8220;ลิเวอร์พูล&#8221;? คือ ทีมที่ผมติดตามเชียร์เสมอมา มันไม่ใช่เพราะในปีที่ผมเกิด ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยุโรปหรือลิเวอร์พูลมีตำนานนักเตะมากมายที่ทำให้ผมชอบลิเวอร์พูล มันอธิบายได้ยากว่าทำไมคน? ๆ หนึ่ง จะชื่นชอบทีมใดทีมหนึ่งอย่างจริงจัง แต่ผมอยากจะบอกว่าเมื่อผมได้ดูการเล่นของลิเวอร์พูลแล้วผมหลงรักมัน&#8230; รักจิตวิญญาณความเป็นลิเวอร์พูล เหมือนที่เราตกหลุมรักผู้หญิงสักคนนั้นแหละครับ ผมเชื่อว่าเคยมีบทความที่กล่าวถึงทีมลิเวอร์พูลมากมายอยู่แล้ว ซึ่งคงไม่มีประโยชน์อะไรมากนักที่ผมจะกล่าวถึงแง่มุมเหล่านั้นซ้ำอีก คุณครับ! วันนี้ผมอยากจะเสนอลิเวอร์พูลในบางมุม-บางช่วง ที่ลิเวอร์พูลห่างหายจากการคว้าแชมป์ลีกในประเทศอังกฤษ ซึ่งมันทำให้เราไม่มีโอกาสเห็นลิเวอร์พูลในเวทีใหญ่ของยุโรป ซึ่งเป็นช่วงขาลงของทีมจนแฟนบอลลิเวอร์พูลอาจไม่อยากกล่าวถึงมันมากนัก เอาละครับ ผมจะเข้าเรื่องสักที&#8230;. ลิเวอร์พูลในยุคทศวรรษปี 90? ถึงยุคก่อนราฟาเอล เบนิเตส เข้ามาคุมทีม คือ ลิเวอร์พูลยุคที่ผมกำลังเขียนถึง และสำหรับแฟนบอลลิเวอร์พูลที่เคยติดตามผลงานของทีมในช่วงนั้นแล้ว ก็คงไม่มีใครลืมภาพของผู้จัดการทีมอย่าง ป๋ารอย ( รอย อีแวนส์ ) หรือเฮียโปน ( เชราร์ด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หากจะกล่าวถึงกีฬาที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันแล้ว ฟุตบอลจัดเป็นชนิดกีฬาที่มีแฟนบอลให้ความสนใจมากที่สุดในโลก ดังปรากฎการณ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลในทุกระดับ ตั้งแต่ฟุตบอลนักเรียน ฟุตบอลลีกภายในประเทศ ไปจนถึงการแข่งขันฟุตบอลระดับชาติ ระดับทวีปหรือระดับโลก ผู้คนต่างคลั่งไคล้ฟุตบอลกันชนิด &#8220;เข้าเส้น&#8221; ( soccer is my life ) และได้ติดตามเชียร์ทีมโปรดของตนไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปีก็ตาม</p>
<p>สำหรับผมแล้ว &#8220;ลิเวอร์พูล&#8221;? คือ ทีมที่ผมติดตามเชียร์เสมอมา มันไม่ใช่เพราะในปีที่ผมเกิด ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยุโรปหรือลิเวอร์พูลมีตำนานนักเตะมากมายที่ทำให้ผมชอบลิเวอร์พูล มันอธิบายได้ยากว่าทำไมคน? ๆ หนึ่ง จะชื่นชอบทีมใดทีมหนึ่งอย่างจริงจัง แต่ผมอยากจะบอกว่าเมื่อผมได้ดูการเล่นของลิเวอร์พูลแล้วผมหลงรักมัน&#8230; รักจิตวิญญาณความเป็นลิเวอร์พูล เหมือนที่เราตกหลุมรักผู้หญิงสักคนนั้นแหละครับ</p>
<p>ผมเชื่อว่าเคยมีบทความที่กล่าวถึงทีมลิเวอร์พูลมากมายอยู่แล้ว ซึ่งคงไม่มีประโยชน์อะไรมากนักที่ผมจะกล่าวถึงแง่มุมเหล่านั้นซ้ำอีก คุณครับ! วันนี้ผมอยากจะเสนอลิเวอร์พูลในบางมุม-บางช่วง ที่ลิเวอร์พูลห่างหายจากการคว้าแชมป์ลีกในประเทศอังกฤษ ซึ่งมันทำให้เราไม่มีโอกาสเห็นลิเวอร์พูลในเวทีใหญ่ของยุโรป ซึ่งเป็นช่วงขาลงของทีมจนแฟนบอลลิเวอร์พูลอาจไม่อยากกล่าวถึงมันมากนัก<span id="more-43"></span></p>
<p>เอาละครับ ผมจะเข้าเรื่องสักที&#8230;.</p>
<p>ลิเวอร์พูลในยุคทศวรรษปี 90? ถึงยุคก่อนราฟาเอล เบนิเตส เข้ามาคุมทีม คือ ลิเวอร์พูลยุคที่ผมกำลังเขียนถึง และสำหรับแฟนบอลลิเวอร์พูลที่เคยติดตามผลงานของทีมในช่วงนั้นแล้ว ก็คงไม่มีใครลืมภาพของผู้จัดการทีมอย่าง ป๋ารอย ( รอย อีแวนส์ ) หรือเฮียโปน ( เชราร์ด อุลลิเยร์ ) และบรรดานักเตะที่พาเหรดเข้ามาสร้างความครื้นเครงให้สโมสรแถบเมอร์ซีย์ไซด์แห่งนี้ลงได้หรอกครับ</p>
<p>คุณบางคนอาจกำลังคิดว่าต่อไปผมต้องเขียนถึงบรรดานักเตะอย่าง รอบบี้ ฟาวเลอร์ , ไมเคิล โอเวน , สตีฟ แมคมานามาน , เจมี คาร์ราเกอร์ หรือ สตีเวน เจอร์ราด แน่ ๆ &#8230;. โน้ โน้ โน&#8230; ใครที่คิดแบบนั้นกำลังเข้าใจผิดอย่างแรงเลยครับ เพราะสิ่งที่ผมกำลังจะเขียนคือ &#8220;ลิเวอร์พูลในตำนาน&#8221; ในมุมที่ยังไม่มีใครเขียนถึงยังไงล่ะครับ<br />
<img style="border:none !important; margin:0px !important;" src="http://www.assoc-amazon.com/e/ir?t=coffeehero-20&amp;l=as2&amp;o=1&amp;a=B0009WSOBG" border="0" alt="" width="1" height="1" /></p>
<h4><span style="color: #800000;">ทีมลิเวอร์พูลในตำนานของผมนั้น มีนักเตะและผู้จัดการทีมดังนี้ครับ&#8230;..</span></h4>
<ul>
<li><strong><span style="color: #ff0000;">Liverpool the Legend</span></strong></li>
<li><strong><span style="color: #ff0000;">แผนการเล่น 4-3-3</span></strong></li>
<li><strong><span style="color: #ff0000;">11 ตัวจริง ( Starting Eleven )</span></strong></li>
</ul>
<p><strong><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">1. ผู้รักษาประตู : เดวิด เจมส์</span></span></strong></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">เขาคือเบอร์ 1? ในทีมชาติอังกฤษยุคปัจจุบัน แต่ถ้ายุคนั้นละก็&#8230;.. บรึ๋ยส์&#8230;&#8230; เป็นยุคที่พี่เจมส์เขาชอบทานแต่ข้าวมันไก่ ไม่ชอบทานข้าวเหนียวนึ่ง ฟอร์มการเล่นของพี่ท่านจึงห่างไกลจากฟอร์มเหนียวหนึบ แต่กลับมีอาการ &#8220;วืด&#8221; และ &#8220;จั่วลม&#8221;? บ่อยครั้งที่ออกมาตัดลูกกลางอากาศ เป็นผลให้เดอะคอปส์ขนลุกซู่ทุกครั้ง ถ้าใครเคยเล่นเกมส์ CM? ( Champion Manager ) ในยุคนั้นแล้วเลือกคุมทีม Liverpool ก็คงจะตื่นเต้นกับตัวอักษรวิ่งขึ้นมา? But James&#8230;. บ่อยครั้ง แน่นอนครับ หวังว่าอาการเฟอะฟะของพี่แกตอนนี้คงจะดีขึ้นแล้วนา ผมยังเชียร์อังกฤษอยู่นะครับ</span></span></p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">2. แบ็คขวา : บียอน ทอเร่ ควาร์เม่</span></span></strong></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">ฟูลแบ๊คนำเข้า ชาวนอร์วีเจี้ยนผู้นี้ เป็นสูตรสำเร็จแห่งความครื้นเครงของแบ็คโฟร์ในตำนานของผมครับ การที่ลิเวอร์พูลได้พี่แกมายืนตำแหน่งนี้แทน เจสัน แมคเคเทียร์ ทำให้ความอบอุ่นในใจของผมลดลงทุกครั้ง เมื่อพี่ท่านต้องเจอกับ โรแบร์ ปิเรส ( Arsenal ) หรือ ไรอัน กิ๊กส์ ( Man U )? ใครเคยดู &#8221; There will be blood &#8221; ก็คงทราบว่า เมื่อเจอ &#8221; บ่อน้ำมัน &#8221; เขาจะทำกันอย่างไรครับ</span></span></p>
<div><strong><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">3. แบ็คซ้าย : ฟิล บาบ์ปส์</span></span></span></span></span></span></span></strong></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><br />
</span></span></span></span></span></span></span></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">ที่จริงตำแหน่งของพี่เขาคือ เซ็นเตอร์แบ็ค ( ปราการหลังตัวกลาง ) ครับ แต่บางทีป๋ารอย จับพี่เขามาเล่นตำแหน่งนี้ถือว่าสุดยอดครับ เพราะพี่บ๊าบเขามักจะได้คะแนนการจ่ายบอลให้ทำประตู ( Asist ) เสมอ แต่เป็นการจ่ายให้ผู้เล่นทีมตรงกันข้ามหลุดเข้าไปดวลกับเจมส์ นายทวารอมตะของเราไงละครับ บาบ์ปส์จึงเหมือนเป็นกองหน้าตัวที่สามให้กับอีกทีม อย่างนี้พี่แก็สมควรจะได้เงินค่าเหนื่อยจากทีมคู่แข่งสิ ใช่ไหมครับคุณ ?</span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></div>
<div><strong><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><br />
</span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></strong></div>
<div>
<div>
<p><strong><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">4. ปราการหลังตัวกลาง : ริโกแบร์ ซง</span></span></span></strong></p>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">&#8221; The ฉ่าง &#8221; ถือเป็นนักเตะอีกคนที่มีโอกาสเข้ามารับใช้ลิเวอร์พูลในยุค &#8221; คนคู่หงส์ &#8221; เขาถูกขุดมาจากทีม Salernitana ใน Italy ด้วยลีลาการเข้าบอลที่โฉ่งฉ่างและถูกสับขาหลอกเป็นประจำ ไม่น่าแปลกใจที่กลายมาเป็น &#8221; ตัวฮา &#8221; ที่สาวกหงส์ โดนกองเชียร์คู่อริแซวอยู่บอ่ย ๆ ไม่น่าแปลกใจที่กัปตันทีมชาติแคเมอรูนถูกตั้งคำถามว่า ทำไมระยะหลังทีมหมอผีจึงไม่ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ แม้จะมีกองหน้าระดับโลกอย่าง ซามูเอล เอโต อยู่ในทีมก็ตาม</span></span></span></div>
<div><strong><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><br />
</span></span></span></strong></div>
<div><strong><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">5. ปราการหลังตัวกลาง <img src='http://www.herothailand.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_confused.gif' alt=':?' class='wp-smiley' /> ฌิมี่ ตราโอเร่</span></span></strong></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><br />
</span></span></div>
<p><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">&#8221; ไอ้นกกระยางดำ &#8220;? คือ ฉายาที่ผมและเพื่อน ๆ ตั้งให้เขา นั้นอาจเป็นเพราะรูปร่างและแข้งขาที่สูงยาวและผอมของเขาก็เป็นได้ เขาเข้ามาร่วมทีมลิเวอร์พูล ด้วยการชักนำของเฮียโปน?แถมเฮียยังโชว์วิสัยทัศน์บอกว่า ฌิมี่ต้องได้เป็นนักเตะระดับโลกแน่นอน แต่จนบัดนี้ผมยังสงสัยอยู่เลยครับว่า เจ้านกกระยางดำของผมบินไปอยู่โลกไหนแล้ว ( เอาน่า อย่างน้อยในชีวิต ฌิมี่ ก็ยังได้ชูเจ้าบิ๊กเอียร์ กับเขาสักครั้งได้เหมือนกัน )</span></span></p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">6. กองกลางตรงกลาง : ซาลิฟ ดิเยา</span></span></strong></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">แจ้งเกิดกับทีมชาติเซเนกัลในฟุตบอลโลก 2002? จึงถูกเฮียโปนดึงตัวมาร่วมทีมด้วยความหวังว่าเขาจะมาอุดรูรั่วในแดนกลางตามสไตล์มิดฟิลด์พันธุ์ดุ</span></span></p>
<div><strong></strong></div>
<div><strong><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">7. ปีกซ้าย : แฮร์รี่ คีเวลล์</span></span></span></strong></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><br />
</span></span></span></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">พ่อมดแฮร์รี่เคยร่ายมนต์ลูกหนังสะกดแฟนบอลสมัยค้าแข้งอยู่กับลีดส์ยูไนเต็ด แต่หลังจากที่ลีดส์แพแตก แฮร์รี่ได้้ย้ายเข้ามาเล่นในแอนฟิลด์ แต่มนต์ของพ่อมดแฮร์รี่นั้นกลับไม่ขลังอีกต่อไป หลังเจออาการบาดเจ็บ และเมื่อกลับมาเล่นอีกครั้งก็พกอาการ &#8221; แหยงตีน &#8221; กลับลงสนามมาด้วย การขาดความมั่นใจอย่างแรง ทำให้ฟอร์มการเล่นของพ่อมด ตกต่ำเหมือนกลายเป็นนักเตะดาด ๆ คนหนึ่ง ( ที่เพียงแต่รับค่าเหนื่อยแพงเท่านั้น ) แอนฟิลด์จึงเหมือนเป็นสุสานฝังนักเตะเช่นแฮร์รี่ ขณะที่แมนยู ฯ ได้นักเตะจากลีดส์ไปก่อนแล้วคนหนึ่งชื่อ ริโอ เฟอร์ดินานด์</span></span></span></div>
<div><strong><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><br />
</span></span></span></strong></div>
<div><strong><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">8. ปีกขวา? : เอล ฮัดจิ ดิยุฟ</span></span></span></strong></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><br />
</span></span></span></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">เพล์เมกเกอร์หน้าตาเหมือนปวดขี้ทีมชาติเซเนกัลรายนี้ เคยเป็นเจ้าของตำแหน่งนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของทวีปแอฟริกา เฮียโปนจึงจัดเข้ามาร่วมทีมพร้อมกับดิเยา มาเป็นคู่ขวัญความหวังใหม่ให้ลิเวอร์พูล แต่คู่ดูโอเซเนกัลกลับไม่ได้มีผลงานที่ซาบซ่านซู่ซ่าน่าติดตามเหมือนกับคู่น้องโฟร์-มด แม้แต่น้อย โดยเฉพาะตัวดิยุฟเองที่เดอะคอปส์ฝากความหวังไว้มากหลังจากหมดยุคของแม๊คมานามาน กลับทำได้เพียงมาวิ่งไล่บอลทางกราบขวาและไม่ได้สร้างสรรค์เกมส์เหมือนอย่างนักเตะระดับเทพควรจะเป็นได้เลย ลิเ้วอร์พูลจึงเหมือนถูกหลอกให้ซื้อของที่ย้อมแมว ( ดำ ๆ ) ขาย จนต้องโล๊ะเขาให้ไปได้ดีกับทีมจอมเซ้งอย่างโบลตันในที่สุด</span></span></span></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><br />
</span></span></span></div>
<p><object width="600px" height="200px" data="http://ws.amazon.com/widgets/q?ServiceVersion=20070822&amp;MarketPlace=US&amp;ID=V20070822%2FUS%2Falltimeseller-20%2F8010%2F024af378-8a6a-4427-b8d7-4ba86796a493&amp;Operation=GetDisplayTemplate" type="application/x-shockwave-flash"><param name="id" value="Player_024af378-8a6a-4427-b8d7-4ba86796a493" /><param name="quality" value="high" /><param name="bgcolor" value="#FFFFFF" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://ws.amazon.com/widgets/q?ServiceVersion=20070822&amp;MarketPlace=US&amp;ID=V20070822%2FUS%2Falltimeseller-20%2F8010%2F024af378-8a6a-4427-b8d7-4ba86796a493&amp;Operation=GetDisplayTemplate" /><param name="name" value="Player_024af378-8a6a-4427-b8d7-4ba86796a493" /><param name="align" value="middle" /></object><noscript></noscript></p>
<div><strong><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">9. กองหน้า : คาร์ลไฮนซ์ รีดเล่</span></span></span></strong></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><br />
</span></span></span></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">เจ้าของฉายา &#8221; ฉลามล้อคลื่น&#8221; ที่ลิเวอร์พูลเซ้งเข้ามาร่วมทีมในขณะที่เขาย่างเข้าวัย 32 ปี ต้องยอมรับกันจริง ๆ ว่า กองหน้าชาวเยอรมันผู้นี้ผ่านจุดสูงสุดของการเล่นฟุตบอลไปแล้ว ( แถมยังเหมือนหมดไฟที่จะประสบความสำเร็จอีกต่างหาก ) แม้ลิเวอร์พูลจะหวังว่าประสบการณ์ของเขาจะมาประคองทีมไว้ได้บ้าง แต่ความเชื่องช้าที่เหมือนมีกระโปกยักษ์มาขวางท่อนขาเอาไว้ หรือความหนักหนาสาหัสของมันที่ทำให้เขากระโดดโหม่งไม่ขึ้นก็สุดจะพรรณาได้ มันได้สร้างคามเบาหวิวอันเหลือทนให้กับเดอะค็อปส์ทั่วโลก คนคู่หงส์ต้องรีบผ่าตัดทีมใหม่หรือไม่ก็รีบผ่าตัดเอา &#8221; ไอ้นั่นออกไปเสียที เพราะทุกคนไม่อาจต้องทนเห็นภาพของ &#8221; ควายล้อคลื่น &#8221; ได้อีกจริง ๆ</span></span></span></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><br />
</span></span></span></div>
<div><strong><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">10. กองหน้าัตัวรับ : อีมิล เฮสกีย์</span></span></span></strong></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><br />
</span></span></span></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">อย่าเพิ่งงงกับตำแหน่งการเล่นของกองหน้าคนนี้นะครับ ตำแหน่งกองหน้าตัวรับมีจริง ๆ ครับ เพราะในสมัยเฮียโปนคุมทีมแกได้รังสรรค์ตำแหน่งนี้ขึ้นมาเพื่ออีมิลโดยเฉพาะ เรียกได้ว่า &#8221; โอ้ ลอร่า&#8230; เขาเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริง ๆ &#8220;</span></span></span></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">กองหน้าผู้มีใบหน้าละม้ายกับนักโทษผู้มีพลังวิเศษในเรื่อง The Green Miles รายนี้ ได้สร้างความอึดอัดชนิดลุ้นกันขี้แทบแตกให้กับสาวกหงส์ อีมิลมีช่วงเวลาที่ไม่สามารถทำประตูได้นับสิบนัด แต่นั่นอาจเป็นธรรมชาติของคนที่เกิดมาเพื่อรับบทกองหน้าตัวรับก็ได้ ยังไงเขาก็ได้ซ้อมเกมรับของทีมจนรอดพ้นการเสียประตูอยู่หลายครั้ง เดอะค็อปส์ส่วนใหญ่จึงให้อภัยและไม่มีวันลืมเลือนเขา และบางทีในฤดูกาลหน้า เราอาจเห็นเขากลับมาสวมเสื้อสีแดงเพลิงอีกก็เป็นได้&#8230;?? จึ๋ยส์</span></span></span></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><br />
</span></span></span></div>
<div><strong><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">11. กองหน้า? : อีริค ไมเยอร์</span></span></span></strong></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><br />
</span></span></span></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">ถือเป็นกองหน้าอีกรายที่เข้ามาโลดแล่นสร้างสีสันในแอนฟิลด์พร้อมกับคาร์ลไฮนซ์ รีดเล่ เป็นที่ทราบกันดีว่าในขณะนั้นกองหน้าดัตซ์รายนี้ คือดาวซัลโวอันดับต้น ๆ ในเวทีบุนเดสลีกา ผมไม่ทราบว่ามันไปเข้าตาของคนคู่หงส์ตอนไหน แต่บางทีลึก ๆ แล้วพวกเขาอาจคาดหมายว่า &#8221; อีริค&#8221; สามารถทาบชั้นกับอีกอีริค ( Eric? &#8220;The King&#8221;? Cantona ) ของอีกค่ายก็เป็นได้ แต่ที่นี่คือพรีเมียร์ลีคอังกฤษ ลีคที่สร้างบททดสอบว่าผู้อยู่รอดเท่านั้นคือ &#8221; ของจริง &#8221; และอีริค ไมเยอร์ คือคนที่ไม่อาจผ่านบททดสอบนั้นได้ เขาถูกจับ &#8221; ดอง &#8221; เป็นศูนย์หน้าม้ายาวอยู่นานมาก แต่เมื่อได้รับโอกาสแสดงฝีเท้า เขาเหมือนกลายเป็นตัีวอะไรที่มาเล็มหญ้าบนสนามแอนฟิลด์-เหมือนเด็กอ่อนหัดที่เพิ่งหัดเล่นฟุตบอลใหม่ ๆ จนผมเชื่อว่าเดอะค็อปท์ในสนามอยากจะขอเปลี่ยนตัวเขาแล้วลงไปเตะเองเสียก่อนที่เมื่อเกมส์จบแล้ว &#8221; ขี้ &#8221; จะเกลื่อนสนาม?????? นั่นแหละครับ??? เขา &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;?? Eric &#8221; The Kway&#8221;</span></span></span></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><br />
</span></span></span></div>
<p><a href="http://www.amazon.com/gp/product/B000A0C6YS?ie=UTF8&amp;tag=coffeehero-20&amp;linkCode=as2&amp;camp=1789&amp;creative=390957&amp;creativeASIN=B000A0C6YS"></a><img style="border:none !important; margin:0px !important;" src="http://www.assoc-amazon.com/e/ir?t=coffeehero-20&amp;l=as2&amp;o=1&amp;a=B000A0C6YS" border="0" alt="" width="1" height="1" /></p>
<h1>
<ul>
<li><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;"><strong>ผู้จัดการทีม : คนคู่หงส์</strong></span></span></span></span></li>
</ul>
</h1>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">= ป๋ารอย ( รอย อีแวนส์ ) + เฮียโปน ( เชร์ราดด์ อุลลิเยร์ )</span></span></span></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"># อนึ่งเหตุการณ์ในช่วงนั้นคือช่วงที่ป๋ารอยทำทีมผลงานตกต่ำชนิดเรียกว่ามีโอกาสตกชั้นทีเดียว จนบอร์ดบริหารของทีมลิเวอร์พูลอยากจะปลดเขาออก แต่ด้วยความเกรงใจ ( ไม่เข้าท่า ) แทนที่จะแต่งตั้งผู้จัดการทีมคนใหม่มาทำงานคุมทีมแทน ( เฮียโปนนั่นเองครับ ) จึงแต่งตั้งให้ทำงานคู่กัน กลายเป็น &#8220;คนคู่หงส์&#8221; กลายเป็นอีกตำนานหนึ่งของลิเวอร์พูล</span></span></span></div>
<div><strong><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><br />
</span></span></span></strong></div>
<div><strong><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">(1) ป๋ารอย</span></span></span></strong></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><br />
</span></span></span></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">เขาคือผู้จัดการทีมที่มีใบหน้าคล้ายกับฆาตกรโรคจิตที่ป่วยเป็นมะเร็งในเรื่อง SAW? .. ( เอ&#8230;. หรือว่าเป็นคน ๆ เดียวกันหว่า )? อย่างไรก็ตามป๋ารอยได้สร้างระบบการเล่นที่เน้นการบุกเร้าใจและดุดันเข้าำห้ำหั่นกับฝ่ายตรงข้ามชนิดได้ใจแฟนบอล จนลิเวอร์พูลในยุคของเขาจัดเป็นทีมที่มีสีสันและถือว่าเชียร์สนุกทีเดียว แต่ป๋าแกก็มีจุดอ่อนอยู่ที่การที่แกชอบแต่ตัวผู้เล่นที่มีความโดดเด่นอยู่แต่ด้านเดียว เช่น กองหลังที่ดุดัน ปีกที่เลี้ยงบอลเก่ง กองหน้าที่เร็ว แต่ทุกคนล้วนขาดทักษะและความสามารถเฉพาะตัวที่จำเป็นและยืดหยุ่นได้กับสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจ ดังนั้นในระยะหลังทีมคู่แข่งเริ่มจับทางได้และเล่นแบบเขี้ยวลากดินเ้ข้าใส่ ป๋ารอยไม่สามารถจะแก้เกมส์ได้เลย จนผลงานของทีมตกต่ำลงเรื่อย ๆ และเวลาของป๋ารอยก็กำลังหมดลงพร้อมกับการเล่นแบบฟุตบอลอังกฤษขนานแท้ที่กำลังถูกแทนที่ด้วยฟุตบอลสมัยใหม่อย่างทีมชั้นนำทีมอื่น ๆ</span></span></span></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><br />
</span></span></span></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><br />
</span></span></span></div>
<div><strong><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">(2) เฮียโปน</span></span></span></strong></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><br />
</span></span></span></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">การต้องการเปลี่ยนแปลงทีมครั้งใหญ่ทำให้บอร์ดบริหารของลิเวอร์พูลได้ตัดสินใจเลือก เชร์ราร์ด์ อุลลิเยร์ หรือที่เดอะค็อปส์ต่างเรียกเขาว่า &#8221; Doctor Who &#8220;? ตามการออกเสียงชื่อเขาแบบอังกฤษและตามวุฒิปริญญาเอกการกีฬาฟุตบอลของเขา</span></span></span></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">เมื่อบอร์ดตัดสินใจให้เฮียโปนได้เข้ามาร่วมงานกับป๋า หลายคนเืชื่อว่าลิเวอร์พูลน่าจะไปได้ดี เพราะสองหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว แต่เอาเข้าจริง ๆ ทั้งคู่ต่างมีปรัชญาทำทีมต่างกัน ในขณะที่ป๋ารอยเน้นเกมส์บุกอย่างตะบี้ตะบัน แต่ด๊อก (ด๊อกเตอร์ ) แกกลับให้ทีมเล่นรัดกุมแบบสุด ๆ เพื่อเน้นผลการแข่งขันไว้ก่อนผลงานของทีมจึงออกมาได้ไม่ดีมากนัก</span></span></span></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><br />
</span></span></span></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">ช่วงนั้นถ้าใครดูการเล่นของลิเวอร์พูลก็คงพูดอะไรไม่ค่อยออก มันดูอึดอัดจริง ๆ เหมือนคนปวดขี้ฉิ&#8230; หาย แต่กลับขี้ไม่ออก ในขณะที่ป๋ารอยตะโกนสั่งบุกเต็มที่ ด๊อกแกกลับให้คุมโซนตั้งรับเหนียวแน่นและทำลายเกมส์คู่แข่ง การเล่นของลิเวอร์พูลช่วงนี้จึงเป็นอะไรที่แปลกประหลาดมากในประวัติศาสตร์ของสโมสร</span></span></span></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><br />
</span></span></span></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">ท้ายที่สุดสโมสรก็รู้ดีว่าต้องมีใครคนหนึ่งต้องไป และเป็นป๋ารอยที่ได้หลีกทางให้กับด๊อกได้ขึ้นมากุมชะตาทีมแบบเต็มตัวเพื่อนำลิเวอร์พูลเข้าสู่ฟุตบอลยุคใหม่ตามสโมสรอื่น ๆ </span></span></span></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><br />
</span></span></span></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">ห</span></span></span>ลังจากที่ด๊อกเตอร์ฮูเข้ามาคุมทีมไม่นาน ก็จัดระบบทีมให้เน้นเกมส์ที่แน่นอนมากจนคนดูสงสัยว่านี่คือลิเวอร์พูลจริงหรือ เพราะัทุกเกมส์ล้วนบีบหัวใจ ไม่ว่าจะเจอทีมไหนลิเวอร์พูลก็ไม่ชนะหรือแพ้ได้ง่าย ๆ ยากที่จะคาดเดาผลการแข่งขัน ( ใครได้ดูเส้นทางในการคว้าแชมป์ยูฟ่าคัพของเฮียกับลิเวอร์พูลต้องบอกได้เลยว่า &#8221; ลุ้นกันขี้แตกขี้แตน&#8221; จริง ๆ ครับ</div>
<div>ความบีบคั้นและความเครียดนี้สังเกตได้จากดวงตาที่โปนออกมานอกเบ้าของเฮียแก เมื่อความเครียดมันสะสมนานเข้าแกต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวใจ? ( ไม่รู้เป็นประเพณีหรือเปล่า ที่ ผจก. ทีมลิเวอร์พูลต้องเข้าผ่าตัด ตอนนี้ราฟาก็เพิ่งผ่าตัดนิ่วมา )</div>
<div>คุณครับ ผมและสาวกหงส์แดงทั่วโลกก็เครียดกันแทบเป็นบ้าเหมือนกันครับ ตอนนั้นผมอยากตะโกนออกมาจริง ๆ ครับว่า<strong> <span style="color: #ff0000;">&#8221; นี่มันฟุตบอลนะโว้ย!! ทำไมต้องทำเครียดถึงขนาดนี้ ? &#8220;</span></strong></div>
<div><strong><span style="color: #ff0000;">แต่แล้วกองเชียร์หงส์แดงโชคดีไม่ต้องเครียดนาน หลังจากการเข้ารับการผ่าตัดหัวใจ &#8220;เชราร์ด์ อุลลิยร์&#8221; ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ เรียกได้ว่า &#8220;หมดสภาพ&#8221; จนเรารู้เลยว่าสภาพเฮียแกตอนนั้นมัน &#8221; ชรา เหลาเหย่ &#8220;</span></strong><strong><span style="color: #ff0000;"><br />
</span></strong></div>
<div style="text-align: center;"><strong><span style="color: #ff0000;">Liverpool The Legend&#8217;s Tactic</span></strong></div>
<div style="text-align: center;"><strong><span style="color: #ff0000;"><img class="alignnone size-full wp-image-110" title="Liverpool The Legend's Tactic" src="http://www.herothailand.com/blog/wp-content/uploads/2009/01/tactic.jpg" alt="Liverpool The Legend's Tactic" width="331" height="273" /><br />
</span></strong></div>
<div><strong><span style="color: #ff0000;"><br />
</span></strong></div>
<div>ทั้งหมดนี้คือตำนานทีมลิเวอร์พูลอีกบทหนึ่งที่ผมอยากจะนำเสนอ ทุกคนทราบดีว่าลิเวอร์พูลเป็นทีมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและเก่าแก่ทีมหนึ่ง เราได้รับรู้ตำนานหลายบทจากนักเตะ ผู้จัดการทีม โค้ช? หรือแม้กระทั่งแฟนบอล? <span style="color: #ff0000;"><strong>สิ่งหนึ่งที่เราควรระลึกไว้คือ บนโลกนี้มีตำนานมากมายและไม่ได้มีเพียงเฉพาะตำนานของผู้ชนะฝ่ายเดียว บางครั้งคนอ่อนแอแต่ต่อสู้อย่างอดทนและมีสปิริตก็เป็นตำนานได้เช่นกัน</strong></span></div>
<div><span style="color: #ff0000;"><strong><br />
</strong></span></div>
<div>ผมคิดว่าทุกอณูของสโมสรที่เรารัก ก็เหมือนกันกับทุกสิ่งของคนที่เรารัก ล้วนมีความหมายทั้งหมด แน่นอนผมกล้าที่จะบอกว่าผมรักตำนานที่ผมได้กล่าวถึงมาทั้งหมด แม้ว่าพวกเขาจะประสบผลสำเร็จในชีวิตค้าแข้งกับลิเวอร์พูลหรือไม่ก็ตาม และผมจะจดจำพวกเขาต่อไป มากกว่าที่จะได้รับความสำเร็จมากมายแต่ไม่มีค่าอะไรที่จะจดจำ</div>
<div>แล้วคุณล่ะครับ&#8230;&#8230;??? มีตำนานที่อยากจะเล่าสู่กันฟังไหม</div>
<h2 style="text-align: right;"><span style="color: #ff0000;"><strong>อีแร้งแดง</strong></span></h2>
<h1>
<ul><strong></strong></ul>
</h1>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.herothailand.com/blog/archives/43/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
